ฝนฟ้าอากาศ เป็นเรื่องของธรรมชาติที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ฝนมันจะตกเราก็ห้ามไม่ได้ แต่ถึงอย่างไรเราก็ยังจำเป็นต้องซักผ้าและตากผ้าอยู่ดี ถ้าใครต้องพบเจอกับปัญหาผ้ามีกลิ่นอับเนื่องจากฝนตก ตากผ้ายังไงก็ไม่แห้งสักที วันนี้เรามีเคล็ดลับที่จะช่วยเปลี่ยนผ้าเหม็นอับให้กลายเป็นผ้าแห้งที่หอมสดชื่นมาฝากกัน จะต้องทำอย่างไรบ้างนั้น ตามมาดูกันเลย
วิธีตากผ้าให้แห้งเร็ว สวมใส่ได้ทันใจ แม้จะไม่ค่อยมีแดดก็ไม่ต้องห่วงว่าเสื้อผ้าจะไม่แห้ง มีเคล็ดลับดังต่อไปนี้
1. สำหรับผ้าที่หนาๆ ในวันที่ฝนตกหนักมากๆ
แนะนำให้เมื่อซักผ้าเสร็จให้ใช้เครื่องปั่นแห้งหรือบิดน้ำออก จากนั้นพับเสื้อผ้าให้มากที่สุด จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็น 7-8 ชั่วโมง แล้วจึงเอาออกมาตากที่ระเบียง จะช่วยให้ผ้าแห้งเร็วขึ้นและไม่มีกลิ่นเหม็นอับสักนิด
2. สำหรับผ้าที่เป็นเสื้อผ้าชิ้นเล็กๆ หรือถุงเท้า
คุณสามารถเอาผ้าเหล่านี้ไปวางไว้บนคอมพิวเตอร์หรือโทรทัศน์ที่กำลังใช้งานอยู่ได้เลย เพราะความร้อนของเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้จะทำให้ผ้าแห้งเร็วขึ้นได้
3. เคล็ดลับปั่นผ้าแห้งไวด้วยผ้าขนหนู
ช่วงหน้าฝนแบบนี้ ผ้าที่เพิ่งซักเสร็จอาจจะแห้งยากสักหน่อย แนะนำให้หย่อนผ้าขนหนูผืนแห้งลงไปในเครื่องปั่นด้วย และปั่นไปพร้อมๆกับผ้าผืนอื่น ๆ ประมาณ 15 นาที ผ้าขนหนูจะช่วยซึมซับน้ำส่วนเกินออกจากผ้า และยิ่งทำให้ผ้าแห้งเร็วทันใจมากขึ้น
4. เลือกน้ำยาซักผ้าที่ดี
เลือกใช้น้ำยาซักผ้าแทนผงซักฟอกจะดีกว่า เนื่องจากผงซักฟอกอาจมีสารตกค้างซุกซ่อนอยู่ในเนื้อผ้าและเป็นสาเหตุก่อให้เกิดเชื้อราหรือกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีผงหรือน้ำยาซักผ้าที่ออกแบบมาเพื่อการซักแบบไม่ง้อแดดหลายตัว โดยตัวที่ขอแนะนำ เช่น เปา ซิลเวอร์นาโน แอทแทค เน็กซ์ เป็นต้น
วิธีแก้ไขหากผ้ามีกลิ่นอับไปแล้ว
1. กรณีเหม็นอับน้อยๆ
หากเสื้อผ้ามีกลิ่นอับเล็กน้อย ให้เอาเสื้อผ้าไปแขวนไว้ในที่ที่มีไอน้ำ เช่น ห้องน้ำที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ เพราะว่าไอน้ำจะสามารถช่วยกำจัดกลิ่นเหม็นอับของเสื้อผ้าได้บ้าง
2. กรณีเหม็นอับมากๆ
หากเสื้อผ้าเหม็นอับมากจนต้องซักใหม่ ให้เอาน้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะผสมกับนมครึ่งขวด แล้วเอาเสื้อผ้าที่มีกลิ่นเหม็นแช่ลงไปประมาณ 10 นาที หลังจากนั้นก็เอาออกมาซักตามปกติ ก็จะช่วยกำจัดกลิ่นนั้นให้หายไปได้
