คนไทยเริ่มมีนามสกุลใช้กันเป็นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 6 ที่ทรงพระราชทานนามสกุล ‘สุขุม‘ เป็นนามสกุลแรก โดยนามสกุลถูกตั้งขึ้นเพื่อทำให้ทราบว่าบุคคลคนนี้สืบเชื้อสายมาจากตระกูลไหน และเป็นเอกลักษณ์ส่วนตัวให้กับเชื้อสายตระกูลนั้น ๆ รวมถึงยังเป็นสิ่งหลอมรวมคนเราให้มีความรัก และความภูมิใจในชาติกำเนิดของตนอีกด้วย
[ads]
ดังนั้นเมื่อนามสกุลสามารถบ่งบอกเชื้อสายที่สืบทอดต่อกันมาได้แล้ว ย่อมสามารถที่จะบ่งบอกถิ่นฐานเดิม หรือพื้นเพดั้งเดิมของบรรพบุรุษต้นตระกูลของเราได้
ตัวอย่าง นามสกุลของคนที่มีต้นตระกูลอยู่ในจังหวัดนครราชสีมา จะมีเอกลักษณ์ที่หลากหลายมากที่สุด เมื่อเทียบกับพื้นที่อื่น ๆ โดยบางนามสกุลสามารถที่จะบอกได้ถึงตำบลที่เป็นต้นกำเนิดของตระกูลได้เลย
เช่น นามสกุลที่ลงท้ายด้วย กลาง, กระโทก, สูงเนิน, จอหอ, จะโป๊ะ, จังหรีด, สันเทียะ, กำปัง, จันทึก, ครบุรี เป็นต้น ซึ่งก็มีคนที่มีชื่อเสียงหลายคนที่มีนามสกุลลงท้ายด้วยคำดังกล่าว และก็เป็นลูกหลานคนโคราชจริง ๆ ซะด้วยเช่น นักมวยเหรียญทองโอลิมปิกขวัญใจชาวไทยอย่าง สมจิตร จงจอหอ ก็เป็นคนที่มีต้นตระกูลในอำเภอ จอหอ จังหวัดนครราชสีมา นักร้องเพลงลูกทุ่งหล่ออมตะอย่าง ก๊อต จักรพันธ์ อาบครบุรี ก็นเป็นคนอำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมาเช่นเดียวกัน
ส่วนในพื้นที่อื่น ๆ ก็มีความเป็นเอกลักษณ์เช่นเดียวกัน อย่างในจังหวัดบุรีรัมย์ ก็มีนามสกุลที่บ่งบอกว่าเป็นลูกหลานบุรีรัมย์ เช่น นามสกุลที่ลงท้ายด้วย รัมย์, ไธสง, ประโคน เป็นต้น (โดยเฉพาะที่ลงท้ายด้วยประโคน เกือบทั้งหมดจะพูดภาษาเขมรได้ ไม่เชื่อลองดู)
ในจังหวัดชัยภูมิก็จะมีนามสกุลที่เป็นเอกลักษณ์เช่น ขึ้นต้นด้วยคำว่า ภู เป็นต้นในจังหวัดมหาสารคามมีนามสกุลที่เป็นเอกลักษณ์เช่น นามสกุลที่เป็นภาษาคล้าย ๆ ภาษาบาลี-สันสกฤต เป็นต้น
[ads=center]