ช่วงนี้คนไทยจากทั่วทุกสารทิศมีจุดมุ่งหมายไปที่เดียวกัน คือ ท้องสนามหลวง ซึ่งมีวัตถุประสงค์เดียวกัน คือต้องการไปแสดงความจงรักภักดีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นครั้งสุดท้าย แต่โชคร้ายที่มีบางคนอาจจะทำตัวไม่เหมาะสมทั้งที่ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ซึ่งงานนี้ก็มีคนดังบางคนออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านทางโลกโซเชี่ยว ดังที่เราจะขอนำเสนอกันในวันนี้
คนดังในที่นี้ก็คือ นักแสดงหนุ่ม "ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย" ที่ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ในทำนอง “เตือนสติ” ประชาชนที่เดินทางยังพื้นที่ท้องสนามหลวง และรอบบริเวณพระบรมมหาราชวัง ตลอดระยะเวลาหลายวันที่ผ่านมา ทั้งเรื่องของการถ่ายภาพที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยสำรวมกิริยา และการตั้งใจไปอาหารทานฟรี หรือแจกของฟรีเพื่อเรียกยอดไลค์ แถมบางรายยังเดินทางมาเที่ยวเล่นซึ่งมองแล้วเป็นเรื่องที่ไม่ถูกกาลเทศะ จนดูเหมือนว่าจะผิดวัตถุประสงค์ของคนที่ตั้งใจเดินทางมาเพื่อถวายความอาลัยอย่างแท้จริง
ลองไปอ่านข้อความดังกล่าวที่หนุ่มปั้นจั่นโพสต์ กันดีกว่าค่ะ…
"รอบๆพระบรมมหาราชวังหลายวันมานี้ หลายคนมาเพราะจงรัก แต่อีกหลายคนมากมายนักก็มาเพราะของกินฟรี เดินทางมากราบพ่อแล้วกลับบ้านกลับถิ่นมากมายนัก ส่วนมากินและมาอยู่ก็มากมายนัก มาถ่ายรูปเพื่อลงโซเชียลก็มากมายนัก รู้สึกเริ่มผิดวัตถุประสงค์เจตนารมณ์ในการมาน่ะครับหลายคน ถ้าเรามองให้ลึกหน่อยใช้ความละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกบ้าง เราจะไม่มีอารมณ์มาเดินถ่ายรูปโพสท่าไปโพสท่ามา แต่งชุดดำแต่แต่งหน้าเต็มมาถ่ายรูปกับหาอาหารฟรีทานหรือแจกของเรียก like หรอกน่ะครับ คนที่ขาดน้ำขาดข้าวปลาอาหารมีอยู่ทั่วประเทศ ตอนนี้ของมันมากจนเกินพอแล้วครับ ถ้าตั้งกองทัพสะสมเสบียงก็อยู่กันได้ถึงแร้งหน้าแล้วคับ เข้าใจถึงน้ำใจ แต่ฝากถึงคนที่มาเพื่อเที่ยวเล่นขอบอกว่ามันไม่ถูกกาลเทศะและหัดละอายและสำนึกบ้างน่ะครับ ใจใครใจมันรู้อยู่แก่ใจน่ะครับ ใครพึ่งไปหรือกลับไปอีกก็จงดูรอบๆตัวเอาเองเถิดแล้วคุณจะได้คำตอบ #ใครเค้าทำกันครับถ้าหากคุณไปงานศพญาติหรือพ่อแม่เพื่อนสนิทแล้วถ่ายรูปselfieยิ้มแป้นกันขนาดนั้น ตรรกะคืออะไรกันวัยรุ่น ได้โปรด cool กันอย่างมีสติด้วยครับ"
[ads]
ซึ่งหลังจากที่หนุ่มปั้นจั่นได้ออกมาโพสต์ข้อความดังกล่าว ก็มีประชาชนจำนวนมากเข้ามาแสดงความเห็น ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วค่อนข้างที่จะมีมุมมองไปในทิศทางเดียวกันกับข้อความดังกล่าวของนักแสดงหนุ่มที่ออกมาเปิดประเด็นวิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้
แล้วคุณละคะคิดเห็นกับประเด็นนี้ว่าอย่างไรบ้าง?
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก news.sanook.com
[ads=center]