หากเป็นเรื่องกดเกณฑ์ในสมัยก่อน การลงโทษมีใช้สำหรับผู้กระทำความผิด และการลงโทษในยุคโบราณของประวัติศาสตร์เมืองจีนนั้น ถือว่าค่อนข้างโหดร้าย และมีชื่อเป็นอันดับต้น ๆ ของประวัติศาสตร์โลกเลยทีเดียว บางครั้งแค่เพียงแค่การได้อ่านหน้าประวัติศาสตร์ไม่กี่หน้า ก็ทำให้คุณรู้สึกกลัวจนขนลุกได้ และรูปแบบการลงโทษที่วันนี้เราจะนำมาเสนอนั้น จัดว่าเป็นการลงโทษที่ค่อนข้างทารุณในยุคของราชวงศ์หมิงและชิง จะโหดร้ายแค่ไหนมาดูกันเลยค่ะ
(ภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)
หลายคนคงอาจเคยได้ยินการทำโทษด้วยวิธีการ “โบย” มาก่อน ที่จริงแล้วการโบยไม่ได้แค่ทำให้เจ็บปวดเท่านั้น ยังสามารถทำให้นักโทษกลายเป็น “คนพิการ” ได้เลย ในยุคราชวงศ์ชิง การโบยถือเป็นวิธีลงโทษที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่ไม่ได้เป็นเพียงการใช้ไม้กระบองหวดไปที่บั้นท้ายเท่านั้น นักโทษยังต้องถอดเสื้อผ้าเพื่อรับการหวดแบบเต็ม ๆ อีกด้วย
(ภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)
การโบยในสภาพเปล่าเปลือยของนักโทษ ทำให้นักโทษรู้สึกเสียศักดิ์ศรี โดยเฉพาะผู้หญิงในสมัยโบราณที่มีความเชื่อไม่เปิดเผยเรือนร่างให้คนอื่นเห็น จึงทำให้พวกเธอรู้สึกละอายต่อใจ หลายคนใช้ศีรษะทุบกับพื้นจนเสียชีวิตไปขณะถูกโบย บางคนก็ฆ่าตัวตายไปหลังจากที่ถูกปล่อยตัว
(ภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)
นอกจากนี้ไม่เพียงประชาชนทั่วไปต้องมารับกรรมเช่นนี้ ในประวัติศาสตร์จีนยังเคยมีฮองเฮาองค์หนึ่งในยุคราชวงศ์ฉินยุคสมัยฮ่องเต้ฝู่เติง เธอเกิดในตระกูลสูงส่งมีความสามารถทั้งบุ๋นและบู้ และยังมีใบหน้าที่สวยงดงามอีกด้วย แต่น่าเสียดายที่เธอพ่ายแพ้ขณะกำลังนำทัพออกรบ จึงตกเป็นเชลยศึกของกลุ่มทหารตะกูลเหยา ท่านแม่ทัพเหยาจ่างชื่นชอบเธอมากถึงขั้นขอเธอแต่งงาน มีบันทึกทางประวัติศาสตร์บรรยายคำพูดของเธอตอนนั้นว่า “ข้ามีศักดิ์เป็นถึงฮองเฮา จะไม่ยอมให้ทรชนที่ไหนมาดูถูกดูแคลน ฆ่าฉันให้ตายเสียดีกว่า อย่ามาร้องขออะไรกับฉันทั้งนั้น” หลังจากนั้นเธอจึงถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการตัดคอในสภาพเปล่าเปลือย นักรบหญิงผู้กล้าหาญคนนี้ได้จบชีวิตลงในวัยเพียง 21 ปี
(ภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)
การลงโทษที่โหดร้ายเช่นนี้เป็นการทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ถึงแม้ว่าหน้าประวัติศาสตร์จะดูค่อนข้างโหดร้าย แต่ก็ถือเป็นบทเรียนที่สำคัญให้แก่คนยุคหลัง เราหวังว่ายุคสมัยนับต่อจากนี้จะไม่มีการลงโทษที่โหดร้ายทารุณเช่นนี้อีกต่อไปนะคะ !
ข้อมูลจากเว็บไซด์ : liekr