หลายคนคิดว่าอาการ “สายตาเอียง” ไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่ต้องรีบแก้ไขเท่ากับอาการสายตาสั้นหรือสายตายาว แต่ทราบไว้เถอะว่า อาการสายตาเอียงทำให้การมองเห็นของคุณผิดปกติอย่างร้ายแรง ด้วยอาการต่อไปนี้
1. ปวดหัวเรื้อรังแบบไม่รู้สาเหตุ โดยเฉพาะในคนที่มีค่าสายตาผิดปกติร่วมด้วย
2. สายตาเมื่อยล้าง่ายกว่าปกติ
3. มีปัญหาแสงรบกวน เมื่อขับรถในเวลากลางคืน
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผลกระทบต่ออาการสายตาเอียงทั้งนั้น
สายตาเอียง คือ ภาวะการมองเห็นภาพไม่ชัด เกิดจากรูปร่างของกระจกตาผิดปกติ ซึ่งเบี่ยงเบนการหักเหของแสง ไม่ให้ตกกระทบตรงจุดโฟกัสของกระจกตา ส่งผลให้ภาพที่มองเห็นนั้นไม่ชัดหรือเบลอ ทั้งในระยะใกล้และไกล
สายตาเอียงอาจก่อให้เกิดอาการปวดหัว เวียนศีรษะ เมื่อต้องอ่านหนังสือหรือใช้สายตาเป็นเวลานาน ๆ ทำให้สายตาเมื่อยล้าง่ายกว่าปกติ และที่อันตรายกว่านั้นคือ อาจเกิดปัญหาจากแสงรบกวน เมื่อขับรถในเวลากลางคืน
วิธีการทดสอบสายตาเอียง
ใครไม่แน่ใจว่า ‘สายตาเอียง’ มาลองทดสอบตัวเองด้วยวิธีง่ายๆกันเลย
ให้ปิดตา 1 ข้างแล้วมองภาพด้านล่างนี้
คนสายตาปกติ (สายตาไม่เอียง) จะมองเห็นทุกเส้นเป็นสีดำชัดเท่ากันหมด
สายตาเอียง จะมองเห็นบางเส้นชัดกว่าเส้นอื่นๆ
[ads]
นอกจากนี้ ยังมีวิธีสังเกตตัวเองว่ามีสายตาเอียงหรือไม่มาฝากกันด้วย โดยบริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำเบื้องต้น ดังนี้
1. คุณมัก “หรี่ตา” เป็นประจำหรือไม่ ?
การหรี่ตา เป็นสัญญาณของปัญหาหลายอย่าง ซึ่งการหรี่ตาเป็นประจำร่างกายจะทำโดยอัตโนมัติเพื่อพยายามปรับความคมชัดในการมองเห็น ซึ่งนี่จึงเป็นสัญญาณเล็ก ๆ ที่บ่งบอกได้ดีว่าคุณกำลังประสบปัญหาสายตาเอียงอยู่
2. คุณมัก “มึนหัวง่าย” เมื่อใช้สายตาเป็นเวลานาน ?
เมื่อต้องใช้สายตาต่อเนื่อง คุณอาจมีอาการปวดหัวและวิงเวียนศีรษะ เนื่องจากผู้ที่มีปัญหาสายตาเอียงจะไม่สามารถจับภาพที่มีลักษณะเบลอ รวมถึงภาพที่มีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วได้อย่างชัดเจนนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนชมภาพยนตร์ 3 มิติ คุณจะมีปัญหาหนักมาก
3. ภาพที่คุณเห็น “ชัด” หรือไม่ ?
ผู้ที่มีสายตาสั้นหรือสายตายาว จะมองเห็นตัวเลขตัวอักษรชัดเท่ากันทุกตัวหรือมัวเท่ากันทุกตัว แต่ผู้ที่มีสายตาเอียงจะมองเห็นตัวเลขหรือตัวอักษรบางตัวชัด บางตัวไม่ชัด
วิธีการแก้ไข
หากสายตาเอียงน้อย ๆ สามารถตัดแว่นสายตาหรือสวมคอนแทกเลนส์เพื่อทดค่าสายตาได้ เพราะผู้ที่สายตาเอียงส่วนใหญ่จะมีปัญหาสายตาสั้นหรือยาวร่วมด้วยอยู่แล้ว
แต่ในกรณีที่มีค่าสายตาเอียงมากกว่า 200 แนะนำให้ไปพบแพทย์จะดีกว่า
นอกจากนี้ ผู้ที่มีปัญหาสายตาเอียงก็ควรดูแลตัวเองด้วยวิธีอื่นๆเพิ่มเติมด้วย เช่น
1. ป้องกันการหักเหของแสงด้วยการสวมแว่นตากันแดด
2. รับประทานอาหารบำรุงสายตา โดยเน้นจำพวกวิตามินเอ เช่น ผักใบเขียวและผลไม้สีส้ม แครอท ฟักทอง มะละกอ เป็นต้น ให้มาก ผักพวกนี้จะช่วยทำให้สามารถมองเห็นในที่มืดได้ดี
จะเห็นได้ว่าการแก้ไขสายตาเอียงสามารถทำได้ไม่ยาก เพียงแต่คุณต้องรู้จักสังเกตความผิดปกติทางการมองเห็นของตัวเองเสียบ้าง จะได้แก้ไขได้ไว เพราะถ้าปล่อยไว้นานๆความผิดปกติก็จะยิ่งมากขึ้นๆ จนแก้ไขได้ยาก หรือต้องเสียเงินจำนวนมากกับการแก้ปัญหาที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นนี้
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก forum.eduzones.com
[ads=center]