ของดี ! เกษตรตรังแห่ปลูก “มะม่วงหิมพานต์” เก็บยอดขายรายได้ดีกินประจำสู้มะเร็ง
มะม่วงหิมพานต์ เป็นผลผลิตที่สร้างกำไรให้แก่ผู้ที่ปลูกได้อย่างงาม ดังนั้นจึงไม่แปลกเมื่อปัจจุบันได้มีหลายๆคนหันมาปลูกมะม่วงหิมพานต์เพิ่มมากขึ้นเป็นจำนวมาก เนื่องจากเก็บยอดขายสร้างรายได้อย่างงาม หลังผลวิจัยระบุพบมีสารต้านอนุมูลอิสระชะลอความแก่ แถมยังป้องกันโรคมะเร็งได้อีกด้วย
จากกระแสของการวิจัยที่ระบุว่า ยอดมะม่วงหิมพานต์มีคุณสมบัติเป็นสมุนไพรไทยชนิดหนึ่ง เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระ และสารชะลอความแก่มากกว่าผลไม้ตระกูลเบอร์รี่จากต่างประเทศหลายเท่า อีกทั้งหากกินเป็นประจำก็ยังจะสามารถป้องกันโรคมะเร็งได้ด้วยนั้น ยิ่งทำให้ผู้คนเกิดความตื่นตัวในการนำยอดมากินเป็นเครื่องเคียง หรือผักเหนาะมากขึ้น ทำให้เกษตรกรหลายรายพื้นที่ว่างมาปลูกมะม่วงหิมพานต์เพื่อเก็บยอดขาย
ยอดมะม่วงหิมพานต์มีสารต้านอนุมูลอิสระ และสารชะลอความแก่มากกว่าผลไม้ตระกูลเบอร์รี่จากต่างประเทศหลายเท่า ซึ่งหากกินเป็นประจำจะสามารถป้องกันโรคมะเร็งได้ ประกอบกับมะม่วงหิมพานต์เป็นไม้ผลพื้นบ้านของภาคใต้ที่ปลูก หรือขึ้นเองได้ง่ายตามธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีใดๆ จึงเห็นควรใช้โอกาสนี้ในการพัฒนามาเป็นอาชีพด้วยการเก็บยอดขายเพื่อสร้างรายได้
[ads]
ทั้งนี้ ยอดมะม่วงหิมพานต์ในท้องตลาดทั่วไปจะขายกันในราคามัดละ 5 บาท หรือกิโลกรัมละ 40 บาท โดยเกษตรกรจะเก็บกันในช่วงเย็นแบบวันเว้นวัน เพื่อส่งพ่อค้าแม่ค้าที่มานำไปขายต่อแบบมีเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งพื้นที่ริมทาง หรือแค่เพียง 1 งาน ก็สามารถปลูกมะม่วงหิมพานต์ได้จำนวนนับร้อยต้น ส่วนการดูแลบำรุงรักษาก็ทำได้ง่าย แค่ใส่มูลสัตว์ปีละ 2 ครั้ง และดายหญ้ารอบๆ ต้นไม่ให้รก ตลอดจนตัดแต่งต้นให้สูงไม่เกิน 1.5 เมตร ก็จะทำให้มียอดออกมาเก็บขายได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี
ไม่น่าเชื่อเลยว่าการปลูกต้นมะม่วงหิมพานต์จะสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรขนาดนี้ หากใครที่สนใจก็ลองศึกษาข้อมูลและปลูกเอาไว้ทานเองก็ได้ ปลูกขายก็ดี หรือใครที่อยากบริโภคอย่างเดียวไม่อยากปลูกก็สามารถซื้อเม็ดมะม่วงหิมพานต์มาทานได้ถือเป็นการอุดหนุนเกษตรกรผู้ปลูกให้มีรายได้ และยังได้รับประโยชน์มากมายจากการทานยอดมะม่วงหิมพานต์อีกด้วย
______________________________________
เรียบเรียงและจัดทำหาข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
[ads=center]