รสส่วนใหญ่ที่วิ่งกันบนถนนทุกวันนี้ล้วนแต่เป็นรถเกียร์ออโต้ หรือเกียร์อัตโนมัติเสียเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากใช้งานได้ง่ายกว่ามาก แต่อาจไม่ปลอดภัยสำหรับนักขับหน้าใหม่หรือคนขับรถที่ชินกับเกียร์ธรรมดามากกว่า ดังนั้น จึงค่อนข้างจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้วิธีการใช้เกียร์ที่ถูกต้องเพื่อถนอมให้เกียร์ใช้ได้นานๆ แบบไร้ปัญหา มาดูวธีการใช้ที่ถูต้องกันเลยดีกว่า
หากมองไปที่แป้นเกียร์ ไม่ว่าคุณจะขับรถยี่ห้อใดจะสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่าจะมีตำแหน่ง P / R / D / D2/S ซึ่งรถยนต์ยุคใหม่ส่วนใหญ่จะมีรูปแบบการใช้งานหรือการจัดเรียงตำแหน่งของเกียร์คล้ายๆ กัน วิธีการใช้ให้ปลอดภัยมีดังต่อไปนี้
P Parking
P หมายถึง Parking หรือตำแหน่งเกียร์จอด
1. ตำแหน่งนี้จะใช้เฟืองล็อกป้องกันการเคลื่อนที่หรือการไหลโดยไม่ตั้งใจ เพราะเป็นตำแหน่งเกียร์ที่ไม่สามารถเข็นได้ต้องยกสถานเดียวเท่านั้น
2.ใช้สำหรับการจอดแบบเป็นที่เป็นทาง
3. การจอดในที่ลาดเทไม่มีความสม่ำเสมอ
R Reverse
R หมายถึง ตำแหน่งเกียร์ถอยหลัง
1. ก่อนจะผลักคันเกียร์เข้าสู่ตำแหน่งถอยหลังหรือ R ทำให้แน่ใจว่าเท้าเหยียบเบรกจริงๆ ไม่ได้เหยียบคันเร่งหรือเหยียบไม่มั่นคง
2. ไม่ควรใจร้อนเปลี่ยนจากเกียร์ D ไปเป็นเกียร์ R ในขณะที่รถยังไม่หยุดสนิท ยิ่งทำแบบนั้นบ่อยๆ สุดท้ายเกียร์จะพังเร็วขึ้น
3. ควรตรวจสอบรอบๆ รถก่อนใส่เกียร์ถอยหลัง เพื่อป้องกันการถอยไปทับเด็กหรือหมาแมว
4. ถอยเท้าออกจากแป้นเบรกทีละน้อยๆ ไม่ควรกดคันเร่งเร็วๆ เพื่อขับถอยหลัง
N Neutral
N คือตำแหน่งของเกียร์ว่าง
1. สามารถนำมาใช้ได้เมื่อต้องผจญกับรถติดนานๆ รอการเคลื่อนตัว แค่เลื่อนคันเกียร์ออโต้ไปที่ N ดึงเบรกมือแล้วยกเท้าออกมาพักได้เลยไม่ต้องทนเหยียบไว้ให้ไฟเบรกไปแยงตารถคันหลัง
2. ถือเป็นการลดการทำงานของเกียร์ไปในตัวและช่วยยืดอายุของเกียร์อีกด้วย
D Drive / S Sport
ตำแหน่งขับเคลื่อนไปข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็น D1 / D2 / D3 หรือ D / S ถือเป็นเกียร์เดินหน้าทั้งนั้น ตำแหน่งนี้ครอบคลุมการทำงานไล่ตั้งแต่เกียร์ 1 ไปจนถึงเกียร์สุดท้ายไม่ว่ารถคุณจะมี 6-7-8 เกียร์
