เรื่องนี้ถึงมือบิ๊กแป๊ะต้องบินคุมคดีฆ่ายกครัว 8 ศพที่กระบี่ โดยข้อมูล่าสุดเผยคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์ 7 คนในชุดลายพราง บุกเข้า ไปบ้านอ้างตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมายก่อนจับ มัดมือแยกขังคนในบ้าน พอผญบ.กลับมา ก็ชาร์จคลุมหัวมัดมือ แล้วยิงใส่ทีละคน ก่อนหลบหนีไป พยานเผยคนร้ายบางคนคลุมหน้า พูดสำเนียงภาคกลาง ตร.พุ่ง 5 ปมขัดแย้ง ทั้งที่ดิน โรงโม่หิน การเมืองท้องถิ่น ชู้สาว ยาเสพติด ชี้คนร้ายเป็นมืออาชีพ หันกล้องวงจรปิดหนี แถมยกฮาร์ดดิสก์ไปด้วย ยังสงสัย ทำไมต้องเอาเก๋งยาริสของผู้ตายไปด้วย
วันที่ 11 ก.ค. สภ.อ่าวลึก จ.กระบี่ รับรายงานเหตุ มีผู้ถูกยิงบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย ที่บ้านเลขที่ 14/3 ม.1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ หลังรับแจ้งเหตุ พ.ต.อ. กฤษณัฐ วงษ์กล้าหาญ พร้อมด้วยพงส. สายตรวจ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิต 5 ราย ประกอบด้วย 1.นางดวงพร สังหลัง อายุ 35 ปี 2.นายสุริยา สังหลัง อายุ 30 ปี 3.นายสุทธิพงศ์ พริกดำ อายุ 28 ปี 4.ด.ญ.เพชรดาว สังหลัง อายุ 4 ขวบ 5.น.ส.แอนนา บุตรเติบ อายุ 26 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิต ศพเกลื่อนอยู่บนที่นอนแต่ละห้อง คาดเป็นการจ่อยิงทีละคน
นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บ 6 ราย ประกอบด้วย 1.นางอัญชลี บุตรเติบ อายุ 30 ปี 2.ด.ญ. แพรไหมทอง สังหลัง อายุ 13 ปี 3.ด.ญ. รัญชิดา พริกดำ อายุ 13 ปี 4.ด.ญ.รยิดาน์ พริกดำ อายุ 5 ขวบ 5.นายวรยุทธ สังหลัง อายุ 46 ปี 6.ด.ญ.กิ่งเทียน สังหลัง อายุ 8 ขวบ ถูกนำส่งโรงพยาบาลอ่าวลึก จ.กระบี่
ต่อมาด.ญ.กิ่งเทียน นายวรยุทธ และด.ญ. แพรไหมทอง เสียชีวิตที่โรงพยาบาล รวมทั้งหมดเสียชีวิต 8 ราย ส่วนอีก 3 รายยัง บาดเจ็บสาหัส
สอบสวนทราบว่า เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา มีกลุ่มคนร้าย 6-7 คนใช้ยานพาหนะ 2 คัน ประกอบด้วย รถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ป้ายทะเบียนกทม. และ โตโยต้า ยาริส สีขาว ป้ายทะเบียนสีขาว แต่งกายชุดลายพรางคล้ายทหาร พร้อมอาวุธเข้าไป ในที่เกิดเหตุ ที่บ้านเลขที่ 14/3 หมู่ 1 บ้านเขางาม ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ โดยทำทีเข้ามาตรวจค้นบ้าน โดยไม่ให้คนในบ้านออกไปไหน
จากนั้นเวลา 20.00 น. นายวรยุทธ เจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.บ้านกลาง กลับมาถึงบ้าน ก็ถูกควบคุมตัวใส่กุญแจมือ และปิดบังใบหน้า จนเวลาประมาณ 24.00 น. กลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่ทุกคนที่อยู่ในบ้าน ก่อนหลบหนีไป และนำรถยนต์โตโยต้า ยาริส สีบรอนซ์เทา ทะเบียน กค 533 กระบี่ ของเจ้าของบ้านไปด้วย โดยหลบหนีมุ่งหน้าไปบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 44 สายอ่าวลึก-หินโงก หรือถนนเซาเทิร์น
ทั้งนี้ตรวจสอบทรัพย์สินหายไป ประกอบด้วยอาวุธปืนพกสั้น 2 กระบอก ปืนยาว 2 กระบอก รถยนต์เก๋ง 1 คัน โดยหนึ่งในนั้นเป็นปืนพกขนาด .38 โดยมีรายงานว่าผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บถูกยิงด้วยปืนขนาด .38 เช่นกัน เจ้าหน้าที่จึงต้องตรวจสอบว่าเป็นปืนกระบอกเดียวกันหรือไม่
