ใครที่ชอบทะเลาะกับเตารีดเป็นประจำ มักจะต้องปวดหัวกับการรีดผ้าให้เรียบเสมอๆ ยิ่งถ้าเป็นคนไม่มีเวลาหรือเป็นคุณผู้ชายด้วยแล้ว การจะให้มารีดผ้าให้เรียบเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่ไม่ต้องกังวล เพราะวันนี้เราจะมาแนะนำเทคนิคง่ายๆที่จะช่วยให้การรีดผ้าเป็นเรื่องง่าย สนุก และได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น ตามมาดูวิธีที่ว่านี้กันได้เลยค่ะ
1. ใช้อุณหภูมิให้เหมาะสมกับเนื้อผ้า
ผ้าแต่ละประเภทที่หนาและบางต่างกัน ย่อมเหมาะต่ออุณหภูมิความร้อนที่ต่างกัน ดังนั้นก่อนจะรีดผ้าทุกครั้งควรจะต้องปรับระดับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับเนื้อผ้าก่อน เช่น
– ผ้าไหม หรือผ้าใยสังเคราะห์ ให้ใช้ความร้อนต่ำ ประมาณ 170-180 องศาเซลเซียส
– ผ้าขนสัตว์ ผ้าลินิน และผ้าคอตตอน ให้ใช้ความร้อนปานกลางถึงระดับความร้อนสูง ประมาณ 200 องศาเซลเซียส
ที่สำคัญอย่าลืมตั้งเตารีดทิ้งไว้ก่อนรีดประมาณ 2-3 นาที และฉีดพรมน้ำที่ผ้าอย่างเหมาะสม เพื่อให้น้ำซึมเข้าไปในใยผ้า เมื่อเนื้อผ้าได้อมน้ำจะอ่อนตัวทำให้รีดได้เรียบง่ายและไวยิ่งขึ้น
2. ใช้ผ้ารองรีดกับผ้าเนื้อบางหรือผ้าที่มีสกรีน
สำหรับผ้าเนื้อบางอาจไหม้หรือย่นเสียรูปได้ง่าย ในขณะที่ผ้าที่มีสกรีน เสื้อประดับมุก ลูกปัด หรือเลื่อม เพชร ความร้อนก็อาจจะหลอมละลายสิ่งเหล่านี้บนเสื้อผ้าคุณได้ ดังนั้น ก่อนรีดควรนำผ้าคอตตอน หรือผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่ ๆ มารองรีดด้วยทุกครั้ง โดยวางผ้ารองรีดทับผ้าเนื้อบาง แล้วใช้ไฟอ่อนหรือไฟปานกลางค่อย ๆ รีดบนผ้ารองรีดลงไปช้า ๆ เพื่อให้ความร้อนแผ่ลงไปถึงผ้าเนื้อบางที่เราต้องการรีด หรืออาจเลี่ยงไปรีดด้านในแทน จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลังเพราะรีดผ้าไหม้หรือเสียรูปจนใช้ไม่ได้นะคะ
3. รีดกลีบกระโปรงจากล่างขึ้นบน
สำหรับกระโปรงผู้หญิงที่มีจีบรอบตัว หรือกระโปรงพลีท ควรรีดโดยการจับจีบให้ดี รีดจากข้างล่างขึ้นมาข้างบน และรีดจากจีบที่อยู่ติดซิป ไล่ถัดไปเรื่อย ๆ จนครบทั้งตัว วิธีนี้จะช่วยให้จับจีบกระโปรงได้ง่ายขึ้น และได้เป็นกลีบสวยงามมากกว่าการรีดจากบนลงล่าง
4.รีดจากยากไปหาง่าย
ควรรีดจากตำแหน่งที่ยากไปหาง่ายหรือรีดบริเวณที่เล็กก่อน เช่น ปกเสื้อ แขน ไหล่ ลูกไม้ ระบาย จีบ กระเป๋า
5. รีดตามความยาวของใยผ้า
ควรรีดตามความยาวของใยผ้า ไม่ควรรีดแนวขวาง เพราะจะทำให้ผ้าเสียรูปทรงได้ง่าย
5. ระบบไอน้ำช่วยรีดผ้าเรียบ
