“นิ่วในถุงน้ำดี” แค่ฟังชื่อก็รู้สึกไม่ดีแล้วใช่มั๊ยค่ะ? แต่ถ้ารู้ว่าโรคนี้เป็นโรคฮิตที่คุณเองก็อาจจะเป็นได้ด้วยละ เริ่มรู้สึกถึงความน่ากลัวเพิ่มมากขึ้นหรือยัง ใครที่กลัวจะเป็นโรคนี้ หรือคิดว่าตัวเองมีความเสี่ยงต่อ “โรคนิ่วในถุงน้ำดี” อยู่ มาลองศึกษาโรคนี้เพิ่มเติม และหาวิธีป้องกันกันดีกว่า จะได้ไม่ต้องมาเจ็บป่วยซ้ำซ้อนอีกต่อไป
ลักษณะและความอันตรายของ ‘นิ่วในถุงน้ำดี’ เป็นอย่างไร?
ลักษณะของนิ่วที่ว่านี้จะเป็นก้อนกลมหรือเหลี่ยมๆ สีเข้มๆ ซึ่งเกิดจากการตกผลึกของหินปูน (แคลเซียม) หรือคอเลสเทอรอลที่มีอยู่ในน้ำดี ซึ่งเป็นผลมาจากการขาดสมดุลของน้ำดี
หากก้อนนิ่วเติบโตขึ้น โดยอาจจะเกิดจากการรวมตัวเป็นก้อนใหญ่ก้อนเดียว หรือเป็นก้อนเล็กๆ หลายก้อน แล้วเข้าไปอุดถุงน้ำดี ก็อาจจะทำให้ถุงน้ำดีอักเสบได้ และหากมีก้อนนิ่วติดค้างอยู่ที่ถุงน้ำดีเป็นเวลานาน ก็ อาจกระตุ้นให้เกิดเป็นมะเร็งถุงน้ำดีได้เช่นกัน
ใครบ้างที่เสี่ยงสูง!
หากคุณเป็นคนเหล่านี้ ก็เข้าข่ายที่จะเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดีได้เลย คนประเภทดังกล่าว ได้แก่
1. ผู้หญิง อายุ 40 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะคนที่มีรูปร่างท้วม และมีบุตรหลายคน
2. ผู้ป่วยที่มีภาวะเป็นเบาหวาน หรือโรคอ้วน
3. ผู้ป่วยทาลัสซีเมีย โลหิตจาง
4. ผู้ที่มีระดับคอเลสเตอรอลสูง หรือชอบบริโภคอาหารมัน อาหารทอดมากเกินไป
5. ผู้ที่ทานยาลดไขมันบางชนิด ซึ่งมีผลทำให้คอเลสเตอรอลในน้ำดีสูง
6. ผู้ที่ลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วมากเกินไป ซึ่งทำให้ไขมันถูกละลายมากเกินไปในเวลาสั้นๆ
อาการของโรคนิ่วในถุงน้ำดี
1. ปวดท้อง แน่น จุกเสียดบริเวณใต้ชายโครงขวา หรือลิ้นปี่
2. ท้องอืด ทานอะไรนิดหน่อยก็อิ่มง่าย แต่อาหารไม่ย่อย โดยเฉพาะหลังจากที่รับประทานอาหารมันมาก หรือทานอาหารมื้อใหญ่
3. ในรายที่เกิดอาการถุงน้ำดีอักเสบ อาจมีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน
4. ในบางรายอาจมีภาวะดีซ่าน ตัวเหลือง ตาเหลือง
วิธีการรักษา
1. ชนิดไม่มีอาการ
อาจไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาใดๆ เพียงแต่ควรเข้ามาตรวจเช็คร่างกายเรื่อยๆ หากไม่แสดงอาการเลย ก็อาจไม่ต้องทำการรักษาใดๆ ตลอดทั้งชีวิต
2. ชนิดมีอาการ
หากมีอาการข้างเคียง เช่น ปวดท้อง แพทย์อาจสั่งยาให้ทาน หรือแนะนำให้ผ่าตัด ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับขนาดของก้อนนิ่ว และความรุนแรงของอาการ
สมัยนี้การผ่าตัดก้อนนิ่วไม่น่ากลัวมากเท่าไหร่แล้ว เพราะมีการนำเทคโนโลยีการใช้กล้องส่องผ่านหน้าท้อง ทำให้เจ็บแผลเพียงเล็กน้อย และฟื้นตัวได้เร็วภายใน 1-2 วัน
[ads]
วิธีป้องกันโรคนิ่วในถุงน้ำดี
ใครไม่อยากต้องเจ็บตัวด้วยโรคนี้ ควรมีวิธีการป้องกันตัว ดังต่อไปนี้
1. ควบคุมอาหาร พยายามลดหรืองดอาหารทอด อาหารที่มีน้ำมันเยิ้ม หรืออาหารที่มันมากๆ รวมไปถึงอาหารหวานจัด เช่น น้ำอัดลม อาหารกระป๋อง สำเร็จรูป และอาหารแช่แข็งด้วย
2. ควบคุมน้ำหนัก ระดับน้ำตาลในเลือด และระดับคอเลสเตอรอล ตรวจเช็คค่าเหล่านี้ทุกปี และควบคุมอย่าให้สูงจนเกินไป
3. เลือกทานอาหารจำพวกแป้งไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ผักผลไม้สด ถั่ว และธัญพืชต่างๆ ทั้งหมดนี้ล้วนดีต่อสุขภาพทั้งนั้น
4. ออกกำลังกายเป็นประจำ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งเป็นอย่างน้อย และออกกำลังกายนานครั้งละ 20-30 นาที
หากคุณสามารถปฏิบัติตัวได้ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น ทั้งการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการตรวจเช็คร่างกายเป็นประจำ โรคนิ่วในถุงน้ำดีก็คงไม่น่ากลัวอีกต่อไป และคุณจะปลอดภัยไม่มีวันต้องเจ็บป่วยกับโรคนี้อีกอย่างแน่นอน
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก health.sanook.com
[ads=center]