เรื่องนี้น่าจะเป็นกำลังใจสำคัญให้กับคนที่กำลังลดความอ้วนอยู่แน่ๆเลย เพราะชายหนุ่มผู้นี้ ผู้ที่ไม่น่าจะมีใครคิดว่าชาตินี้จะผอมได้อีก กลับทำสิ่งที่คนทั่วไปคาดไม่ถึง ฟิตตัวเอง ลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย จนเหมือนได้ชีวิตใหม่กลับมาอีกครั้ง กับน้ำหนักที่ลดลงมาเกือบ 90 กิโลกรัมภายใน 10 เดือน เขาทำได้อย่างไร ตามมาดูกัน
ถ้าใครกำลังมองหากำลังใจหรือแรงบันดาลใจในการลดน้ำหนัก คุณต้องลองอ่านเรื่องราวของชายหนุ่มผู้นี้…เขาทำได้ คุณก็ทำได้แน่นอน
หนุ่มคนนี้มีชื่อว่า “Ross Gardner” วัย 38 ปี อาศัยอยู่ ณ รัฐฟลอริด้า สหรัฐอเมริกา โดยเมื่อ 10 เดือนก่อน เขาเคยมีน้ำหนักถึง 392 ปอนด์ หรือ 177 กิโลกรัม ซึ่งสาเหตุของน้ำหนักที่มากมายขนาดนี้เกิดมาจากการทานอาหารที่มากกว่าที่คนปกติกินเกือบ 10 เท่า จากข้อมูลพบว่า ในบางวันเขารับประทานอาหารสูงถึงวันละ 15,000 กิโลแคลอรี่เลยทีเดียว จะหิวอะไรขนาดนั้น!
นอกจากนี้ ทุกๆ วันเขาจะต้องตื่นมาดื่มวิสกี้ Jack Daniel ก่อน 1 ลิตร จากนั้นก็จะกินอาหารไปเรื่อยๆ จนถึงบ่ายสองโมงเพื่อป้องกันอาการเมาค้าง
ทั้งหมดนี้ทำให้น้ำหนักของเขาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตลอดทุกวัน แม้จะมีคนรอบข้างทักบ้าง แต่เขาก็ไม่ได้สนใจแต่อย่างใด
[ads]
แต่วันหนึ่ง ขณะที่เขากำลังจะขึ้นเครื่องบินไปไมอามี่เพื่อทำงาน เขาถูกสายการบินบังคับให้ซื้อที่นั่งเพิ่มอีกหนึ่งที่ เนื่องจากเขามีขนาดตัวที่ใหญ่เกินไป เหตุการณ์นี้ทำให้เขารู้สึกอายมาก เขาจึงตั้งใจเปลี่ยนตัวเองนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา
“ลุงของผมแนะนำให้ไปหาหมอและตรวจร่างกาย หมอบอกว่าถ้าผมยังใช้ชีวิตแบบนี้ ผมจะตายในอีก 3 ปีข้างหน้า”
เขาจึงเริ่มจากการลดอาหารจากวันละ 15,000 แคลอรี่ เหลือเพียง 2,500 แคลอรี่ เลิกดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ เพียงแค่สัปดาห์เดียวเขาสามารถลดน้ำหนักไปได้ถึง 7 กิโลกรัม
เมื่อเห็นผลในครั้งแรก เขาก็ตั้งใจจะลดน้ำหนักต่อไป หลังจากผ่านไป 6 เดือน เขาก็สามารถลดน้ำหนักจาก 392 ปอนด์ (177 กิโลกรัม) เหลือเพียง 196 ปอนด์ (89 กิโลกรัม) เท่านั้น!
การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ทำให้เขามีหนังส่วนเกินบริเวณรอบเอวยืดย้วยออกมา เขาจึงต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อตัดผิวหนังส่วนเกินเหล่านั้นออกไป
“ผิวหนังที่ท้องของผมห้อยจนถึงหัวเข่า ไม่มีทางเลยที่ผมจะซ่อนมันได้ ผมจึงต้องเข้ารับการผ่าตัด”
“เมื่อก่อนผมไม่กล้าถอดเสื้อต่อหน้าคนอื่นเลย ผมอายหน้าท้องตัวเองมาก แต่ตอนนี้ผมเป็นคนใหม่แล้ว ผมกล้าที่จะโชว์เรือนร่างต่อผู้อื่น ผมรู้สึกเหมือนได้เป็นคนใหม่”
และตอนนี้เขาก็เปลี่ยนไปเป็นคนใหม่แล้ว
“ผมกลับไปสมัครโรงเรียนการแพทย์และเพิ่งผ่านการคัดเลือกเข้าเรียนแพทย์แพทย์ไคโรแพรคติก ผมหวังว่าผมสามารถช่วยเหลือผู้อื่น และทำให้พวกเขารู้ว่า ยังไม่ช้าเกินไปที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง”
สุดยอดจริงๆเลยใช่ไหมค่ะ? ใครที่กำลังลดน้ำหนักอยู่ขอให้กรณีศึกษานี้เป็นตัวอย่างที่มีประโยชน์สำหรับทุกคนที่คิดจะเปลี่ยนตัวเอง จำไว้เลยนะคะว่า “ไม่มีอะไรยากเกินความพยายามของเราแน่นอน”!
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก catdumb.com
[ads=center]