กกพ.เผย ค่าไฟต่ำกว่า 4 บาทไม่มีอีกแล้ว เตือนอาจพุ่งขึ้นอีก





(12 กันยายน 2565) เดลินิวส์ออนไลน์ รายงานว่า นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) เปิดเผยถึงวิกฤตพลังงานและแผนของประเทศว่า แนวโน้มอัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยรวมค่าไฟฐานที่ประชาชนต้องจ่ายในระดับต่ำกว่า 4 บาทต่อหน่วย คงจะไม่ได้เห็นอีกแล้ว เนื่องจากเชื้อเพลิงมีการเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่เคยพึ่งพิงก๊าซธรรมชาติอ่าวไทยที่ราคาต่ำ ในสัดส่วนที่สูงได้ปรับลดลงจากปริมาณก๊าซที่จำกัด ส่งผลให้ไทยมีการนำเข้ามากขึ้นจากต่างประเทศ โดยเฉพาะรูปแบบก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) สัดส่วนที่มากขึ้นในการผลิตไฟ

โดยที่ผ่านมา ในครึ่งปีแรก ตั้งแต่เดือนมกราคม – มิถุนายน ประเทศไทยใช้ก๊าซ LNG ผลิตไฟฟ้าในสัดส่วนเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์ ของกำลังการผลิตไฟฟ้าจากปี 2563 ที่ใช้ก๊าซ LNG ผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 18 เปอร์เซ็นต์ ซึ่ง LNG ที่นำเข้าในปีนี้ เป็นลักษณะสัญญาระยะสั้น SpotLNG ราว 50 เปอร์เซ็นต์ ที่มีราคาแพงมาก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าปรับสูงขึ้นจากอดีต

ขณะที่การนำเข้าแบบสัญญาระยะยาว ทางผู้ขายมักจะไม่ทำสัญญาในระยะหลัง เพราะการขายตลาดจรได้ราคาสูงกว่า ซึ่งราคา LNG คิดเป็นต้นทุนการผลิตไฟราว 10 บาทต่อหน่วย ขณะที่ก๊าซอ่าวไทยอยู่ที่เพียง 2 – 3 บาทต่อหน่วย และน้ำมัน 6 บาทต่อหน่วย

ทั้งนี้ ปัจจุบันค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (Ft) เดือนกันยายน – ธันวาคม 2565 ได้ปรับขึ้น 68.66 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อรวมค่าไฟไทยทำให้ค่าไฟเฉลี่ยต้องจ่ายอยู่ที่ 4.72 บาทต่อหน่วย ซึ่งยอมรับว่าหากดูจากสถานการณ์ราคาพลังงานที่ยังคงมีทิศทางผันผวน มีแนวโน้มต้องปรับตัวสูงขึ้น แต่จะมากน้อยเพียงใดอยู่ที่ปริมาณก๊าซในอ่าวไทย โดยเฉพาะแหล่งเอราวัณที่จะเร่งบริหารจัดการให้การผลิตเพิ่มขึ้นมาสู่ระดับปกติ ประกอบกับขณะนี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้แบกรับภาระค่าเชื้อเพลิงแทนประชาชนช่วงที่ผ่านมาแล้วเกือบ 1 แสนล้าน บาท

 

ข่าวจาก : kapook

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ
error: