‘นพดล’ เล่าย้อนช่วงผ่าศพห้างทอง ขอความยุติธรรมจากใครไม่ได้ ต้องดิ้นเอง ลั่น’ถ้าศาลเชื่อการชี้นำของหมอพรทิพย์ ผมคงโดนประหารไปแล้ว’





 

นับว่าเป็นละครที่มีกระแสร้อนแรงอย่างมาก สำหรับซีรีส์ “เลือดข้นคนจาง” ที่กำลังฉายอยู่ทางช่อง ONE HD จากกระแสซีรีส์ดังกล่าว ทำให้หวนนึกถึง เรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ก.ย. พ.ศ.2542 หรือประมาณ 19 ปีที่แล้ว คือ เรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงของตระกูลดังอย่าง “ธรรมวัฒนะ” ที่เกิดเหตุสะเทือนขวัญกับการเสียชีวิตของ “นายห้างทอง ธรรมวัฒนะ”

 

 

โดยช่วงระยะเวลาหนึ่ง สังคมตัดสินว่าเป็นการ “ฆาตกรรม” เนื่องด้วยเหตุความขัดแย้งภายในครอบครัวระหว่างพี่น้อง แต่บัดนี้ความจริงได้ปรากฏแล้ว หลังจากศาลได้ตัดสินว่า การเสียชีวิตของนายห้างทอง เป็นการ “ฆ่าตัวตาย”

ข่าวสดออนไลน์ พาทุกท่านมาเปิดใจคุยอีกครั้งกับ “นพดล ธรรมวัฒนะ” เป็นตอนที่ 3 ถึงช่วงผ่าศพ "ห้างทอง" เพื่อหาฆาตกรตัวจริง หลังจากสัมภาษณ์ถึงพื้นเพครอบครัวและปมฆาตกรรมสมาชิกครอบครัวแต่ละคน

อ่านย้อนหลัง : เล่าละเอียดยิบครั้งแรก!! 'นพดล ธรรมวัฒนะ' ย้อนรอยปม 'ห้างทอง' เหมือนหรือต่าง 'เลือดข้นคนจาง'แค่ไหน? 

อ่านย้อนหลัง : เปิดอกคุยสุดลึก! นพดลย้อนปมพินัยกรรมเลือด ก่อน'ห้างทอง'จะเสียชีวิต ใครปลิดชีพ'กุสุมา-นัยนา'

สังคมชี้เป้า นพดล คือ ‘คนลั่นไก’

นพดล : หลังจากพี่ห้างทองเสียชีวิต ในทางสืบสวนต้องเก็บหลักฐาน และตั้งสมมติฐานอย่างครอบคลุม ในตอนนั้นผมยอมรับเลยว่า ตำรวจไทยค่อนข้างเก่ง การตรวจรอยเลือด และหลักฐานแวดล้อม ทางตำรวจก็สอบสวนเสร็จสิ้นตั้งแต่ปี 2542 ซึ่งไม่พบร่องรอยการต่อสู้ และบาดแผลที่เกิดจากการถูกยิงก็เป็นการยิงประชิดติดผิวหนัง ตามทฤษฎีนิติวิทยาศาสตร์ 70-80 เปอร์เซ็นต์ ระบุได้ว่า เป็นการฆ่าตัวตาย ผมก็ไม่ได้วิตกกังวัล เพราะ ความจริงก็คือความจริง แม้ว่ากระแสสังคมจะตัดสินเองว่า ผมคือฆาตกร

 

 

นพดล : จนถึงปี 2546 คดีนี้ก็ถูกรื้อขึ้นมาใหม่ ซึ่งรู้สึกว่า ตัวเองกำลังจะถูกใช้เป็น ‘แพะ’ เพราะมีเรื่องทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง สืบเนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 2544 บัญญัติไว้ว่า จะต้องตั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จึงต้องร่างพ.ร.บ. ประกอบ และต้องผ่านสภาให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่กำหนด คือ ปี 2546 ซึ่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ยังไม่ผ่านความเห็นชอบ

 

 

ขณะนั้น “แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์” ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จึงพยายามยกความสำคัญทางนิติวิทยาศาสตร์ให้สังคมได้รับรู้ และพยายามผลักดันเรื่องนี้ให้ผ่านสภา ผมเห็นว่า เป็นนัยยะสำคัญอันหนึ่ง ที่รื้อคดีพี่ห้างทองขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งๆ ที่ทุกอย่างถูกสรุปไปหมดแล้ว

นพดล : ผมก็เห็นว่า ก็เป็นการดีที่จะย้ำให้สังคมเห็นความจริงอีกครั้ง จึงเกิดการผ่าพิสูจน์ครั้งที่ 2 ระหว่างที่เป็นคดี ผมก็ร้องขอให้ผ่าศพครั้งที่ 3 แต่ศาลไม่อนุญาต ทั้งที่เราร้องขอตั้งแต่ชั้นอัยการแล้ว ผบ.ตร.ขณะนั้น ก็อนุมัติ แต่ก็ถูกขัดขวางมาโดยตลอด

ศาลก็ไม่อนุญาต ซึ่งก็สืบพยานจนเกือบสิ้นสุด ต่อมาให้ ดร.เอเดรียน แม็ททิว ทอนดันลินาเคอร์” ผู้เชี่ยวชาญด้านคราบเลือดจากอังกฤษ ซึ่งหมอพรทิพย์เชิญมาให้เป็นพยานเพิ่ม หลังตรวจสอบรื้อคดี ดร.เอเดรียน ก็ไม่ยอมมาเบิกความ จนอัยการร้องขอให้ส่งพยานไปที่อังกฤษ ซึ่งผมก็ไม่ตามคดีไป เพราะต้องมีค่าใช่จ่ายมาก และก็เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของตัวเอง

 

 

นพดล : ขบวนการระหว่างนั้น ก็มีการยื่นร้องขอพระราชทานเพลิงศพ ตอนนั้นผมจะต้องแถลงต่อศาลให้ทราบว่า พยานวัตถุสำคัญกำลังจะถูกทำลาย ท้ายที่สุดศาลก็อนุมัติให้อายัดศพ คือ หมายศาลออกมาก่อนวันเผาศพแค่ 1 วันเท่านั้น ทุกอย่างก็ต้องระงับไว้

 

 

จนศาลอนุญาตให้ผ่าพิสูจน์เป็นครั้งที่ 3 ผมจึงเชิญหมอมาจากทั่วประเทศ แต่หมอพรทิพย์ก็คัดค้านให้เลือกหมอแค่ 3 คน ท้ายที่สุดศาลก็เลือกมาประมาณ 10 คน รวมทั้งผู้สังเกตุการณ์อีก 30 คน ผลการผ่าพิสูจน์ก็ปรากฏชัดเจนเลยว่า ‘สิ่งที่หมอพรทิพย์บอกมาไม่เป็นความจริงทั้งหมด’ สรุปแล้ว ตนก็เป็นเหยื่ออันโอชา ซึ่งถูกกล่าวขวัญกันมากกว่าปี 2542 อีก

 


บรรยากาศ​ใน​งาน​ทำบุญ​ครบ​รอบ 11 ปี การ​ตาย​ของ​นาย​ห้าง​ทอง ธรรม​วัฒนะ ซึ่ง​นาย​นพ​ดล ธรรม​วัฒนะ นาง​ณฤมล มังกร​พาณิชย์ และ น.ส.​ค​นึง​นิตย์ ธรรม​วัฒนะ ร่วม​กัน​ทำบุญ ที่​คฤหาสน์ ธรรม​วัฒนะ ย่าน​ตลาด​ยิ่ง​เจริญ เมื่อ 6 ก.ย.

 

ปัญหาคาราคาซังของบ้านธรรมวัฒนะ

นพดล : เมื่อพี่น้องต่างไม่เซ็นยินยอมให้แบ่งมรดกอย่างเท่าเทียมกัน ผมจึงตัดสินใจลาออกจากการเป็นผู้บริหารตลาดยิ่งเจริญ หลังจากนั้นก็ถูกครอบงำ มีคนนำเงินของกงสีไปใช้ประโยชน์ของตัวเองผมจึงเข้ามาเอาคดีไปพิสูจน์กันในศาล จนกลายเป็นเรื่องราวต่อเนื่อง และเกิดคดีฟ้องร้องระหว่างพี่น้องกันกว่า 60-70 คดี

 


สุวพีร์ ธรรมวัฒนะ และนายอาคม ฉัตรชัยยันต์

 

ยังคาใจ แม้ศาลตัดสินแล้ว

นพดล : ส่วนที่เป็นความเชื่อ มันเป็นเรื่องที่ไม่สามารถที่จะอธิบายได้ แต่ ‘บทบาทที่ชี้นำ’ ถูกทำโดยคนที่มีสถานะทางสังคม และก็โน้มน้าวในสิ่งที่ผิด ผมต้องทำทุกวิถีทางในการต่อสู้ จนถึงทุกวันนี้ก็ยังต้องต่อสู้อยู่ จึงร้องเรียนผ่านแพทยสภา ซึ่งใช้เวลาพิจารณาเกือบ 10 ปี ก่อนจะตัดสินว่า สิ่งที่หมอพรทิพย์ชี้นั้น ผิดหมดทุกข้อ แต่ลงโทษแค่เพียงตักเตือน ไม่อยากจะคิดว่า หากศาลเชื่อการชี้นำของหมอพรทิพย์ ผมคงถูกประหารชีวิตไปแล้ว

 

 

 

บทบาทนำ ชี้เป้าให้สังคมเข้าใจผิด

นพดล : ท้ายที่สุดก็ต้องนำคดีไปฟ้องต่อศาล ผมแพ้คดีในศาลปกครองชั้นต้น จึงต้องไปต่อสู้ที่ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา ซึ่งก็ต้องมารอดูกัน และสิ่งที่ผมเรียนรู้มาก็ทราบว่า ‘ความยุติธรรมแบมือขอใครไม่ได้’ จึงย้อนกลับมาดูว่า ผมเป็นคนหนึ่งที่มีกำลังในการต่อสู้ หากเป็นบุคคลธรรมดาจะเป็นอย่างไร แล้วกรณีแบบนี้ก็เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ

ทั้งการที่แพทย์นิติเวชให้ความเห็นผิดๆ พลาดๆ จนทำให้เกิด ‘แพะรับบาป’ ในสังคม คดีของพี่ห้างทอง ควรจะเป็นคดีศึกษาที่สำคัญ และนำไปพัฒนาให้เกิดประโยชน์ เพื่อใช้แสวงหาความยุติธรรมที่แท้จริงให้กับประชาชนทั่วไป

ข่าวจาก : ข่าวสดออนไลน์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