จากกรณีที่เพจดังแฉอ้างว่า แฟนของดาราตลกชื่อดัง อักษรย่อ บ.ใบไม้ ใช้ชีวิตหรูแต่กลับทิ้งลูกเมียเก่า เจียดเงินให้เดือนละ 3,000 บาทนั้น ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 เม.ย. 60 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังที่บ้านของ ชนิษฐา สุวีรานุวัฒน์ วัย 36 ปี และนายบี (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ที่ได้มาเช่าอยู่ที่บ้านหลังกล่าว ซึ่งเป็นห้องแถวชั้นเดียว
โดยนายบี ลูกชายบูบู้ เปิดเผยว่า ที่ออกมาโพสต์ขอความช่วยเหลือในเพจดังนั้น ไม่ได้มีเจตนาอื่นที่จะทำให้ครอบครัวของพ่อได้รับความเสียหายหรือผลกระทบ เพราะเข้าใจดีว่าพ่อกับแม่เลิกรากันแล้ว แต่ตนเมื่อทราบว่าพ่อที่แท้จริงเป็นใคร ก็ได้พยามหาช่องทางเพื่อติดต่อกับพ่อ จนเมื่อ 10 ธ.ค. 59 ที่ผ่านมา ได้ส่งข้อความไปทักพ่อทางเฟซบุ๊ก แต่ก็ไม่มีการตอบกลับ
และเมื่อวันที่ 28 ม.ค. 60 ได้เขียนข้อความไปทักพ่ออีกว่านี่น้องบีนะครับ วันนี้เป็นวันเกิดบี อวยพรให้บีหน่อยได้ไหมครับ และพ่อได้ตอบกลับมาว่า มีความสุขมากๆ ครับ เด็กชายที่กำลังโตเป็นผู้ใหญ่ และได้ตอบกลับไปว่าขอบคุณมากครับพ่อ และถามพ่อกลับไปอีกว่าตัวจริงพี่เวย์หล่อไหมครับ เค้าเป็นไอดอลเลยครับ และพ่อได้ตอบกลับมาว่า ธรรมดา และก็ไม่ได้คุยกันอีก
สำหรับตนแค่นี้ก็ดีใจมากแล้ว และได้ทักเข้าไปคุยวันที่ 25 ก.พ. 60 ก็ทักเข้าไปถามว่า ทำอะไรอยู่เหรอครับ ว่างคุยไหมครับผม บีอยากขอคุยด้วยหน่อยครับ แต่พ่อก็ตอบมาว่า ไม่ว่างครับ หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อพ่อได้อีก ทำให้คิดถึงพ่อ และด้วยความที่อยากเรียนหนังสือและสงสารแม่ที่ช่วงนี้ขายของไม่ค่อยดี
อีกทั้งในชีวิตนี้ไม่เคยเจอพ่อ เลยอยากจะเจอพ่อสักครั้ง และรู้สึกน้อยใจที่ไม่สามารถติดต่อพูดคุยกับพ่อได้ จึงโพสต์ในเพจดังกล่าว และอยากเจอพ่อแบบเงียบๆ ไม่ต้องการที่จะเป็นข่าว.
ซึ่งการที่ออกมาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวในครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาใดๆ หรือที่จะทำลาย ครอบครัวของบูบู้ หรือตุ๊กกี้ เพราะตนเองกับบูบู้ได้เลิกรากันมาหลายปี และไม่อยากให้สื่อมวลชนไปโจมตีบูบู้ หรือตุ๊กกี้ เพราะต่างคนต่างมีครอบครัวใหม่กันหมดแล้ว และตนได้เก็บความลับนี้มาโดยตลอด
พร้อมเผยต่อไปว่าสมัยช่วงที่วัยรุ่นอายุประมาณ 17 ปี ได้อยู่กินกับบูบู้ ที่เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นบ้านของครอบครัวตน กระทั่งคลอดลูกออกมาได้ 3 เดือนก็ต้องเลิกรากัน เพราะความเป็นวัยรุ่นของทั้งสองฝ่าย จนเมื่อลูกชายอายุได้ 2 ปี ตนก็มีครอบครัวใหม่ และย้ายมาอยู่ที่อำเภอหลังสวน จ.ชุมพร โดยยึดอาชีพค้าขายเสื้อผ้า และขายปลา ในตลาดหลังสวน โดยที่ไม่มีใครรู้เรื่องดังกล่าว
จนกระทั่งเมื่อลูกไปทำบัตรประชาชนซึ่งขณะนั้นลูกชายอายุ 13 ปี ความเลยแตก เมื่อปรากฏว่าลูกชายทราบว่าพ่อที่อยู่ด้วยกันไม่ใช่พ่อแท้ๆ จึงยอมเปิดเผยเรื่องจริงให้ลูกฟังทั้งหมด ที่ผ่านมายอมรับว่าในบางครั้งก็มีโอกาสได้เจอกับบูบู้บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะติดต่อผ่านเลขาของบูบู้ เพื่อขอให้ช่วยเซ็นเอกสารเกี่ยวกับเรื่องเรียนของลูกชายและบูบู้เองก็ได้เซ็นให้ และช่วยเหลือค่าใช้จ่ายให้ลูกเดือนละ 3,000 บาท มาต่อเนื่อง 4 ปี จนพักหลังประมาณ 3-4 เดือนไม่สามารถติดต่อบูบู้ได้ แต่ลูกคงอยากเจอหน้าพ่อและอาจน้อยใจที่ไม่สามารถติดต่อพ่อได้ ก็เลยมีการโพสต์ขอความช่วยเหลือในเพจดัง จนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตดังกล่าว
ข้อมูลจาก Facebook : เพจแหม่มโพดำ , Thairath