บังคับใช้แล้ว…”ดับเครื่อง-ห้ามโทรศัพท์” ขณะเติมน้ำมัน  ฝ่าฝืนปรับสูงเป็นแสน !



ก่อนหน้านี้เคยมีประเด็นเรื่องความไม่ปลอดภัยในปั๊มน้ำมันมานักต่อนักแล้ว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องการก่อประกายไฟจนเกิดเพลิงไหม้ หรือปัญหาการใช้โทรศัพท์ในปั๊มน้ำมัน แต่ก็ยังไม่มีการประกาศใช้กฎหมายเพื่อแก้ไขและป้องกันปัญหาเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด ซึ่งความประมาทเหล่านี้สร้างความเดือดร้อนให้กับทั้งสถานีและผู้เข้ามาใช้บริการในสถานีเป็นอย่างมาก 

 

แต่ถ้าคุณไปเติมน้ำมันวันนี้ คุณจำเป็นต้องทราบข้อกำหนดใหม่เอาไว้เลยว่า ปัจจุบันนี้ได้มีการประกาศแล้วว่า

สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงทุกแห่งต้องให้เข้มงวดในการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงแก่ผู้รับบริการให้มากขึ้น โดยหากพบว่าผู้รับบริการไม่ดับเครื่องยนต์ หรือยังใช้โทรศัพท์มือถือ ห้ามสถานีให้บริการเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้รับบริการและสถานีบริการ

 

1176.1

 

ทั้งนี้ได้มี “กฎกระทรวงของกรมธุรกิจพลังงาน พ.ศ. 2552 ในหมวดป้องกันเกี่ยวกับการห้ามก่อประกายไฟในสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงกำหนดว่า สถานีทุกแห่งต้องมีป้ายแจ้งเตือนให้ดับเครื่องยนต์ ปิดโทรศัพท์มือถือ และห้ามสูบบุหรี่ในขณะรับบริการ แต่กรณีโทรศัพท์มือถือจะอนุโลมว่าผู้ที่เข้ามาใช้บริการไม่ต้องถึงขั้นปิดเครื่อง แต่จะห้ามไม่ให้โทรออกหรือรับสายขณะใช้บริการอยู่ และหากฝ่าฝืนสถานีบริการจะมีโทษปรับ 1 แสน หรือจำคุก 1 ปี หรือทั้งจำและปรับ

 

[ads]

 

นอกจากนี้ ประกาศกฎกระทรวงยังกำหนดคุณสมบัติและการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งประกาศดังกล่าวจะกำหนดให้ผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันและเชื้อเพลิงทุกประเภทที่ได้รับใบอนุญาต จะต้องส่งพนักงานเข้ารับการฝึกอบรมด้านการให้บริการด้วยความปลอดภัยภายใน 2 ปี นับจากวันที่มีผลบังคับใช้ แต่หากผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษจำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และจะไม่ต่ออายุใบอนุญาต

 

ปัจจุบันมีสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงทุกประเภททั่วประเทศปรมาณ 3.84 หมื่นแห่ง แบ่งเป็น

– สถานีบริการน้ำมัน 1 หมื่นแห่ง

– สถานีบริการปิโตรเลียมเหลว 1,988 แห่ง

– สถานีบริการก๊าซธรรมชาติ 488 แห่ง

– ถังน้ำมัน (รถขนส่งน้ำมัน) 9,465 ถัง

– ถังก๊าซปิโตรเลียมเหลว (รถขนส่งก๊าซแอลพีจี) 1,988 ถัง

– ถังก๊าซธรรมชาติ (รถขนส่งก๊าซเอ็นจีวี) 1,356 ถัง

– กิจการ อื่นๆ เช่น คลัง สถานที่เก็บน้ำมัน ร้านค้าจำหน่ายก๊าซแอลพีจี 1.34 หมื่นแห่ง

 

1176.2

 

จากปริมาณของสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วประเทศทำให้มีผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับส่วนนี้รวมกว่า 1 แสนคน สิ่งสำคัญที่ทางกรมฯเป็นห่วง ก็คือ การฝึกอบรมพนักงานผู้ปฏิบัติการที่เป็นชาวต่างชาติ ซึ่งมีมากกว่าครึ่งหนึ่งของพนักงานผู้ปฏิบัติงานทั้งหมด เบื้องต้นอาจต้องเปิดหลักสูตรภาษานานาชาติเพื่ออบรมพนักงานกลุ่มนี้โดยเฉพาะ

 

แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญหลายท่านจะยืนยันว่าการใช้โทรศัพท์มือถือในปั๊มน้ำมันไม่ได้มีผลต่อการก่อประกายไฟหรือทำให้เกิดเพลิงไหม้แต่อย่างใด อาจมีผลเพียงทำให้สมาธิของพนักงานลดน้อยลงเท่านั้น แต่ก็ถือเป็นมาตรการป้องกันที่เพิ่มเติมขึ้นมาเพื่อเสริมความปลอดภัยให้กับผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการในปั๊มน้ำมันทั้งนั้น ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงก็ทำตามกฎไปเถอะค่ะ เพื่อความสบายใจของทุกคน

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก oknation.net

[ads=center]