สำหรับประเด็นการสังหารโหดครั้งนี้ เจ้าหน้าที่พบว่านายวรยุทธ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านเกี่ยวพันกับการฟ้องร้องนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่ง ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ปล่อยให้ชาวบ้านบุกรุกที่สาธารณะหนองตะเคียน นอกจากนี้ยังฟ้องร้องชาวบ้านที่บุกรุก ด้วย โดยเรื่องยังอยู่ในการพิจารณาของศาล
นอกจากนี้ยังพบว่านายวรยุทธสนับสนุนบริษัทเอกชนที่เตรียมขอสัมปทานโรงโม่หิน จนเกิดความขัดแย้งกับชาวบ้านที่ต่อต้าน และยังไม่ทิ้งประเด็นเรื่องชู้สาว และธุรกิจผิดกฎหมายอื่นๆ ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนต่อไป
ล่าสุดเจ้าหน้าที่นำตัวนางอัญชลีที่ถูกจ่อยิงที่ศีรษะ กระสุนยิงเฉียดขมับขวา เป็นลม ทำให้ คนร้ายคิดว่าเสียชีวิต มาสอบสวน และสเกตช์ ภาพคนร้ายที่ก่อเหตุ
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทั้งพนักงานสอบสวน กองพิสูจน์หลักฐานกันสถานที่ เกิดเหตุ ไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าไปในพื้นที่ เบื้องต้น ตรวจสอบพบผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 8 ราย เป็นชาย 3 ราย เป็นหญิง 5 ราย มีเด็กรวม อยู่ด้วย ที่เหลืออีก 3 รายนำส่งโรงพยาบาล พนักงานสอบสวนซักปากคำผู้รอดชีวิตและพยานแวดล้อมอีกหลายปากไว้แล้ว ต่อจากนี้จะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อนำไปสู่การคลี่คลายคดี
พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า สำหรับคนร้ายที่แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ด้วยชุดลายพราง จะต้องตรวจสอบว่าเป็นการกล่าวอ้างหรือไม่ โดยคนร้ายอ้างว่ามีสิ่งผิดกฎหมายภายในบ้านจึงขอไปตรวจค้น แต่รายละเอียดต่างๆ ตนไม่สามารถเปิดเผยได้ ต่อจากนี้จะตรวจสอบกล้อง วงจรปิด ตรวจสอบวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ ตรวจหาลายนิ้วมือ
รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการให้ชุดสืบสวนของกองปราบปราม ลงพื้นที่ประสานกับตำรวจท้องที่เกิดเหตุ เพื่อร่วมคลี่คลายคดี อย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นเหตุอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ
หลังรับคำสั่ง พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. พร้อมด้วยพ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รองผบก.ป. พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5.บก.ป. พ.ต.ท.วันพิชิต วัฒนศักดิ์มณฑา พ.ต.ท.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ พ.ต.ท.ชัยฎิภูมิ อำนวยชัย รองผกก.5 บก.ป. พร้อมทีมสืบสวน ลงพื้นที่ทันที
จากการสืบสวนเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายวางแผนมาเป็นอย่างดี เนื่องจากใช้เวลาก่อเหตุนาน เพื่อรอจนกว่านายวรยุทธจะเดินทาง กลับเข้ามาบ้านที่เกิดเหตุ นอกจากนี้กลุ่มคนร้ายไม่ทิ้งหลักฐานใดที่จะทำให้สาวไปถึงตัวคนร้ายได้ โดยเฉพาะการเก็บปลอกกระสุนปืนที่ใช้ก่อเหตุ ไปเกือบทั้งหมด รวมทั้งยังเก็บฮาร์ดดิสก์ในกล้องวงจรปิด ป้องกันไม่ให้ตำรวจใช้ติดตามตัวได้
