คลำเจอก้อนที่เต้านม อาจไม่ใช่ “มะเร็ง” เสมอไป…แบบไหนบ้างที่เรียกว่าปลอดภัย



คุณผู้หญิงหลายคนอาจจะเคยตรวจเช็คเต้านมของตัวเองว่ามีก้อนหรือสิ่งแปลกปลอมอะไรปรากฎขึ้นมาใหม่หรือไม่ ซึ่งิธีการนี้ถือเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่ผู้หญิงทุกคนควรทำ…ถ้าไม่เจอก็สบายใจไป แต่ถ้าเจอขึ้นมา เชื่อว่าไม่มีใครจะยินดีกับก้อนประหลาดที่ไม่ได้รับเชิญแน่ๆ

 

อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจก่อนว่าก้อนที่คุณพบเห็นไม่ได้เป็นสัญญาณของโรคมะเร็งร้ายเสียทุกครั้งป แต่อาจเกิดจากความผิดปกติบางอย่างซึ่งไม่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อร่างกายแต่อย่างใด มาลองดูดีกว่าว่าสามารถเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง

 

 

การคลำเจอก้อนที่เต้านมชนิดไม่ร้ายแรง (Benign Breast Lump) โดยมากมักพบในผู้หญิงช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป โดยสามารถพบก้อนเนื้อแบ่งได้ดังนี้
 

1. ไฟโบรซิสติค (Fibrocystic Disease) 

เป็นภาวะที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดจากการกระตุ้นของฮอร์โมนทำให้เกิดเป็นถุงน้ำ จนมีก้อนโตขึ้นและเจ็บเต้านมก่อนจะมีรอบเดือน ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งสองข้างหรือข้างเดียวแต่อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อรอบเดือนหมด และจะหายไปเองเมื่อผู้หญิงเริ่มเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนโดยไม่จำเป็นต้องทำการรักษา

 

2. ไฟโปรอดีโนมา (Fibroadenoma) 

เป็นเนื้องอกไม่ร้ายแรง พบได้บ่อยมากที่สุดในบรรดาก้อนเนื้องอกของเต้านม เป็นก้อนแข็งขนาดราวๆ 1 – 5 เซนติเมตร ประกอบด้วยพังผืดและเนื้อเยื่อจากต่อมน้ำนม มักไม่มีอาการเจ็บแต่อาจรู้สึกคัดเต้านมบ้าง ก่อนมีรอบดือนเวลาคลำดูจะรู้สึกว่ามันกลิ้งไปมาได้  หน้าตัดสม่ำเสมอ ผิวเรียบ ขอบเรียบ มักเกิดในผู้หญิงในช่วงวัยเจริญพันธุ์ สามารถรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดเอาก้อนออก

 

3. เซลล์ไขมันในเต้านมถูกทำลาย (Fat Necrosis) 

เกิดจากการที่เต้านมได้รับการกระแทกอย่างรุนแรงและมีเลือดออกในเต้านม สังเกตดูจะพบว่าผิวหนังด้านบนช้ำเลือดช้ำหนอง ซึ่งมักเกิดได้ในคนที่มีเต้านมใหญ่หรือเกิดจากอุบัติเหตุที่แม้แต่ผู้ป่วยเองก็อาจไม่รู้ตัว อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจะทำให้ไขมันเกิดการอักเสบรวมกันเป็นก้อนและมีอาการช้ำซึ่งอาจจะปวดหรือไม่ก็ได้ อาการที่ว่านี้อาจหายไปได้เองหรือจะทำการผ่าตัดเอาออกก็ได้

 

4. ซีสต์ (Cysts)

คือ เนื้องอกที่เป็นถุงน้ำ บางครั้งอาจเป็นก้อนที่อ่อนนุ่มและเกิดขึ้นก่อนมีรอบเดือน แพทย์อาจทำการรักษาโดยเจาะของเหลวออก ซึ่งหากก้อนยุบลงทันทีหลังจากเจาะและของเหลวนั้นไม่มีสีหรือออกเป็นสีเขียว ก็ไม่จำเป็นต้องทำการรักษาเพิ่ม แต่ถ้าหากของเหลวมีเลือดเจือปนก็ต้องส่งไปตรวจดูว่าเป็นมะเร็งหรือไม่ และอาจต้องใช้วิธีผ่าตัดเอาก้อนเนื้องอกออก

 

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ โดยส่วนใหญ่ก็จะถูกส่งตรวจแมมโมแกรมหรืออัลตราซาวนด์ เพื่อพิจารณาดูว่าเป็นชนิดไหน  จากนั้นแพทย์ก็จะยืนยันอีกครั้งโดยการเจาะดูดเอาเซลล์ที่ก้อนไปตรวจ ส่วนการรักษาก็แล้วแต่ว่าเป็นเนื้องอกชนิดไหน อาจจะผ่าตัดออก หรือสังเกตุอาการไปก่อน ซึ่งต้องดูที่องค์ประกอบหรือเหตุผลอื่นๆในผู้ป่วยแต่ละรายๆไป

 

ดังนั้นเวลาที่หลายคนไปตรวจเช็คมะเร็งเต้านม แล้วพบก้อนเนื้องอกขนาดเล็กๆในเต้านม ก็อย่าเพิ่งตกอกตกใจไป เพราะคุณอาจจะไม่ได้มีเนื้อร้ายอยู่ในร่างกายก็เป็นได้ ลองเข้าพบคุณหมอ พูดคุย และตรวจอาการดูก่อน อย่าคิดไปเองคนเดียว จะเครียดไปเปล่าๆนะคะ

 

[ads]

 

เนื่องจากลักษณะของเต้านมจะเปลี่ยนแปลงตามตัวแปรในช่วงต่างๆ เช่น อายุ ช่วงระหว่างมีรอบเดือน การตั้งครรภ์ การให้นมบุตร การใช้ยาคุมกำเนิด และช่วงวัยหมดประจำเดือน การคลำเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำจึงจำเป็น เพราะจะทำให้คุณทราบว่าเต้านมในแต่ละช่วงมีความเปลี่ยนแปลง หรือมีอาการผิดปกติไปจากเดิมหรือไม่

 

ทิ้งท้ายไว้ด้วยวิธีการตรวจเช็คเต้านมแบบง่ายๆ ด้วยวิธีต่อไปนี้

1. ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการตรวจ คือ 7 – 10 วัน หลังจากวันสุดท้ายของรอบเดือน

2. ใช้มือขวาคลำเต้านมข้างซ้าย และใช้มือซ้ายคลำเต้านมด้านขวา จากนั้นจึงกดคลำให้ทั่วทั้งเต้านมและรักแร้ด้วยการหมุนไปรอบๆ ตามเข็มนาฬิกา

 

1152.3

 

หากพบว่ามีก้อนผิดปกติควรรีบไปพบแพทย์ เพราะแพทย์เท่านั้นที่จะเป็นผู้ยืนยันว่าก้อนที่คุณคลำได้นั้นเป็นก้อนที่ผิดปกติจริงหรือไม่

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก thaibreastcancer.com และ bumrungrad.com

 

[ads=center]