เคยเป็นมั๊ย? หน้าท้อง บวมอืด/แฟบลง เพียงชั่วข้ามคืน เปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้ก่อนสายเกินไป !



การมีหน้าท้องที่แบนราบคงเป็นสิ่งแรกๆที่สาวๆ หลายคนใฝ่ฝัน เพราะไม่ใช่แค่รูปร่างที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงสุขภาพที่ดีอีกด้วย แต่ถ้าวันใดวันหนึ่งที่คุณเกิดมีพุงยื่นโผล่ออกมาในเวลาที่แตกต่างกันเพียงชั่วข้ามคืน ขอให้คุณรู้ไว้ว่านี้คือสัญญาณอันตรายที่คุณต้อระมัดระวังไว้ให้ดีแล้ว

 

facebooktummy.jpg 

 

นี่เป็นหน้าท้องของ Tiffany Brien บิวตี้บล็อกเกอร์ชื่อดังคนหนึ่งที่มีผู้ติดตามบนไอจีกว่า 20,000 คน เธอได้แชร์ภาพ “วันร้ายๆ” ของเธอ เพื่อเตือนใจให้คนหันมาดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง

 

โดยภาพที่เธอโพสนั้น เป็นภาพหน้าท้องของเธอเองที่มีอาการ บวมอย่างเห็นได้ชัด ส่วนอีกภาพกลับเป็นหน้าท้องที่ "แบนราบ" ที่น่าตกใจคือ ภาพทั้งสองภาพถ่ายห่างกันเพียงแค่ 12 ชั่วโมง เท่านั้น

 

“ภาพที่ฉันนำมาโพสแสดงให้เห็นว่า ไม่มีใครสมบูรณ์แบบตลอดไป บางวันร่างกายคุณก็รู้สึกอ่อนล้าเสียเหลือเกิน จนไม่อยากทำอะไร ไม่ต้องกังวล มันเกิดขึ้นกับทุกคนนั่นแหละ”

 

เธอบอกว่า หน้าท้องที่บวมเป่งของเธอนั้นเกิดจาก การนอนไม่พอ” “ความเครียด” “ฮอร์โมนและ การแพ้อาหารซึ่งเธอบอกว่า อาการหน้าท้องบวม เป็นสิ่งที่เธอต้องเจอมาตลอดชีวิต

 

หลังจากที่เธอพยายามค้นคว้าข้อมูลธอพบว่าการกินแบบธรรมดา และทำสิ่งเดิมๆ ซ้ำๆ เป็นจุดเริ่มต้นของอาการนี้ แต่เธอก็ยังไม่รู้ว่าจริงๆ แล้ว อะไรเป็นสาเหตุกันแน่

 

 

tiffanystomachfb.jpg 

 

 

บางครั้งร่างกายก็ไม่สามารถทนทานในสิ่งที่คุณกินทุกวันได้ คุณแค่ต้องนึกให้ออกว่าคุณกินอะไรเข้าไป น่าสนุกมั้ยล่ะ จริงๆ ก็ไม่หรอก

 

นอกจากฮอร์โมนและการนอนน้อยแล้ว เธอยอมรับเลยว่า ความเครียดก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เธอกลายเป็นแบบนี้

 

ทางด้านผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า อาการท้องบวมของเธออาจเกิดจากลำไส้อักเสบรวมถึงอาการอักเสบในช่องท้อง บางครั้งก็อาจเกิดจากอาการเครียด

 

[ads]

 

ส่วนวิธีการแก้ปัญหาของ Tiffany เธอพยายามจดว่ากินอะไรไปบ้าง เพื่อหาต้นตอของปัญหา รวมถึงกินวิตามินเสริมและแร่ธาตุต่างๆ และสุดท้ายเธอกินชาเปปเปอร์มิ้นท์เพื่อช่วยบำรุงช่องท้อง

 

อย่าคิดว่าการผอมแล้วจะไม่มีโรค เพราะหากคุณเลือกทานอาหารไม่เหมาะสม โอกาสที่จะอ้วนฉุขึ้นมาแบบทันทีทันใดก็เป็นไปได้เหมือนกัน เหมือนยังกับสาวสวยคนนี้นั่นเอง สิ่งที่ดีที่สุดจึงเป็นการเลือกทานอาหารที่ถูกต้องและเหมาะสม ร่วมกับการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ พร้อมทั้งคอยสำรวจความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตัวเองบ่อยๆ เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้คุณห่างไกลลจากโรคร้ายได้แล้วค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก catdumb.com

 

 

[ads=center]