เป็นประเด็นนี้ถูกรื้อฟื้นอีกครั้ง เมื่อนายมนัส ชื่นชวน และ น.ส.นภารัตน์ บึ้งสลุง สองสามีภรรยาชาว จ.ลพบุรี เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ศรสุพรรณ อดทนศรีอนันต์ ที่กองบังคับการปราบปราม เพื่อร้องทุกข์ให้ช่วยตรวจสอบ หลังยอดเงินในบัญชีธนาคารแห่งหนึ่งของภรรยา จำนวน 2.7 ล้านบาท สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย พร้อมนำหลักฐานมามอบให้กับพนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน

นายมนัสเล่าว่า ตนและภรรยามีอาชีพเป็นผู้ค้ารับซื้อข้าวเปลือก จากชาวนาในจังหวัดลพบุรี ก่อนนำไปขายต่อให้กับโรงสีข้าว ซึ่งหลังจากที่ทางโรงสีโอนเงินค่าข้าว เข้ามาในบัญชีธนาคารของภรรยา ตนเองก็จะไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็มที่บริเวณด้านหน้าโรงงานเย็บผ้าแห่งหนึ่งใน อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี เพื่อนำเงินค่าข้าวที่รับไปขาย จ่ายคืนให้กับชาวนา
กระทั่งเมื่อช่วงเดือนเมษายน 2559 ตนพบว่าบัญชีธนาคารของภรรยาเริ่มมีปัญหา เมื่อเงินที่อยู่ในบัญชีถูกถอนออกไป โดยที่ตนและภรรยาไม่ทราบเรื่อง รวมกว่า 2.7 ล้านบาท
จึงประสานไปยังสำนักงานใหญ่ของธนาคารดังกล่าว เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ซึ่งทางธนาคารได้ตอบกลับมาว่า กรณีดังกล่าวน่าจะเกิดจากการขัดข้องของระบบ ธนาคารจะดำเนินการแก้ไข และติดตามเงินที่หายไปกลับคืนมาให้

แต่จนถึงตอนนี้ ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน และมีการชดใช้เงินที่หายไปคืนมาให้เพียง 80,000 บาท ส่วนเงินที่เหลือทางธนาคารยังปฏิเสธที่จะรับผิดชอบ อ้างว่าขอเวลาในการตรวจสอบ
นอกจากนี้ ยังเคยไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ม่วงค่อม จ.ลพบุรี และร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรม อ.ชัยบาดาล แต่เรื่องราวผ่านมาเกือบ 1 ปี ก็ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานใด
ทั้งนี้ จากรายละเอียดข้อมูลการทำธุรกรรมการเงินของบัญชีดังกล่าว ที่ทางธนาคารเคยนำมาให้ดู จะพบว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นหลายอย่าง เช่น ขณะที่ตนถอนเงินออกจากบัญชีดังกล่าว ผ่านตู้เอทีเอ็มบริเวณด้านหน้าโรงงานเย็บผ้า มักจะมีการถอนเงินออก ต่อจากตนตามมาทุกครั้ง โดยที่ตนไม่ทราบเรื่อง และจะมีการทำธุรกรรมสำเร็จภายในช่วงเวลา 2-3 วินาทีเท่านั้น
ซึ่งตอนนี้ตนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากต้องนำโฉนดที่ดินไปจำนอง เพื่อนำเงินไปจ่ายค่าข้าวคืนให้กับชาวนา กลายเป็นหนี้เป็นสินจำนวนมาก จึงตัดสินใจมาในวันนี้ เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม ช่วยเหลือครอบครัวของตนด้วยอีกทาง
ข้อมูลจาก kanomjeeb