รู้แต่ทำอะไรไม่ได้! คลังจี้แบงก์พาณิชย์ทบทวน กรณีปล่อยกู้SMEดอกเบี้ยสูง แต่ทำอะไรไม่ได้ “เป็นเรื่องของจิตสำนึกของแต่ละธนาคาร”



 

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ขอให้ธนาคารพาณิชย์ทบทวนการคิดอัตราดอกเบี้ยกับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ซึ่งขณะนี้พบว่ามีการคิดอัตราดอกเบี้ยที่มีส่วนต่างจากการปล่อยสินเชื่อให้กับรายใหญ่ถึง 5-6% ซึ่งสูงเกินไปทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมและเอสเอ็มอีอยู่ไม่ได้ ทั้งนี้ยอมรับว่าการคิดส่วนต่างดอกเบี้ยเป็นเรื่องที่กระทรวงการคลังไม่สามารถไปบังคับได้ แต่ก็เป็นเรื่องของจิตสำนึกของแต่ละธนาคาร

“รัฐบาลหรือรมว.คลังบังคับธนาคารพาณิชย์ให้คิดดอกเบี้ยกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต่ำกว่าที่เป็นอยู่ไม่ได้ แต่เป็นเรื่องของตลาดและธนาคารพาณิชย์สามารถคิดได้เอง ซึ่งตอนนี้ประเทศมีธนาคารพาณิชย์อยู่หลายธนาคาร แต่ไม่มีธนาคารไหนเป็นผู้นำในการเริ่มคิดดอกเบี้ยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้ไม่แตกต่างกันมากกับการปล่อยกู้รายใหญ่อย่างที่เป็นอยู่”นายอภิศักดิ์ กล่าว

สำหรับแนวทางที่จะให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐเป็นผู้นำตลาดคิดดอกเบี้ยผู้ประกอบการเอ็มอีต่ำนั้นไม่สามารถทำได้ เพราะเป็นการปล่อยกู้คนละกลุ่มลูกค้า ปัจจุบันสถาบันการเงินเฉพาะกิจปล่อยกู้ผู้มีรายได้น้อยยากจนเป็นสำคัญ ไม่ได้ปล่อยกู้เชิงพาณิชย์และไม่ได้แข่งขันกับธนาคารพาณิชย์

ด้านนายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารพร้อมเปิดตัวโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (รีเวิร์ส มอร์ทเกจ) ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ ให้ผู้สูงอายุที่อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 85 ปี สามารถนำบ้านที่ผ่อนชำระหมดแล้ว เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อใหม่แต่จะได้เงินเป็นรายเดือน คิดดอกเบี้ย 5-6 % ซึ่งธนาคารเตรียมเงินไว้ถึง 1 หมื่นล้านบาท

เงื่อนไขกรณีที่เป็นบ้านจัดสรรให้กู้ 70% ของราคาหลักประกัน กรณีคอนโดมิเนียมให้กู้ได้ 60 % เช่นกรณีบ้านราคา 1 ล้านบาท คิดเป็นเงินกู้ที่ได้ 7 แสนบาท เฉลี่ยเป็นเงินรายเดือนที่ผู้กู้จะได้ตก 3,000 บาทต่อเดือน ส่วนกรณีที่เมื่อครบระยะเวลาปล่อยสินเชื่อแล้วยังไม่เสียชีวิต เสนอทางออกใช้วิธีการประเมินหลักประกันใหม่ ซึ่งปกติหลักประกันจะมีมูลค่าสูงขึ้น ทำให้สามารถอนุมัติสินเชื่อได้เพิ่มขึ้น

ข่าวจาก : ข่าวสดออนไลน์