มีรถต้องรู้! เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ต้องทำอย่างไรบ้าง เพื่อรักษาผลประโยชน์ตัวเอง



ไม่มีใครอยากเกิดอุบัติเหตุ แต่ถ้าเกิดขึ้นมาแล้วก็จำเป็นต้องทำให้ถูกขั้นตอนเพื่อให้ง่ายต่อการจัดการ และเพื่อประโยชน์ที่คุณจะได้รับ ต้องทำอย่างไรบ้างเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เราเรียบเรียงมาเป็นขั้นตอนให้คุณแล้วค่ะ

 

1276.1

 

1. การแจ้งเกิดอุบัติเหตุ

     •    แจ้งศูนย์รับแจ้งเหตุของบริษัทประกันภัยทันทีที่เกิดเหตุ ไม่ว่าจะมีคู่กรณีหรือไม่

     •    ข้อมูลที่แจ้ง ได้แก่ ชื่อผู้ขับขี่ ทะเบียน ยี่ห้อ รุ่น สี โทรศัพท์ติดต่อ ลักษณะการเกิดเหตุ สถานที่เกิดเหตุและจุดสังเกต โดยหากมีการเคลื่อนย้ายรถให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

     •    ควรสอบถามชื่อผู้รับแจ้งอุบัติเหตุไว้ด้วย

 

2. ณ จุดเกิดอุบัติเหตุ

     •    ถ้าฝ่ายผิดยังไม่ยอมรับ ห้ามแยกรถออกจากกันโดยไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจขีดเส้น หรือจนกว่าเจ้าหน้าที่บริษัทจะไปถึงที่เกิดเหตุ

     •    ห้ามตกลงค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น และอย่ายอมรับผิดหากไม่แน่ใจว่าฝ่ายใดผิดให้รอจนกว่าพนักงานจะไปถึงที่เกิดเหตุ

     •    หากคู่กรณีแสดงอาการพิรุธหรืออาจจะหนี ให้รีบจดรายละเอียดผู้ขับขี่รถคู่กรณีไว้ เช่น ชื่อ ที่อยู่ ที่ทำงาน โทรศัพท์ และรายละเอียดรถคู่กรณี เช่น ความเสียหาย ยี่ห้อ สี ทะเบียน ไว้ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือพนักงานจะมาถึง

     •    กรณีเฉี่ยวชนแล้วหลบหนี ให้รีบจดรายละเอียดรถคู่กรณี เช่น ความเสียหาย ยี่ห้อ สี ทะเบียน ให้ละเอียดที่สุด แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

     •    กรณีรถตกลงไปในน้ำ และไม่สะดวกในการติดต่อบริษัทประกันภัย ให้นำรถขึ้นจากน้ำโดยเร็วที่สุด

 

 

[ads]

 

6 กรณี ที่คุณอาจต้องเจอเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

 

1. กรณีเป็นฝ่ายถูก

     •    ให้คู่กรณีลงชื่อในใบคำขอยอมรับผิดเสียก่อน แล้วจึงเคลื่อนย้ายรถออกจากที่เกิดเหตุ

     •    ควรจดรายละเอียดทะเบียนรถคู่กรณี ชื่อ ที่อยู่ โทรศัพท์ ของผู้ขับขี่ และเจ้าของรถยนต์

     •    ควรจดชื่อ ที่อยู่ โทรศัพท์ ของพยานในที่เกิดเหตุ (ถ้ามี)

     •    แจ้งบริษัทประกันภัย เพื่อทำการสำรวจอุบัติเหตุและสภาพความเสียหาย

 

 

2. กรณีเป็นฝ่ายผิด

     •    ให้เขียนชื่อ ที่อยู่ โทรศัพท์ ของตัวเองให้แก่คู่กรณี

     •    เคลื่อนย้ายรถออกจากที่เกิดเหตุเพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร

     •    แจ้งบริษัทประกันภัย ทันทีเพื่อทำการสำรวจอุบัติเหตุและสภาพความเสียหาย

 

 

3. กรณีไม่แน่ใจว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิด

     •    แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ที่เกิดอุบัติเหตุ

     •    รอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบและทำเครื่องหมายบริเวณอุบัติเหตุ แล้วเคลื่อนย้ายรถออกจากที่เกิดเหตุเพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร

     •    ไม่ควรลงชื่อในเอกสารใด ๆ กับคู่กรณี

     •    แจ้งบริษัทประกันภัย ทันทีเพื่อทำการสำรวจอุบัติเหตุ และสภาพความเสียหาย

 

1276.2

 

4. กรณีรถทำประกันชั้น 1 ทั้ง 2 ฝ่าย

     •    ต้องเป็นการประกันภัยรถยนต์ 4 ล้อประเภท 1 เท่านั้น

     •    ตรวจดูรายละเอียดใบเคลม (ใบเหลือง) ว่าตรงกับรถคู่กรณีหรือไม่ และหมดอายุหรือไม่

     •    กรณีตกลงกันได้ว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิด ให้ลงชื่อในเอกสาร โดยฝ่ายถูกลงชื่อที่ช่องฝ่ายถูก ฝ่ายผิดลงชื่อที่ช่องฝ่ายผิด จากนั้นแลกเปลี่ยนเอกสารกันและเคลื่อนย้ายรถโดยไม่ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

     •    กรณีตกลงกันไม่ได้ว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิด ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อทำเครื่องหมาย แล้วเคลื่อนย้ายรถออกจากที่เกิดเหตุ หรือแจ้งบริษัทประกันภัย

     •    ขอรับเอกสารใบเหลืองใหม่ได้จากบริษัทประกันภัย

 

 

5. กรณีมีใครได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

คู่กรณีได้รับบาดเจ็บ

     •    ให้นำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลโดยด่วน จากนั้นแจ้งบริษัททันที

     •    แสดงหลักฐานให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทราบว่ามีประกัน พ.ร.บ.

     •    อย่าตกลงค่าเสียหายกับคู่กรณี โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันภัย

     •    แสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรณีเรื่องถึงสถานีตำรวจ

 

คู่กรณีเสียชีวิต

     •    ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและแจ้งบ.ประกันภัยทันที

     •    ท่านต้องรับผิดทางอาญา ส่วนทางแพ่งบริษัทประกันภัย จะเข้าร่วมเจรจาและให้คำปรึกษา

     •    พร้อมทั้งรับผิดชอบค่าเสียหายตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์

     •    ควรปรึกษาเจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัยในการตกลงค่าเสียหายกับคู่กรณี

 

6. กรณีถูกชนแล้วคู่กรณีหนี

     ให้จดจำทะเบียน ยี่ห้อ รุ่น สี และแจ้งสถานีตำรวจท้องที่ที่เกิดเหตุ

 

ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่ควรรู้สำหรับคนมีรถทุกคน เพราะคุณไม่อาจทราบได้เลยว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นเมื่อไร แต่เมื่อใดที่มันเกิดขึ้นแล้ว ก็ต้องปฏิบัติตนให้ถูกวิธี เพื่อผลประโยชน์ที่คุณควรจะได้รับมากที่สุดนั่นเอง

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก pattanakit.net และ http://auto.sanook.com/13701/ 

 

[ads=center]