ครูหล่อเดือด ซัดเว็บหลอก ทำเสื่อมเสียชื่อเสียง



 

 

ในวันที่ 20 เมษายน 2557  หลังจากที่โลกออนไลน์แชร์สนั่นถึงข่าวครูหล่อ ทำอนาจารนักเรียนเพื่อแลกเกรด ล่าสุด วันที่ 21 เมษายน 2557 

ทางด้านครูผู้ตกเป็นข่าวได้ออกมาโพส facebook เพื่อชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งระบุชัดเจนว่า ไม่ใช่ตน และมีคนนำภาพของตนไปใช้ในทางเสื่อมเสีย ทั้งนี้ผู้ติดตามได้เข้ามาโพสให้กำลังใจกันมากมาย และแนะนำให้ดำเนินคดีกับเว็บข่าวปลอมที่ชอบกุเรื่องหลอกลวงประชาชน และทำให้เลื่อมเสียชื่อเสียง 

 

ซึ่งล่าสุด ครูได้ทำการแจ้งความดำเนินคดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีเนื้อหาข่าวจากเดลินิวส์ออนไลน์ดังนี้ 

 

 “เดลินิวส์ออนไลน์” ได้รับการเปิดเผยจาก “นายปัณฐวิชญ หรือครูกฤต” อายุ 35 ปี ผู้ถูกแอบอ้างชื่อ กล่าวให้ฟังว่า เมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา ตนได้รับทราบจากเพื่อนๆว่ามีเว็บไซต์แห่งหนึ่งนำภาพตนไปสร้างข่าวปลอมว่าตนได้ทำอนาจารนักเรียนหญิงชั้นม.4 ซึ่งไม่เป็นความจริงเลย เนื่องจากที่โรงเรียนของตนนั้นสอนนักเรียนแค่ชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษาเท่านั้น ซึ่งตนเองก็เป็นครูสอนเด็กๆชั้นอนุบาลและเด็กพิเศษ ไม่ได้สอนภาษาไทยอย่างที่ข่าวดังกล่าวแอบอ้าง แต่เมื่อมีการแชร์ข่าวมั่วว่าตนไปทำอนาจารเด็กเหมือนไฟลามทุ่งเช่นนี้ ถึงแม้เพื่อนๆจะช่วยแชร์แล้วว่าไม่เป็นเรื่่องจริงก็ไม่ได้ทำให้กระแสการแชร์ต่อว่า รุมประณามตนลดน้อยลงเลย ตนจึงยิ่งรู้สึกกังวลว่าผู้ปกครองจะเข้าใจตนผิดจนเมื่อถึงเวลาเปิดเทอมจะเกิดความไม่ไว้วางใจให้ตนดูแล อบรมสั่งสอนเด็กๆ
 
“ตอนนี้ผมได้เข้าแจ้งความที่สภ.เมืองปทุมธานีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ปล่่่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายที่จะเอาผิดจากผู้กระทำผิด แต่ผมก็ยังแอบหวังว่าจะได้รับการขอโทษและแก้ไขให้ทุกคนเข้าใจในทางที่ถูก ซึ่งการที่เว็บดังกล่าวสร้างเรื่องไม่ว่าจะด้วยจุดประสงค์ที่อยากจะได้ยอดไลค์หรือด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม รวมไปถึงชาวโซเชียลที่แชร์เรื่องที่เกิดขึ้นเพียงเพื่อการคอมเม้นท์เพื่อความสนุก โดยไม่มีการเช็กก่อนแชร์ใดๆนั้น เป็นสิ่งที่สร้างความเสียหายให้กับชีวิตคนๆหนึ่งมาก” ครูหล่อถูกกุข่าวอนาจารเด็กกล่าวทิ้งท้าย..

 

สุดท้ายนี้ขอฝากติดคนที่ชอบแชร์ข่าวในสังคมโซเชียล ขอให้ทุกท่านเลือกข่าวจาก สำนักข่าวที่เชื่อถือได้เท่านั้น ถ้าเป็นข่าวจากสำนักข่าวชื่อไม่คุ้น เว็บแปลกๆ และเนื้อข่าวไม่มีรายละเอียดของชื่อ สถานที่หรืออื่นๆ ที่ละเอียดพอ ก็ขอให้ช่างใจคิดสักนิดว่าอาจเป็นข่าวลวง อย่าได้แชร์ออกไปสู่สาธารณะ เพราะอาจทำให้ผู้บริสุทธิ์เดือดร้อนและเสื่อมเสียชื่อเสียงได้ และภัยของข่าวลวง ก็อาจย้อนมาทำร้ายตัวท่านเอง ในฐานความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 

…………………………………………………………………………..

ขอบคุณเนื้อหาข่าว https://regional.kachon.com/146001

ขอบคุณรูปภาพจากเฟสบุ๊ค @Krit Punthawich Thanabunsiriwarrachot