อย่างเนียนเพราะเรียนมา!! โจรสาวจบ”จิตวิทยา”ใช้วิชาที่เรียนมาเกลี้ยกล่อมเหยื่อลักทรัพย์เป็นล้าน!!



 

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 4 มิ.ย. ที่ สน.ทองหล่อ พ.ต.อ.สิทธิภาพ ใบประเสริฐ รองผบก.อก.บช.น. พ.ต.อ.ขจรพงศ์ จิตต์ภาคภูมิ ผกก.สน.ทองหล่อ พ.ต.ท.จิรกฤต จารุนภัทร์ รอง ผกก.สส.สน.ทองหล่อ พ.ต.ต.ทองเปลว หาญไพบูลย์ สว.สส.สน.ทองหล่อ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.ทองหล่อ ร่วมกันจับกุมตัว น.ส.ภัสดา อายุ 49 ปี อยู่ แขวงและเขตสายไหม กทม. ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 261/2560 ลงวันที่ 2 มิ.ย. 2560 ในข้อหา “ลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยทำลายสิ่งกีดกั้นสำหับคุ้มครองทรัพย์นั้น” และ หมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.295/2556 ลงวันที่ 9 พ.ค. 2556 ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง” พร้อมของกลาง กระดาษจดข้อมูลส่วนตัวบุคคลพร้อมเบอร์โทรศัพท์ จำนวน 10 แผ่น คอมพิวเตอร์ จำนวน 1 เครื่อง และไอแพด 1 เครื่อง โดยสามารถจับกุมได้ที่บ้านพักย่านวัชรพล แขวงตลองถนน เขตสายไหม กทม.

พ.ต.ท.จิรกฤต กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ว่าสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 พ.ค. ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้รับแจ้งจากผู้เสียหายเป็นเจ้าของบริษัทแห่งหนึ่ง (สงวนนาม) ว่ามีคนร้ายเป็นผู้หญิงโทรศัพท์มาหลอกให้แม่บ้านที่ทำงานภายในบ้านของตนให้เอาทรัพย์สินภายในตู้เซพไปให้โดยอ้างกับแม่บ้านว่าเจ้าของบ้านให้นำทรัพย์สินไปให้ ซึ่งหลังจากรับแจ้งความแล้วทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวแม่บ้านพร้อมพยานแวดล้อมมาสอบปากคำ

จากการสอบสวนแม่บ้านให้การว่า เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. มีโทรศัพท์ติดมาที่บ้านของเจ้านายซึ่งตนทำงานเป็นแม่บ้านตนจึงได้รับสายโดยปลายสายเป็นเสียงผู้หญิงอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งหนึ่งและอ้างอีกว่าขณะนี้ทางเจ้านายของตนกำลังทำเรื่องกู้ยืมเงินแต่ต้องใช้ทรัพย์สินในเรื่องค้ำประกัน ซึ่งขณะนี้ทางเจ้านายติดประชุมจึงให้เจ้าหน้าที่ติดต่อมาแทน นอกจากนี้ในระหว่างการพูดคุยทางปลายสายยังให้ตนติดต่อไปสอบถามทางเจ้านายก่อนว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ซึ่งตนก็ได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังเจ้านายตนแต่ปรากฎว่าเป็นเสียงของผู้หญิงอ้างตัวว่าเป็นเลขาของเจ้านายโดยตอบมาว่าขณะนี้เจ้านายติดประชุมอยู่จริงและพร้อมกับยืนยันว่าจะมีเจ้าหน้าที่ธนาคารติดต่อไปให้เอาทรัพย์จริง นอกจากนี้ทางคนที่อ้างตัวเป็นเลขาก็ได้ขอเบอร์โทรศัพท์มือถือของตนเพื่อติดต่อ