ตำแหน่ง D จะไล่อัตราทดไปจนสุดหากขับบนทางแบบไฮเวย์ ส่วนทางในเมือง เกียร์ D จะวิ่งขึ้นลงแค่เกียร์ 1-2-3-4 หรือแม้แต่เกียร์ 5-6 หากถนนโล่งมากพอ สำหรับตำแหน่ง S หรือ Sport เกียร์จะทำงานโดยตัดตำแหน่งเกียร์สุดท้ายออกไป
[ads]
M Manual
เกียร์ในตำแหน่งนี้จะเข้าสู่โหมดการทำงานในรูปแบบเกียร์แมนนวลหรือกลายเป็นเกียร์ธรรมดาโดยไม่ต้องเหยียบคลัตช์ ที่ผู้ขับสามารถชิฟเกียร์เพื่อเปลี่ยนอัตราทดขึ้นลงได้ตามความต้องการ
ตำแหน่ง M จะมาพร้อมกับสัญลักษณ์ +/- แจ้งตำแหน่งขึ้น-ลง โดยผลักคันเกียร์เดินหน้าหรือถอยหลัง
D3 / D2 / L
เป็นตำแหน่งของเกียร์ต่ำเริ่มจาก 1-2-3
1. ใช้สำหรับขับขึ้นลงบนเส้นทางภูเขาที่มีความลาดชัน
2. ตำแหน่ง D3 เหมาะกับโค้งที่ไม่แคบหรือทางขึ้นลงเขาที่ไม่ชันมากจนเกินไป
3. ตำแหน่ง D2 / D1 ใช้สำหรับขับขึ้นลงทางที่มีความชันมากๆ เป็นตำแหน่งของเกียร์ต่ำที่มีแรงฉุดลากสูง เหมาะกับการไต่ขึ้นเขาหรือขับลงทางที่ทั้งชันและคดเคี้ยวมีโค้งพับไปพับมา ซึ่งต้องการเร่งกำลังเพื่อตะกายขึ้นยอดภูหรือใช้เป็นตัวหน่วงไม่ให้รถแล่นลงเขาเร็วมากจนเกินไป
ข้อควรรู้…ทำอย่างไรให้เกียร์ใช้ได้นานเท่านาน
1. การทำงานของเกียร์ออโต้ทั่วไปสัมพันธ์กับความเร็วของรถ รอบเครื่องยนต์และน้ำหนักของการเหยียบคันเร่งเพื่อเพิ่มรอบเครื่องยนต์ หากผู้ขับเหยียบคันเร่งจนมิดรอบของเครื่องยนต์ ความเร็วจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแต่เกียร์จะยังไม่เปลี่ยนขึ้นสูงจนกว่าความเร็วรอบเครื่องยนต์และความเร็วของรถจะมีความสัมพันธ์กัน
2. การเหยียบคันเร่งแรงๆ ต่อเนื่องในจังหวะที่จะต้องรอคอยให้ความเร็วสัมพันธ์กับรอบเครื่องยนต์ยิ่งทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิง
3. การขับลากรอบในโหมดสปอร์ตให้ความรู้สึกเร็วแต่กินเชื้อเพลิงและเกียร์ต้องรับภารกรรมหนักมากขึ้น
4. ควรฝึกใช้เกียร์ให้ถูกต้องต่อสภาพเส้นทาง
5. การขับที่ความปลอดภัย คือ ค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักเท้าให้เกียร์ไหลขึ้นไปเองด้วยรอบที่ปกติไม่ตวัดขึ้นอย่างเร็ว
การทราบหน้าที่ของเกียร์แต่ละประเภทและใช้เกียร์แต่ละประเภทให้ถูกต้องและเหมาะสม จะก่อให้เกิดความปลอดภัยบนท้องถนน ที่สำคัญ คือ เกียร์ไม่พังเร็วแถมไม่เปลืองน้ำมันด้วยนะคะ ความรู้ดีๆแบบนี้ต้องจำไว้ให้ขึ้นใจเลย
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก thairath.co.th
[ads=center]