ใครมีแฟน..พาแฟนไปตรวจด่วน!! อย่าละเลยการตรวจมะเร็งรังไข่ รู้ทันก่อนจะสายไป



ใครมีแฟน..พาแฟนไปตรวจด่วน!! อย่าละเลยการตรวจมะเร็งรังไข่ รู้ทันก่อนจะสาย

โรคมะเร็งรังไข่เกิดจากความผิดปกติของยีนส์ทางกรรมพันธุ์ อาหารการกิน สภาพแวดล้อม รวมทั้งมลพิษต่างๆส่งผลให้ปัจจุบันผู้หญิงที่มีอายุน้อยเริ่มมีความเสี่ยงกับการเป็นมากขึ้นประมาณ 5,000-6,000 รายทุกปี

สาเหตุการเกิดมะเร็งในรังไข่ ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้แน่ชัด โดยมะเร็งรังไข่สามารถพบได้ทุกช่วงอายุ แต่จะพบมากในผู้หญิงช่วงอายุมากกว่า 50 ปี หรือช่วงวัยหมดประจำเดือน และผู้หญิงที่มีญาติใกล้ชิดเป็นมะเร็งรังไข่ มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งรังไข่ได้มากขึ้น

ทั้งนี้เชื่อว่าการเกิดแผลที่ผิวรังไข่เนื่องจากการตกไข่ซ้ำๆ เป็นระยะเวลานาน เป็นสาเหตุหนึ่งที่กระตุ้นการเกิดมะเร็งรังไข่นั่นเอง ดังนั้นสำหรับผู้หญิงที่มีอัตราการเป็นมะเร็งรังไข่น้อยกว่าผู้หญิงปกติคือ ผู้หญิงที่มีลูกและเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่ และการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดเป็นระยะเวลานาน รวมทั้งการทำหมัน
อาการและระยะต่างๆ ของโรคมะเร็งรังไข่

อาการที่พบบ่อยในมะเร็งรังไข่คือ คลำพบก้อนในท้อง มีท้องโตขึ้นหรือมีน้ำในท้อง ปวดท้อง เบื่ออาหาร อาจมีประจำเดือนมาผิดปกติร่วมอยู่ด้วย โดยมะเร็งรังไข่แบ่งได้เป็น 4 ระยะ ได้แก่

ระยะที่ 1 ส่วนใหญ่มักจะไม่แสดงอาการ ทำให้ผู้ป่วยไม่ทราบอาการ และไม่ได้เข้ารับการรักษา โดยเซลล์มะเร็งยังอยู่ภายในรังไข่ซึ่งสามารถรักษาได้โดยการผ่าตัด

ระยะที่ 2 ผู้ป่วยอาจเริ่มมีอาการปวดท้องน้อย หรือคลำเจอก้อน ซึ่งเซลล์มะเร็งเริ่มกระจายจากรังไข่สู่อวัยวะในช่องเชิงกราน เช่น ท่อนำไข่ หรือมดลูก
 
ระยะที่ 3 มักทำให้ผู้ป่วยมีท้องขยายใหญ่อย่างรวดเร็วเนื่องจากมีน้ำในช่องท้อง รวมทั้งท้องอืด กินอาหารได้น้อย เนื่องจากเซลล์มะเร็งเริ่มกระจายเข้าสู่เยื่อบุช่องท้อง

[ads]

ระยะที่ 4 เซลล์มะเร็งเริ่มกระจายจากรังไข่ไปยังอวัยวะที่ไกลออกไป เช่น ตับ ปอด ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการแตกต่างกัน แล้วแต่อวัยวะที่มะเร็งลุกลามไป

การรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งรังไข่ แพทย์จะทำประเมินอาการของผู้ป่วย และวางแผนการรักษา ซึ่งส่วนใหญ่จะประกอบด้วย การผ่าตัด เพื่อนำก้อนมะเร็งออก และประเมินการกระจายของโรคว่าอยู่ในช่วงระยะไหน และการให้ ยาเคมีบำบัด เพื่อป้องกันหรือชะลอการกลับเป็นซ้ำของโรค โดยหลังการรักษาแพทย์จะนัดผู้ป่วยเพื่อตรวจติดตามอาการเป็นระยะๆ ทุก 3 – 6 เดือน เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ป่วยไม่มีโรคกลับซ้ำ

ดังนั้นจึงขอเตือนผู้หญิงให้หมั่นไปตรวจสุขภาพ เข้ารับการอัลตร้าซาวด์อุ้งเชิงกราน และการตรวจเลือดด้วยแล้วหากเป็น ก็จะมีโอกาสหายเป็นปกติมากขึ้น เพราะแพทย์จะทำการรักษาได้ทัน มะเร็งจะได้ไม่ลุกลามไปยังส่วนอื่น

 

______________________________________
เรียบเรียงและจัดทำหาข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
[ads=center]