แม่บ้านรายนี้ยังให้การอีกว่า หลังจากที่ตนได้คุยกับคนที่อ้างตัวเป็นเลขาแล้วทางเจ้าหน้าที่พนักงานที่อ้างตนครั้งแรกก็ติดต่อกลับมาแล้วสั่งให้ตนนำทรัพย์สินภายในตู้เซพออกมาให้ โดยระหว่างการขึ้นไปเอาทรัพย์สินทางตนยังคุยโทรศัพท์กับคนร้ายตลอดเวลา ทั้งนี้ตนไม่สามารถเปิดตู้เซฟได้ ทางคนร้ายก็สั่งให้งัดเซฟเอาออกมาให้ได้ โดยตนได้ลงไปเรียกคนขับรถและรปภ.มาช่วยกันงัด หลังจากนั้นก็สามารถงัดเอาทรัพย์สินออกมาได้ ทางคนร้ายได้ให้นำมาให้ไปที่บริเวณใกล้กับสะพานลอยบนถนนรามอินทรา กม.10 และย้ำอีกว่าเมื่อไปถึงจุดนัดหมายก็ให้วางทรัพย์ไว้แล้วรีบกลับบ้านไป ต่อมาเมื่อนำทรัพย์สินไปวางแล้วก็มาทราบภายหลังเจ้านายตนกลับมาที่บ้านก็พบว่าตนถูกหลอกจึงเล่ารายละเอียดให้เจ้านายฟัง ก่อนที่จะเข้ามาแจ้งความ ทั้งนี้มูลค่าทรัพย์สินที่นำไปให้คนร้ายประมาณ 3 ล้าน แบ่งออกเป็น ทองคำ สร้อยคอมุก เพชร เงินสด นาฬิกา และเครื่องประดับ

พ.ต.ท.จิรกฤต กล่าวอีกว่า หลังจากสอบคำพยานและผู้เสียหายแล้วได้สั่งการให้ชุดสืบใช้เทคนิคในการสืบสวนจนทราบว่าคนร้ายรายนี้คือ น.ส.ภัสดา กานต์ดาภา จึงได้ให้ชุดสืบสวนนำกำลังเข้าไปจับกุมได้ภายในบ้านพักดังกล่าว นอกจากนี้จากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายรายนี้เคยก่อเหตุลักษณะแบบนี้มาหลายท้องที่ อาทิเช่น พื้นที่สน.พญาไท , สน.บางเขน , สน.วังทองหลาง , สน.ราษฎร์บูรณะ , สน.บางขุนเทียน , สน.บางชัน , สน.ประเวศ ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท อีกทั้งผู้เสียหายส่วนมากจะเป็นบุคคลที่มีฐานะดีและเป็นที่รู้จักในวงสังคม

สอบสวน น.ส.ภัสดา ผู้ต้องหารายนี้ให้รับสารภาพว่า ตนเป็นผู้ก่อเหตุหลอกลวงจริง โดยจะเลือกเหยื่อจากบุคคลที่มีชื่อเสียงทางสังคมที่มักจะมีชื่อปรากกฎตามหนังสือนิตยสารต่าง ๆ ก่อนที่ตนจะนำชื่อไปหาข้อมูลส่วนตัวตามอินเตอร์เน็ตและหาเบอร์โทรศัพท์บ้าน เพื่อติดต่อไปโดยจะเลือกเวลากลางวันเนื่องจากรู้ว่าบุคคลเหล่านี้จะต้องออกไปทำงาน และที่บ้านมักจะมีคนรับใช้หรือแม่บ้าน อยู่ภายในบ้านอย่างแน่นอน นอกจากนี้จะใช้การพูดคุยหว่านล้อมเชิงจิตวิทยาเพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อประกอบกับเทคนิคในการใช้โทรศัพท์

พ.ต.ท.จิรกฤต กล่าวต่อว่า คนร้ายนี้มีการศึกษาปริญญาตรีทางด้านจิตวิทยามา จึงทำให้มีวิธีการพูดคุยกับเหยื่อได้อย่างแนบเนียน และเชื่อว่าเคยก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งบางเคสก็ไม่มีผู้เสียหายมาแจ้งความ ทั้งนี้หากประชาชนท่านใดทราบว่าตนเคยตกเป็นเหยื่อของคนร้ายรายนี้ก็สามารถเข้าแจ้งความได้สถานีตำรวจในพื้นที่ได้ เพื่อไม่ให้คนร้ายไปก่อเหตุลักษณะแบบนี้ได้อีก

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ลักทรัพย์ในเคหสถานโดยทำลายสิ่งกีดกั้นสำหับคุ้มครองทรัพย์นั้น ก่อนจะส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

ข่าวจาก : มติชนออนไลน์