แจกสูตร “ติ่มซำปูอัดนึ่ง” ทำง่าย กินง่าย อิ่มอร่อยเต็มคำ



ทำไมต้องเสียเงินราคาแพงไปหาซื้อติ่มซำมาทาน เพราะเราสามารถทำติ่มซำง่ายๆทานเองที่บ้านได้ อร่อย กินได้จุใจในราคาแสนประหยัด ถ้าอยากรู้ว่าต้องทำอย่างไร ตามมาดูกันได้เลย

 

ส่วนประกอบ ‘ติ่มซำปูอัดนึ่ง’

1. หมูสับ 150 กรัม  แนะนำให้ซื้อเนื้อหมูมาสับเองดีกว่าการซื้อเนื้อหมูบดสำเร็จรูป เพราะการสับเองจะได้เนื้อหมูที่เด้งน่ากินมากกว่า ทั้งนี้เพราะในหมูบดสำเร็จจะมีการใส่ไขมันหมูลงไปมาก ถึงคุณจะนวดนานแค่ไหนเนื้อหมูจะไม่เด้งดีเท่ากับการสับเนื้อหมูเอง

2. ซอสเห็ดหอม 1 ช้อนโต๊ะ

3. ซีอิ้วขาว 1 ช้อนชา

4. ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา

5. น้ำมันงา 1/3 ช้อนชา  

6. ปูอัด 5 ชิ้น

 

วิธีทำ ‘ติ่มซำปูอัดนึ่ง’

1. ผสมหมูสับกับเครื่องปรุงทุกอย่างเข้าด้วยกัน นวดส่วนผสมให้เข้ากัน

2. หมักส่วนผสมที่เตรียมได้ไว้อย่างน้อยประมาณ 1 ชั่วโมง โดยแช่ไว้ในตู้เย็น

3. เมื่อครบเวลาก็นำเนื้อหมูที่ได้มาปั้นเป็นก้อน ก้อนไม่ต้องใหญ่มากนัก เอาให้พอดีคำ จัดวางใส่ถ้วยเล็กๆ สำหรับนึ่ง จากนั้นวางปูอัดโรยหน้าให้สวยงาม

 

1183.2

 

4. ต้มน้ำในหม้อนึ่งให้เดือดจัด จากนั้นนำถ้วยติ่มซำปูอัดที่ทำเตรียมไว้ใส่ลงไปในหม้อนึ่ง นึ่งนานประมาณ 10 นาที (สำหรับใครที่ไม่มีหม้อนึ่ง สามารถแก้ขัดได้ด้วยหม้อต้มธรรมดา แล้ววางกระชอนไปบนปากหม้อ ใส่อาหารที่จะนึ่งลงไปในกระชอนจากนั้นก็ปิดฝา เท่านี้ก็พอใช้ได้แล้ว)

 

เมื่อผ่านไปประมาณ 10 นาที หมูก็จะสุกพอดี แค่ยกออกมาใส่ถ้วยเสริฟ ทานคู่กับซอสจิ๊กโฉ่ เท่านี้ก็อร่อยได้แล้ว หรือถ้ามีวัตถุดิบอื่นๆด้วยจะปรับปรุงหรือเติมแต่งเข้าไปด้วยก็ไม่ผิดอะไร จะเป็นผัก เป็นถั่ว เป็นสาหร่าย ก็อร่อยได้ทั้งนั้นแหละค่ะ

 

1183.1

 

[ads]

 

ปิดท้ายด้วยเคล็ดลับที่ต้องรู้ในการทำติ่มซำปูอัดนึ่ง

การเลือกภาชนะสำหรับนึ่งก็สำคัญ เพราะมีผลต่อติ่มซำที่ได้ต่างกัน ภาชนะรองสำหรับนึ่งมีอยู่ 2 รูปแบบ ได้แก่

แบบแรก คือ ถ้วยนึ่ง แบบนี้จะทำให้มีน้ำท่วมขังในอาหารที่นึ่ง ทำให้เนื้อนุ่มฉ่ำมากกว่า

แบบที่สอง คือ ตะแกรง เช่น ตะแกรงไม้ไผ่แล้วรองอาหารด้วยใบตอง  แบบนี้จะได้กลิ่นอาหารที่หอม เนื้ออาหารจะเด้งและ รสชาติเข้มข้นมากขึ้น

 

 

น่ากินมากๆเลยใช่มั๊ยละค่ะกับเมนู ติ่มซำปูอัดนึ่ง ทำก็ไม่ยากเหมาะมากที่จะทำทานกันเองในบ้าน หรือถ้าใครมีฝีมือดีหน่อย จะทำขายเอากำไรก็น่าจะรุ่งไม่น้อย ลองนำไปทำกินกันได้เลย อร่อยสุดๆ

 

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก paicooker.blogspot.com

 

[ads=center]