เจ้าของบ้านงัดเอกสารยืนยัน ขออนุญาตแล้ว ติงคนโพสต์ควรมาถามก่อน





จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพ พร้อมข้อความว่า “เอ็นดูรถฉุกเฉินเจอเซอร์ไพรส์ปิดถนนจัดงานขึ้นบ้านใหม่ เสียเวลาอ้อมไปรับผู้ป่วยไหมนะ เส้นนาข้าวเสีย-กะช่อง ใครจะลัด/ใช้เส้นนี้ เลี่ยงหน่อยนะครับ ความเดือดร้อนกำลังปะทุครับ” จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก พร้อมตั้งคำถามถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่นั้น

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุซึ่งอยู่ใน ต.นาข้าวเสีย อ.นาโยง จ.ตรัง พบว่าเต็นท์ที่กางปิดถนนได้ถูกยกออกไปแล้ว และงานขึ้นบ้านใหม่ได้จัดเสร็จสิ้นไปแล้ว มีเพียงถังน้ำแข็งและข้าวของบางส่วนตั้งอยู่ระหว่างการเคลียร์พื้นที่

ก่อนจะพบกับ นายกิตติพงค์ หรือไก่ (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี เจ้าของบ้านและเป็นลูกเขยของ พ.ต.ท.สมชาย แสงสี สว.(สอบสวน) สภ.วังวิเศษ จ.ตรัง ก่อนชี้แจงข้อเท็จจริง และพาผู้สื่อข่าวเดินไปดูเส้นทางที่ใช้เป็นทางเลี่ยง ซึ่งมีป้ายบอกทาง จำนวน 3-4 แผ่น ทำจากไวนิลอย่างดี พร้อมนำเอกสารที่เจ้าตัวได้ขออนุญาตจาก พล.ต.ต.สันทัด วินสน ผบก.ภ.จว.ตรัง มาแสดงเป็นหลักฐาน ขอใช้เส้นทางการจราจรเพื่อตั้งเต็นท์จัดงานขึ้นบ้านใหม่ในวันที่ 27-28 สิงหาคม บนถนนทางหลวงชนบท สายนาปด-กะช่อง หมู่ 1 ต.นาข้าวเสีย ซึ่ง พล.ต.ต.สันทัด ในฐานะหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจร จ.ตรัง จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 139(1) (2) แห่ง พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 และมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2562 จึงออกประกาศการอำนวยความสะดวกและจัดระบบการจราจรตามเส้นทางดังกล่าวจนเสร็จสิ้นภารกิจ เพื่อให้การใช้พื้นที่ถนนดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเกิดความปลอดภัยสูงสุด ลงวันที่ 23 สิงหาคม

นายกิตติพงค์เปิดเผยว่า ได้ขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย และการจัดงานมี อปพร.อยู่ประจำจุดตลอดเส้นทางที่ใช้เป็นทางเบี่ยง ซึ่งเป็นถนนเลียบคลองชลประทาน ลักษณะเป็นตัวยูประมาณ 500 เมตร ก่อนจะกลับขึ้นสู่ถนนสายดังกล่าว นอกจากนี้ ได้ติดป้ายไวนิลที่ระบุเส้นทาง พร้อมลูกศรบอกเส้นทางตลอดสาย และทุกทางร่วม ทางแยก ทั้งนี้ เมื่อจัดงานเสร็จเมื่อคืนที่ผ่านมาก็ได้เก็บเต็นท์เลย และเก็บเสร็จสิ้นวันนี้ ทั้งที่จริงขออนุญาตไว้ 2 วัน แต่ตนใช้แค่วันเดียว

นายกิตติพงค์กล่าวว่า หลังจากเห็นว่ามีคนถ่ายภาพนำไปโพสต์ในลักษณะดังกล่าวก็ยอมรับว่าไม่ชอบ ที่จริงต้องมาถามตนโดยตรงก่อนว่าได้ขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่อย่างไร แต่เมื่อโพสต์ออกไปทำให้มีคนเข้ามาด่าตนเสียๆ หายๆ จำนวนมาก ยอมรับว่าไม่ค่อยสบายใจเท่าไรนัก หากตนทำผิดก็พร้อมรับผิด แต่ควรมาถามให้รู้ความจริงดีกว่าไปโพสต์ในลักษณะนั้น

“วันนี้หากผมผิดตรงไหนก็ขอโทษจริงๆ เรื่องนี้ไม่อยากพูดมาก เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ส่วนคนที่โพสต์ผมก็ไม่อยากพูดอะไรมาก รู้ว่าเป็นคนที่อยู่ไม่ไกลกัน เคยมีปัญหากับญาติของผมแล้วเหมือนกัน ส่วนรถโรงพยาบาล รถฉุกเฉิน ผมเข้าใจ เราก็ไม่ได้มีเจตนา หากผิดพลาดตรงไหนขอโทษจริงๆ แต่ยืนยันว่าไม่ได้จัดโดยพลการ ซึ่งได้ดำเนินการในส่วนทางเบี่ยงและทางเลี่ยงไว้ให้แล้ว ส่วนเรื่องคนโพสต์และชาวโซเชียลก็ไว้ดำเนินการอีกส่วนหนึ่ง” นายกิตติพงค์กล่าว

ขณะที่ นายจัด เพ็งจันทร์ อายุ 59 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ ระบุว่า เต็นท์ที่ตั้งไว้ช่วงเที่ยงวานนี้ ช่วงแรกรถวิ่งได้เลนเดียว แต่ช่วงหลังมีการตั้งเวทีเล่นดนตรี ทำให้ถนนถูกปิดทั้งหมด แต่เจ้าของงานได้จัดทางเบี่ยงไว้ให้แล้ว ซึ่งก็หลีกไปไม่ไกลมาก ถนนก็สบาย และมี อปพร.คอยบอกทางตลอด ซึ่งวัฒนธรรมของคนในหมู่บ้านก็ช่วยเหลือกันทุกอย่าง เหมือนพี่เหมือนน้อง ซึ่งเมื่อวานนี้ตนก็เห็นว่ารถของ รพ.นาโยง สามารถขับไปได้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กคนดังกล่าวได้ลบโพสต์ออกไปแล้ว เมื่อพยายามติดต่อขอสัมภาษณ์ได้รับข้อมูลว่าไม่สะดวก เนื่องจากทำงานอยู่ ทั้งนี้ เหตุที่ถ่ายคลิปไว้เพราะเมื่อวานนี้ขับรถตามรถ รพ.นาโยง

 

ข่าวจาก : มติชน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ
error: