บอกว่า “เหงื่อออกในตอนกลางคืน” ไม่ใช่เกิดจากการที่เราห่มผ้าหนาเกินไป อากาศร้อนมากเกินไป แต่เป็นเหงื่อที่ออกที่เกิดจากความร้อนภายในร่างกาย หรือเกิดจากอาการป่วยของคนที่ไม่ได้พบเห็นกันทั่วไป ซึ่งจะเกิดอาการร้อนวูบวาบจากภายในร่างกายแล้วเกิดหงื่อออกเป็นจำนวนมาก
เหงื่อเช่นนี้ไม่ใช่เหงื่อแบบปกติ แต่เกิดจากสาเหตุบางประการ ดังนี้
สาเหตุของอาการเหงื่อออกตอนกลางคืน
สาเหตุของโรคนี้มีอยู่ด้วยกันหลายสาเหตุ ซึ่งต้องอาศัยการทดสอบอื่นๆและการสอบถามประวัติโดยละเอียดควบคู่ไปด้วย โรคที่มีโอกาสเกิดขึ้นจากการมีเหงื่อออกตอนการคืน ได้แก่
1. การติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นเชื้ออะไร ติดเชื้อที่อวัยวะไหน ก็สามารถทำให้เหงื่อออกได้ทั้งนั้น อย่างเช่น วัณโรค แบคทีเรียบางตัว เยื่อหัวใจอักเสบ และการติดเชื้อต่างๆ
2. โรคมะเร็ง โรคมะเร็งบางชนิดมักจะเกิดอาการเหงื่อออกตอนกลางคืนได้ อย่างเช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลือง เป็นต้น
3. ยา ยาบางชนิดที่ใช้สำหรับรักษาอาการติดเชื้อ จะมีการขับเหงื่อให้ออกตอนกลางคืน ส่วนยากล่อมประสาทบางตัวก็ทำให้เหงื่อออกตอนกลางคืนได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมียาประเภทอื่นๆ และมียาเสพติดประเภทต่างๆด้วย
4. ภาวะน้ำตาลในเลือด ในบางครั้งที่คนเรามีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ร่างกายจะทำการขับเหงื่อออกมาโดยอัตโนมัติ และมักพบว่าเหงื่อที่ออกมาจะมีน้ำตาลปนออกมาด้วย
5. ความผิดปกติของฮอร์โมน ความผิดปกติของฮอร์โมนทั้งหลายไม่ว่าจะเกี่ยวกับอะไรก็ตามล้วนแต่เรียกเหงื่อให้ไหลออกมาตอนกลางคืนได้ทั้งนั้น เพราะว่าฮอร์โมนเหล่านี้ล้วนผลิตจากต่อมหมวกไต ซึ่งจะทำให้ขับเหงื่อออกมาเวลาที่เรานอนหลับ
6. ความผิดปกติของระบบประสาท อาจจะทำให้เหงื่อออกเวลากลางคืนได้ อย่างเช่น โรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้น
7. วัยหมดประจำเดือน การเปลี่ยนจากวัยผู้ใหญ่เป็นวัยทองอาจจะทำให้เกิดเหงื่อออกในเวลากลางคืนได้ ซึ่งจะทำให้ร่างกายมีอาการร้อนวูบวาบ ซึ่งมักจะเกิดได้บ่อยๆในวัยหลังจากหมดประจำเดือนไปแล้ว แต่เมื่อทิ้งระยะไปสักพักหนึ่งแล้ว อาการที่เป็นอยู่ก็จะค่อยๆหายไปเอง
[ads]
นอกจากจะมีเหงื่อออกในช่วงเวลานอนหลับแล้ว คนส่วนใหญ่ก็มักจะมีอาการหนาวสั่นในบางครั้ง น้ำหนักลด และมีอาการอื่นๆที่เป็นผลข้างเคียงมาจากยาที่ใช้ด้วยก็ได้ ซึ่งการรักษาก็ต้องขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรคที่คุณเป็นว่าป่วยเป็นโรคอะไร
โดยทั่วไปแล้ว อาการเหงื่อออกตอนกลางคืนไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร ไม่เป็นอันตรายเท่าไหร่หากคุณรู้จักสังเกตตัวเอง แต่อาการที่ว่านี้กลับมีผลดีต่อตัวคุณที่จะคอยเตือนว่าในขณะนี้ร่างกายของคุณกำลังมีบางอย่างที่ผิดปกติอยู่ ถึงเวลาแล้วที่ต้องเริ่มหันมาดูแลตัวเอง และเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจหาความผิดปกติในร่างกาย เพื่อที่จะได้ทำการรักษาได้อย่างทันท่วงทีนั่นเอง
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก krabork.com
[ads=center]