ไม่มีใครอยากเกิดอุบัติเหตุ แต่ถ้าเกิดขึ้นมาแล้วก็จำเป็นต้องทำให้ถูกขั้นตอนเพื่อให้ง่ายต่อการจัดการ และเพื่อประโยชน์ที่คุณจะได้รับ ต้องทำอย่างไรบ้างเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เราเรียบเรียงมาเป็นขั้นตอนให้คุณแล้วค่ะ
1. การแจ้งเกิดอุบัติเหตุ
• แจ้งศูนย์รับแจ้งเหตุของบริษัทประกันภัยทันทีที่เกิดเหตุ ไม่ว่าจะมีคู่กรณีหรือไม่
• ข้อมูลที่แจ้ง ได้แก่ ชื่อผู้ขับขี่ ทะเบียน ยี่ห้อ รุ่น สี โทรศัพท์ติดต่อ ลักษณะการเกิดเหตุ สถานที่เกิดเหตุและจุดสังเกต โดยหากมีการเคลื่อนย้ายรถให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
• ควรสอบถามชื่อผู้รับแจ้งอุบัติเหตุไว้ด้วย
2. ณ จุดเกิดอุบัติเหตุ
• ถ้าฝ่ายผิดยังไม่ยอมรับ ห้ามแยกรถออกจากกันโดยไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจขีดเส้น หรือจนกว่าเจ้าหน้าที่บริษัทจะไปถึงที่เกิดเหตุ
• ห้ามตกลงค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น และอย่ายอมรับผิดหากไม่แน่ใจว่าฝ่ายใดผิดให้รอจนกว่าพนักงานจะไปถึงที่เกิดเหตุ
• หากคู่กรณีแสดงอาการพิรุธหรืออาจจะหนี ให้รีบจดรายละเอียดผู้ขับขี่รถคู่กรณีไว้ เช่น ชื่อ ที่อยู่ ที่ทำงาน โทรศัพท์ และรายละเอียดรถคู่กรณี เช่น ความเสียหาย ยี่ห้อ สี ทะเบียน ไว้ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือพนักงานจะมาถึง
• กรณีเฉี่ยวชนแล้วหลบหนี ให้รีบจดรายละเอียดรถคู่กรณี เช่น ความเสียหาย ยี่ห้อ สี ทะเบียน ให้ละเอียดที่สุด แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
• กรณีรถตกลงไปในน้ำ และไม่สะดวกในการติดต่อบริษัทประกันภัย ให้นำรถขึ้นจากน้ำโดยเร็วที่สุด
[ads]
6 กรณี ที่คุณอาจต้องเจอเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
1. กรณีเป็นฝ่ายถูก
• ให้คู่กรณีลงชื่อในใบคำขอยอมรับผิดเสียก่อน แล้วจึงเคลื่อนย้ายรถออกจากที่เกิดเหตุ
• ควรจดรายละเอียดทะเบียนรถคู่กรณี ชื่อ ที่อยู่ โทรศัพท์ ของผู้ขับขี่ และเจ้าของรถยนต์
• ควรจดชื่อ ที่อยู่ โทรศัพท์ ของพยานในที่เกิดเหตุ (ถ้ามี)
• แจ้งบริษัทประกันภัย เพื่อทำการสำรวจอุบัติเหตุและสภาพความเสียหาย
2. กรณีเป็นฝ่ายผิด
• ให้เขียนชื่อ ที่อยู่ โทรศัพท์ ของตัวเองให้แก่คู่กรณี
• เคลื่อนย้ายรถออกจากที่เกิดเหตุเพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร
• แจ้งบริษัทประกันภัย ทันทีเพื่อทำการสำรวจอุบัติเหตุและสภาพความเสียหาย
3. กรณีไม่แน่ใจว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิด
• แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ที่เกิดอุบัติเหตุ
• รอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบและทำเครื่องหมายบริเวณอุบัติเหตุ แล้วเคลื่อนย้ายรถออกจากที่เกิดเหตุเพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร
• ไม่ควรลงชื่อในเอกสารใด ๆ กับคู่กรณี
• แจ้งบริษัทประกันภัย ทันทีเพื่อทำการสำรวจอุบัติเหตุ และสภาพความเสียหาย
4. กรณีรถทำประกันชั้น 1 ทั้ง 2 ฝ่าย
• ต้องเป็นการประกันภัยรถยนต์ 4 ล้อประเภท 1 เท่านั้น
• ตรวจดูรายละเอียดใบเคลม (ใบเหลือง) ว่าตรงกับรถคู่กรณีหรือไม่ และหมดอายุหรือไม่
• กรณีตกลงกันได้ว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิด ให้ลงชื่อในเอกสาร โดยฝ่ายถูกลงชื่อที่ช่องฝ่ายถูก ฝ่ายผิดลงชื่อที่ช่องฝ่ายผิด จากนั้นแลกเปลี่ยนเอกสารกันและเคลื่อนย้ายรถโดยไม่ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
• กรณีตกลงกันไม่ได้ว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิด ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อทำเครื่องหมาย แล้วเคลื่อนย้ายรถออกจากที่เกิดเหตุ หรือแจ้งบริษัทประกันภัย
• ขอรับเอกสารใบเหลืองใหม่ได้จากบริษัทประกันภัย
5. กรณีมีใครได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
คู่กรณีได้รับบาดเจ็บ
• ให้นำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลโดยด่วน จากนั้นแจ้งบริษัททันที
• แสดงหลักฐานให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทราบว่ามีประกัน พ.ร.บ.
• อย่าตกลงค่าเสียหายกับคู่กรณี โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันภัย
• แสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรณีเรื่องถึงสถานีตำรวจ
คู่กรณีเสียชีวิต
• ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและแจ้งบ.ประกันภัยทันที
• ท่านต้องรับผิดทางอาญา ส่วนทางแพ่งบริษัทประกันภัย จะเข้าร่วมเจรจาและให้คำปรึกษา
• พร้อมทั้งรับผิดชอบค่าเสียหายตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์
• ควรปรึกษาเจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัยในการตกลงค่าเสียหายกับคู่กรณี
6. กรณีถูกชนแล้วคู่กรณีหนี
ให้จดจำทะเบียน ยี่ห้อ รุ่น สี และแจ้งสถานีตำรวจท้องที่ที่เกิดเหตุ
ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่ควรรู้สำหรับคนมีรถทุกคน เพราะคุณไม่อาจทราบได้เลยว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นเมื่อไร แต่เมื่อใดที่มันเกิดขึ้นแล้ว ก็ต้องปฏิบัติตนให้ถูกวิธี เพื่อผลประโยชน์ที่คุณควรจะได้รับมากที่สุดนั่นเอง
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก pattanakit.net และ http://auto.sanook.com/13701/
[ads=center]