[ads]
เคล็ดลับอื่นๆที่ช่วยให้ผ้าแห้งเร็วขึ้น
1. เลือกซักผ้าตอนเช้า แล้วตากไว้ทั้งวัน
การซักผ้าตอนเย็นแล้วตากในช่วงกลางคืนไม่ได้ช่วยให้ผ้าแห้งเร็วเลยแม้แต่น้อย เผลอ ๆ อาจมีกลิ่นเหม็นอับตามมาอีกด้วย ทางที่ดีจึงควรลงมือซักผ้าและตากในช่วงเช้าจะดีกว่า เพราะแสงแดดและลมอุ่น ๆ จะทำให้ผ้าแห้งเร็ว และช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียได้ด้วย
2. เว้นระยะห่าง
อยากให้ผ้าแห้งเร็วไม่ควรตากผ้าติดกันจนไม่มีลมผ่าน แต่ควรตากผ้าโดยเว้นระยะห่างแต่ละตัวให้พอดี โดยเฉพาะผ้าเนื้อหนาๆ ควรพาดให้ผ้าอยู่บนราวแขวน 2 อัน เพื่อเว้นช่องให้กว้างขึ้น ลมจะได้ผ่านเข้าอย่างง่ายดาย และแห้งง่ายกว่าเดิม
3. ใช้ไม้แขวนเสื้อบ้าง
การตากผ้ากับไม้แขวนเสื้อช่วยให้ผ้าแห้งเร็วขึ้นมากกว่าการตากเสื้อผ้าแบบพาดราว เพราะลมผ่านเข้าง่าย แถมยังขนย้ายหนีฝนได้สะดวกอีกด้วย
4. ทำความสะอาดเครื่องปั่นผ้าอย่างสม่ำเสมอ
การปั่นผ้า จะช่วยขจัดเอาน้ำส่วนเกินออกจากผ้า ทำให้ผ้าแห้งเร็วขึ้น แต่หลายคนอาจจะเจอปัญหาผ้าที่ปั่นเสร็จแล้วแห้งไม่สนิท ซึ่งอาจเป็นเพราะมีเศษผ้าและสิ่งสกปรกเข้าไปอุดตันอยู่ในช่องระบายน้ำ ดังนั้นอย่าลืมทำความสะอาดเครื่องปั่นผ้าทุก ๆ 6 เดือนด้วยนะคะ
5. อย่าใส่ผ้าลงในเครื่องปั่นมากเกินไป
เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ทำให้ผ้าไม่แห้งดีพอ และนอกจากผ้าจะไม่แห้งแล้ว แรงหมุนของเครื่อง อาจทำให้ผ้าแต่ละชิ้นที่อัดแน่นพันกันจนเสียหายได้ด้วย
6. ตากผ้าหลังจากซักเสร็จทันที
การแช่ผ้าที่ซักเสร็จเอาไว้ในถังซักผ้า จะทำให้ผ้าเหม็นอับมากขึ้น ทางที่ดีควรยอมสละเวลาสักนิดเพื่อตากผ้าหลังจากซักเสร็จเรียบร้อยเลยทันที จะได้ไม่ต้องเสียเวลาซักผ้าใหม่อีกรอบ
7. ไม่ควรหมักผ้ากองโตไว้นาน
คราบสกปรก รวมถึงกลิ่นเสื้อผ้าเหม็นอับจะฝังลึกลงไปในเนื้อผ้า และสลายออกไปได้ยากเมื่อซัก การซักผ้าบ่อยครั้งในปริมาณที่น้อยจะช่วยให้เครื่องซักผ้าทำความสะอาดผ้าได้อย่างทั่วถึงมากกว่า
ปัญหาผ้าไม่แห้งและมีกลิ่นอับสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกบ้าน ก็ลองนำวิธีดี ๆ แบบนี้ไปใช้กันดูนะคะ ผ้าจะได้แห้งเร็วทันใช้งาน แถมยังไม่มีเรื่องกลิ่นเหม็นอับ และเชื้อราบนผ้าให้ต้องตามแก้กันจนปวดหัวไปอีก ได้ผลแน่นอน
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก home.kapook.comและ bgthai.com และ liekr.com
[ads=center]