ใครที่เคยลองสำรวจผิวของตัวเอง ก็อาจจะเคยเห็นจุดแดงบนผิวเกิดขึ้น ซึ่งมันก็มีหลากหลายรูปแบบ หลากหลายชนิด บางอย่างก็ไม่มีอันตราย จะปล่อยทิ้งหรือหรือทายาก็หายไป แต่บางอย่างมันก็อาจเป็นสัญญาณที่เราควรจะต้องพบแพทย์ งานนี้เรามาดูกันว่า จุดแดงบนผิวนั้น มันมีอะไรกันบ้างที่อันตรายกับไม่อันตราย
1. ไฝแดง (Cherry angiomas) ซึ่งเจ้าจุดแดงบนผิวหนังนี้ บางครั้งก็อาจจะไม่ได้เป็นสีแดง อาจเป็นสีชมพู และบางครั้งก็ไม่ได้เป็นวงกลม มีหลากหลายขนาด
เจ้าไฝแดงนี้ไม่ได้มีอันตราย ไม่ใช่เนื้องอก ไม่ใช่มะเร็ง ไม่ส่งผลร้ายต่อร่างกายแต่อย่างใด มันเป็นเส้นเลือดฝอยที่มากระจุกรวมกัน เกิดขึ้นได้ทุกที่ในร่างกาย ทุกเพศ ทุกวัย แต่พบว่าเป็นมากขึ้นในวัยผุ้ใหญ่จนถึงวัยชรา
2. Leukocytoclastic vasculitis การอักเสบของหลอดเลือดขนาดเล็กที่ผิวหนังทำให้เกิดเป็นจุดแดงบนผิวเหมือนผื่น กดแล้วไม่จาง มักอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม อาจพบร่วมกับอาการหลอดเลือดอักเสบ สาเหตุอาจเกิดจากการติดเชื้อ ผลจากยาบางประเภท สามารถรักษาได้ด้วยยารักษาหลอดเลือดอักเสบ แต่ก็ไม่ใช่โรคที่อันตรายและผื่นแดงอาจหายไปเองได้
3. จุดแดงจากการเกา บางคนอาจตกใจที่ทำไมเวลาเกาแล้วผิวเกิดผื่นแดงขึ้น ความจริงแล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับลักษณะผิวของแต่ละคน สำหรับคนที่มีผิวแห้งหรือไวต่อการระคายเคือง 70% – 80% มักจะเป็นผื่นแดงเวลาเกา เพราะเส้นเลือดฝอยถูกทำลาย
4. จุดแดงเพราะโดนแมลงกัดต่อย อันนี้ถือเป็นเรื่องปกติ จากการศึกษาพบว่า 80% ของจุดแดงจากการโดนแมลงกัดต่อยนั้น สามารถรักษาหรือบรรเทาได้ด้วยการทายาแก้ผดผื่นคันหรือคาลาไมน์โลชั่น
5. ผื่นตามลักษณะผิวและช่วงวัย สำหรับใครที่มีผิวขาวหรือผิวไวต่อการระคายเคือง บวกกับปัจจัยอายุที่มากขึ้นตั้งแต่ 40 ปีเป็นต้นไป บางคนจะมีจุดแดงบนผิวขึ้นมา ซึ่งทิ้งไว้ 1 – 2 สัปดาห์ก็จางหายไปเองถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากว่าจุดแดงหรือผื่นปรากฏนานกว่านั้น ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง
6. โรคที่แสดงออกทางผิวหนัง เช่น โรคหัดเยอรมัน, ไข้ดำแดง, โรคสะเก็ดเงิน, โรคภูมิแพ้ ฯลฯ โรคเหล่านี้ก็ก่อให้เกิดจุดแดงหรือผื่นแดงบนผิวหนังได้เช่นกัน ดังนั้น เมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้นที่ผิวหนัง ก็อย่านิ่งนอนใจ เพราะมันอาจเป็นสัญญาณของโรคต่างๆได้
7. มะเร็งไฝ (Melanoma) คือ เซลล์มะเร็งที่มีจุดเริ่มต้นจากผิวหนังและมีลักษณะเหมือนไฝธรรมดามาก ซึ่งบ่อยครั้งก็มักเริ่มต้นจากการเป็นไฝธรรมดาก่อนที่จะกลายเป็นมะเร็งไฝอย่างรวดเร็ว
มะเร็งไฝ มีสาเหตุการเกิดมาจาก เมลาโนไซต์ หรือเซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocyte) ที่มีหน้าที่ในการสร้างเมลานิน หรือเม็ดสีทำงานผิดปกติ (Malignant Melanoma) และมีการแบ่งตัวเหนือการควบคุมของร่างกาย โดยมีข้อสังเกตคือ ไฝต้องสงสัยนั้นอาจมีเลือดซึมหรือแตกเป็นแผล มีอาการปวดที่ไฝ ผิวหนังบริเวณนั้นอักเสบหรือตกสะเก็ด ไฝมีขนาดโตขึ้นและมีขนาดที่ไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับว่าจะพัฒนาไปเป็นเนื้อร้ายจำพวกใด นอกจากนี้อาจมีอาการคันที่ไฝ สีของไฝเปลี่ยน มีสีหลากหลาย มักมีขอบเขตไม่ชัดเจนและไม่เรียบ
หากมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องของไฝ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของความสวยความงาม หรือในแง่ว่าไฝจะกลายเป็นมะเร็งหรือไม่ ควรไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อการรักษาและรับคำแนะนำที่ถูกต้อง ไฝที่มีสีแปลกๆหลายๆสี เช่น สีแดง ขาว น้ำเงิน หรือดำอยู่ในเม็ดเดียวกัน มีโอกาสกลายเป็นมะเร็งของผิวหนังได้สูงกว่าปกติ
ข้อมูลและภาพจาก jarm