อาการท้องอืดและมีลมในช่องท้อง อาจไม่ใช่เพราะคุณกินมากเกินไปเสมอไป แต่อาจเป็นเพราะการกินอาหารบางอย่างที่ไม่ถูกกับท้องของเราก็เป็นได้ อาหารอะไรบ้างที่คนท้องอืดบ่อยๆไม่ควรทาน ตามมาดูกัน
งานวิจัยจาก International Journal of Clinical Practice พบว่า การกินอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่มีการดูดซึมในลำไส้น้อยและอุดมไปด้วยน้ำตาลธรรมชาติสูง มีผลให้เกิดอาหารท้องอืดได้ ทั้งนี้เนื่องจากอาหารในกลุ่มนี้จะถูกดูดซึมในลำไส้เล็กได้น้อย บางครั้งย่อยไม่หมดจนเกิดการหมักโดยเชื้อจุลินทรีย์ในทางเดินอาหาร ทำให้เกิดแก๊สขึ้นในลำไส้ใหญ่และส่งผลให้รู้สึกท้องอืด
อาหารอะไรบ้างที่อาจทำให้เกิดอาการท้องอืดได้ ตามมาดู
1. ผักตระกูลกะหล่ำปลี
เช่น กระหล่ำปลี,บร็อกโคลี่ และ กะหล่ำดอก ซึ่งมีคาร์โบไฮเดรต ประเภท “แรฟฟิโนส” ตามปกติแล้วร่างกายจะไม่สามารถย่อยน้ำตาลชนิดนี้ได้ในระบบทางเดิน อาหารจนกว่าผักเหล่านี้จะถูกลำเลียงไปยังลำไส้ใหญ่ ซึ่งกว่าจะย่อยได้หมดกากอาหารจากผักก็จะเกิดการหมักหมมจนกลายเป็นแก๊ส และทำให้เกิดอาการท้องอืดได้แล้ว
วิธีแก้ วิธีที่จะช่วยให้ร่างกายย่อยผักกะหล่ำได้ง่ายขึ้น คือ นำไปทำให้สุกก่อนกิน นั่นเอง
2. ถั่วเปลือกแข็ง
จัดเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยให้เป็นน้ำตาลได้ยาก ส่งผลให้เกิดอาการท้องอืดได้ โดยทั่วไปมักพบในประเภทถั่วเปลือกแข็งทั้งหลาย
วิธีแก้ สำหรับวิธีรับประทานถั่วอย่างมีความสุข ให้นำถั่วเปลือกแข็งแช่น้ำไว้ค้างคืน ความชุ่มฉ่ำจากน้ำจะช่วยให้ถั่วอ่อนนิ่มและยับยั้งคาร์โบไฮเดรตได้บางส่วน ทำให้ลดอาการท้องอืดที่อาจเกิดขึ้นได้
3. แตงโม
ผลไม้ที่ให้ความหวานตามธรรมชาติชนิดนี้อุดมไปด้วยน้ำตาลฟรักโทสในระดับสูงมาก ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าประมาณ 30-40% ของผู้ที่ไม่สามารถดูดซึมฟรักโทสได้อย่างเต็มที่จะมีอาการท้องอืดได้ และบางครั้งอาจมีอาหารท้องเสียร่วมด้วย
วิธีแก้ อาการนี้เกิดขึ้นได้ไม่บ่อยนัก วิธีการแก้ที่ดีที่สุดจึงเป็นการรับประทานแต่น้อย ให้ร่างกายค่อยๆปรับตัว เมื่อปรับตัวได้ก็จะทานได้มากขึ้นโดยไม่มีอาการดังกล่าว
[ads]
4. หัวหอมใหญ่
ฟรุกแทน (Fructan) เป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่งที่พบในหัวหอมใหญ่ ซึ่งมักเป็นปัญหาต่อช่องท้องของเรา เนื่องจากพืชผักตระกูลหอมไม่ว่าจะเป็นต้นหอม หัวหอมแดง และหัวหอมใหญ่ มักดูดซึมในลำไส้ได้น้อย และเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำในลำไส้ ส่งผลให้เกิดแก๊สและท้องอืดตามมา
วิธีแก้ วิธีที่จะช่วยให้ผักประเภทนี้ย่อยได้ง่ายขึ้น คือ นำไปทำให้สุกก่อนกิน นั่นเอง
5. ธัญพืช
ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวไรย์ และข้าวโพด ต่างก็มีส่วนประกอบของฟรุกแทน ซึ่งไม่สามารถแยกย่อยได้เองตามธรรมชาติ และโดยเฉพาะสำหรับผู้ที่แพ้กลูเตน หรือร่างกายไม่สามารถย่อยกลูเตนในลำไส้เล็กได้ ทำให้เกิดอาการคล้ายกับแพ้นม นอกจากนี้ การกินธัญพืชเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุให้เกิดการทำลายเยื่อบุของลำไส้เล็กและเกิดแก๊สขึ้นในท้อง บางคนอาจมีอาการท้องเสียและ/หรือท้องผูกร่วมด้วย แต่ถึงแม้จะไม่มีอาการแพ้กลูเตนเลยก็ตาม เส้นใยจากพืชที่ไม่ละลายน้ำชนิดนี้จะหมักโดยเชื้อจุนลินทรีย์ในลำไส้ใหญ่ ซึ่งนำไปสู่การเกิดแก๊สเป็นจำนวนมหาศาลอยู่ดี
วิธีแก้ วิธีการแก้ที่ดีที่สุดจึงเป็นการรับประทานแต่น้อย ให้ร่างกายค่อยๆปรับตัว
นอกจากนี้ หากใครกำลังมีอาการท้องอืดอยู่ วิธีการบรรเทาอาการท้องอืดที่ทำได้ง่ายๆ ก็คือ การดื่มน้ำเปล่าเพื่อช่วยขับแก๊ส ก็จะช่วยทุเลาอาการลงได้ แต่สำหรับใครที่มีอาการแน่นท้องอยู่บ่อยๆ อาจต้องเลี่ยงอาหารบางชนิดที่ไปเลย จะเป็นการดีที่สุด
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก www.108health.com
[ads=center]