แต่ถ้าใครไม่ชอบใช้ระบบความร้อน ขอแนะนำเป็นระบบไอน้ำที่จะช่วยให้การรีดผ้าสนุกมากขึ้น เพราะความร้อนและไอน้ำจะช่วยให้เนื้อผ้าที่ยับยู่คลายตัวออกได้ง่าย ๆ ผ้าจะยับหรือรีดยากแค่ไหนก็หายห่วง แต่ต้องลงทุนซื้อเตารีดไอน้ำในราคาสูงสักนิด
เวลาใช้งานเตารีดประเภทนี้ ควรเปิดระบบไอน้ำแล้วค่อย ๆ รีดวนไปวนมาตรงจุดนั้นสักพัก ไม่ต้องออกแรงมาก เท่านี้ผ้าก็เรียบกริบไร้รอยยับแล้ว
6. ต่อโต๊ะเมื่อรีดผ้าผืนใหญ่
สำหรับใครที่ต้องการรีดผ้าผืนใหญ่ อย่างผ้าปูโต๊ะ ผ้าปูที่นอน หรือผ้าม่าน ก็ให้นำโต๊ะมาวางต่อที่รีดผ้าให้พอ ไม่ให้เรี่ยไปกับพื้น จะได้ไม่ยับง่ายหลังจากรีดเสร็จไปแล้ว แต่ควรเช็คให้ดีก่อนว่า โต๊ะที่นำมาต่อนั้นจะต้องแข็งแรงมากพอและทนความร้อนจากเตารีดได้ดี มีลักษณะเรียบ ไม่บุ๋ม และไม่นุ่มหรือแข็งเกินไป ที่สำคัญต้องมีปูผ้ารองรีดด้วยนะ หรือถ้ายากเกินไปก็เอาไปรีดบนเตียงนอนซะเลย จะง่ายกว่ามาก
[ads]
7. เลือกใช้ปลั๊กพ่วงให้ถูก
ปลั๊กเตารีดส่วนใหญ่มักทำสายมาไม่ยาว จึงจำเป็นต้องใช้ปลั๊กพ่วงต่อเกือบทุกครั้ง ซึ่งควรเลือกปลั๊กพ่วงที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัยขณะใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า โดยควรเลือกเตารีดขนาดไม่ต่ำกว่า 12 แอมป์ เพราะถ้าใช้แอมป์น้อยกว่านี้ อาจทำให้ปลั๊กรับกำลังไฟไม่ไหว จนเกิดประกายไฟหรือเกิดไหม้ขึ้นได้ นอกจากนี้ ไม่ควรใช้ปลั๊กพ่วงเสียบเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายอัน เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง
8. ถอดปลั๊กก่อนรีดเสร็จ
เมื่อใกล้จะรีดผ้าเสร็จแล้วสามารถถอดปลั๊กออกได้เลย เพราะเตารีดยังเก็บความร้อนไว้ได้อยู่โดยอาจจะเก็บผ้าตัวบางๆที่รีดง่ายๆไว้ในลำดับสุดท้าย วิธีนี้ช่วยให้ประหยัดค่าไฟได้อีกมากเลยละค่ะ
9. แขวนผ้าทันที
เมื่อรีดผ้าเสร็จ ไม่ควรวางกองทับกันไว้เพราะจะทำให้เสื้อผ้ากลับมายับอีกรอบ ควรนำไปแขวนทันทีจะดีที่สุด
10. ทิ้งให้ผ้าเซตตัวสักพัก
หลังจากรีดผ้าเสร็จแล้ว ไม่ควรรีบร้อนใส่เลยทันที แต่ควรจะแขวนผ้าทิ้งไว้สัก 2-3 นาที เพื่อให้ผ้าคลายรอยยับและความร้อน เท่านี้ก็จะได้ใส่เสื้อผ้าที่เรียบกริบ แถมไม่ต้องทนร้อนจากการรีดเสร็จใหม่ ๆ ด้วย
เมื่อได้รู้เทคนิคในการใช้เตารีดกันไปแล้ว การรีดผ้าครั้งต่อไปของคุณก็น่าจะง่าย ประหยัดเวลา และประหยัดไฟมากขึ้น อย่าลืมทำตามคำแนะนำเหล่านี้นะคะ รับรองว่าจะได้ผ้าเรียบกริบ แบบไม่ต้องใช้เวลานานเหมือนอย่างที่เคยแน่นอน
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก home.kapook.com และ fashionhithot.com
[ads=center]