สำหรับปมการสังหาร เบื้องต้นฝ่ายสืบสวน ได้ตั้งไว้ 5 ประเด็นคือ ปมขัดแย้งระหว่าง นายวรยุทธกับนักการเมืองท้องถิ่น ซึ่งเป็นถึงระดับ นายก อบต. เรื่องที่สองคือการร้องเรียนการสร้างโรงโม่หิน ซึ่งพบว่าผู้ตายมีกรณีพิพาทกัน และทวีความรุนแรงมานานกว่า 1 เดือนแล้ว
ประเด็นที่สาม ปมขัดแย้งเรื่องการบุกรุกที่ดิน ที่นายวรยุทธเป็นโจทก์ยื่นฟ้องไล่ที่ ชาวบ้าน 8 ราย ขณะนี้เรื่องยังอยู่ในชั้นศาล และประเด็นที่สี่ คือปมขัดแย้งเรื่องยาเสพติด และห้า เรื่องชู้สาวซึ่งพบว่ามีเศรษฐินีคนนึง มาติดพัน
นอกจากนี้ยังพบข้อมูลว่า ไม่นานมานี้ นายวรยุทธยังร่วมกับผู้นำอีกหลายหมู่บ้าน นำมวลชนไปขับไล่ครูคนหนึ่ง ซึ่งมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมให้ออกนอกพื้นที่ ส่วนรถที่ใช้ ก่อเหตุที่กลุ่มคนร้ายขับมานั้น เบื้องต้นตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นรถโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ ใช้ป้ายทะเบียนจ.สงขลา น่าจะเป็นทะเบียนปลอม
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เปิดเผยว่า บ่ายวันนี้ตนพร้อมกับ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. ดูแลงานด้านป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม พล.ต.ท. ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วยผบ.ตร. จะลงพื้นที่ไปตรวจสอบเหตุด้วยตนเอง เบื้องต้นสั่งการให้ พล.ต.ท.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผู้ช่วยผบ.ตร. รรท.ผบช.ภ.8 ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว และสั่งให้ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ ผบช.ก. ลงไปดูเรื่องนี้ด้วย
สำหรับคนร้ายน่าจะมี 2 คนขึ้นไป ใช้เสื้อผ้า พรางตัว แต่ไม่ยืนยันว่ามีเจ้าหน้าที่หรือข้าราชการ ส่วนไหนเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ ส่วนตัวคิดว่า น่าจะต้องมีความขัดแย้งส่วนตัวอย่างรุนแรง แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบว่ากลุ่มคนร้ายเป็นใคร ต้องลงพื้นที่ไปดูข้อมูลด้วยตนเอง เพื่อประเมิน ความยากง่ายของคดี ก่อนที่จะสรุปเหตุจูงใจสำหรับการทำงานก็ต้องทำให้เร็วที่สุด แต่ก็ไม่ได้กำหนดกรอบระยะเวลา ต้องตรวจสอบให้ครบทุกประเด็น ทุกมิติ ตอนนี้ไม่สามารถฟันธงว่าเป็นประเด็นใดประเด็นหนึ่งได้
“ยอมรับว่ากังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากเป็นเหตุอุกฉกรรจ์ มีผู้เสียชีวิตจำนวน มาก และเป็นชาวมุสลิม ที่จะต้องเร่งตรวจชันสูตรพลิกศพ เพื่อจะนำศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป ส่วนผู้รอดชีวิตและพยาน เชื่อว่าตำรวจในพื้นที่ดูแลและคุ้มครอง ซึ่งเป็น ไปตามขั้นตอนกระบวนการ เจ้าหน้าที่ทราบดี อยู่แล้วว่าจะต้องทำอย่างไร” พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าว
ต่อมาเวลา 14.30 น. ที่กองบินตำรวจ พล.ต.อ.จักรทิพย์ และคณะขึ้นเครื่องบินไปที่จ.กระบี่ เพื่อลงไปตรวจที่เกิดเหตุ
ภายหลังการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พล.ต.อ. จักรทิพย์ ให้สัมภาษณ์ว่า จากการตรวจสอบพบพฤติกรรมคนร้าย มีการแยกห้องในการสังหาร ทำงานอย่างมืออาชีพ และคนร้ายตั้งใจมาก่อเหตุนี้โดยเฉพาะ ปัญหาขณะนี้คือ กล้องวงจรปิดถูกจับให้เงยขึ้นทั้งหมดและถูกถอดฮาร์ดดิสก์ไปด้วย ถือว่าอุกอาจมาก หลังจากนี้จะประชุมชุดทำงานเป็นการเร่งด่วน
สำหรับบ้านพักของนายวรยุทธผู้ตายมีหลายห้องนอน เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ กำแพงคอนกรีตสูงประมาณ 2 เมตร และมีกล้องวงจรปิดรอบบ้าน แต่กล้องทุกตัวถูกเงยขึ้นข้างบนทั้งหมด ปกติก็จะมีญาติๆ มาอาศัยอยู่ด้วยหลายคน จากการบอกเล่าจากญาติของนายวรยุทธพบว่ายังมีทารกเพศชายอายุประมาณ 3 เดือน ซึ่งเป็นบุตรคนสุดท้อง รอดชีวิตด้วย 1 คน โดยขณะเกิดเหตุทารกคนดังกล่าว ยังหลับอยู่และรอดตายมาอย่างหวุดหวิด
นายจเร บุตรเติบ อายุ 59 ปี ซึ่งเป็นพ่อตาของผู้ใหญ่บ้านผู้ตายกล่าวว่า ตนเป็นคนแรกที่นำตัวน.ส.อัญชลี น้องของภรรยานายวรยุทธ ไปส่งที่โรงพยาบาลอ่าวลึก บอกกับตนว่า คนร้ายมีประมาณ 8-9 คน แต่งชุดลายพรางคล้ายทหาร บางคนก็ใช้ผ้าปิดหน้า เข้ามาปิดล้อมบ้านตั้งแต่ 17.00 น. ต้อนและจับทุกคนมัดมือไปแยกขังไว้ในแต่ละห้อง ไม่เว้นทั้งเด็กและผู้ใหญ่
รอจนนายวรยุทธกลับมา คนร้ายก็เข้าไปชาร์จตัวก็มีการพูดคุย แต่ได้ยินเสียงไม่ชัดเจน และสักพักหนึ่งได้ยินเสียงปืนดังขึ้น คนร้ายคนหนึ่งหันกระบอกปืนจี้มาที่ตน และถูกที่ใบหน้า จึงทำเป็นล้มลงฟุบลง จึงรอดตาย
“ลูกสาวเล่าให้ฟังว่า คนร้ายยิงนายวรยุทธที่ถูกจับใส่กุญแจมือและถูกคลุมศีรษะด้วยถุงสีดำเป็นคนสุดท้าย และคนร้ายคนหนึ่งพูดถึงความขัดแย้งที่ต้องมารับงานในครั้งนี้ด้วย หลังจากนั้นลูกสาวได้ตั้งสติก็โทร.หาตน เมื่อมาที่เกิดเหตุก็เข้าไปแต่ละห้องเห็นทุกคนกำลังใกล้เสียชีวิต จึงต้องพามาที่โรงพยาบาลอ่าวลึกทันที” นายจเรกล่าว
พ่อตานายวรยุทธกล่าวอีกว่า ลูกเขยเป็นคนจริงจังพูดอะไรทำจริง และพูดตรงไปตรงมา โผงผาง จึงทำให้มีศัตรูมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่บุกรุกที่ดินสาธารณะ แต่เป็นคน ที่ชอบทำบุญ บริจาคเงินให้มัสยิดโรงเรียนอยู่เป็นประจำ ช่วยเหลือญาติพี่น้อง คนร้ายลงมือฆ่าล้างครอบครัวไม่เว้นแม้แต่เด็ก ถือว่ามีความ เป็นอำมหิตมาก ที่กระทำอย่างนี้ จึงขอให้ตำรวจ ทำงานคลี่คลายคดีโดยเร็ว
ต่อมาเวลา 17.30 น. ที่บริเวณสุสาน(กุโบร์บ้านเขางาม) ญาติผู้เสียชีวิตนำศพผู้เสียชีวิตไปฝังอย่างเรียบง่าย โดยการนำมาฝังในหลุมเดียวกันรวมกันทั้ง 6 ศพ อีก 2 ศพนำไปพิสูจน์ วิถีกระสุนที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก่อนที่จะนำกลับมาฝังในวันเดียวกัน
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับพยานที่อยู่ใน เหตุการณ์ระบุว่าคนร้ายพูดสำเนียงภาคกลาง นอกจากนี้ยังพบว่ากรณีความขัดแย้งเรื่อง โรงโม่หินนั้น นายวรยุทธ ได้สนับสนุนบริษัทนายทุนมาประกอบกิจการในพื้นที่ ซึ่งบริษัทเอกชนลงทุนไปแล้วกว่า 20 ล้านบาท แต่ก็ยังไม่ได้ใบประทานบัตร เมื่อมีการเจรจาขอเงินที่ลงทุนไปคืนกลับมาก็ไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีพยานระบุว่าก่อนหน้านี้นายวรยุทธ มีฐานะปานกลาง แต่เมื่อมา 2-3 ปีหลังก็มีฐานะร่ำรวยมากขึ้น
ข้อมูลจาก : Khaosod