เคล็ดลับทำ “กุ้งแช่น้ำปลา”  ด้วยโซดา…อร่อย หวาน กรอบ  ชอบทุกคน



กุ้งแช่น้ำปลา เป็นอีกหนึ่งเมนูแสนอร่อยที่สามารถทานเล่นๆหรือทานเป็นกับข้าวได้  ใครที่เป็นคนหนึ่งที่ชอบทานเมนูนี้เช่นกัน มาลองศึกษาเมนูเด็ดจานนี้กันได้เลย รับรองว่าไม่ยาก

 

กุ้งแช่น้ำปลา เป็นเมนูที่ไม่ผ่านความร้อน กุ้งจึงไม่สุก แต่จะต้องมีการผ่านกระบวนการบางอย่างที่ช่วยให้เราสามารถรับประทานได้ นอกจากนี้ต้องมีการคัดเลือกวัตถุดิบอย่างดี เพื่อไม่ให้เกิดพยาธิในร่างกาย วิธีการมีดังต่อไปนี้

 

1. เลือกกุ้ง ไม่ใช่ว่ากุ้งไหนๆก็เหมาะต่อการทำกุ้งแช่น้ำปลา แต่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า “กุ้งที่จะนำมาทำกุ้งแช่น้ำปลาควรต้องเป็นกุ้งทะเล” เพราะกุ้งทะเลไม่มีพยาธิเหมือนกุ้งน้ำจืด และต้องพิถีพิถันเรื่องความสะอาดให้มากๆ

2. วิธีทำให้กุ้งเนื้อกรอบ แม้ว่ากุ้งแช่น้ำปลาจะไม่เจอความร้อนจากไฟเลย แต่เราก็สามารถทำให้กุ้งกรอบได้ง่ายๆ โดยการใช้น้ำโซดา ซึ่งจะเป็นตัวกัดให้กุ้งสุกและกรอบ

 

[ads]

 

ส่วนประกอบ

1. กุ้งทะเล จะเป็นกุ้งกุลาดำหรือกุ้งแซบ๊วยก็ได้ เลือกตัวใหญ่ๆ สดๆ   ยิ่งสดมากเท่าไรก็ยิ่งดี  เพราะเนื้อจะหวานมาก จากนั้นนำมาดึงหัวออก แกะเปลือก ผ่าหลังดึงเส้นดำออก

2. น้ำโซดา

3. น้ำปลา

4. มะนาว

5. พริกขี้หนูสับ

6. กระเทียมสับ

7. รากผักชีสับ

8. น้ำตาลทราย

 

วิธีทำ

1. เขย่าโซดาให้เกิดฟองฟู่ จากนั้นนำไปฉีดลงไปบนกุ้ง ทิ้งไว้ 1-2 นาที แล้วจึงเทน้ำโซดาออก โซดาจะกัดให้เนื้อกุ้งเกือบสุก และมีเนื้อกุ้งที่กรอบขึ้น

2. ผสมน้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ และ น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน

3. นำกุ้งที่เตรียมไว้ลงไปแช่ในน้ำเครื่องปรุง 1 นาที เทน้ำออก

4. นำกุ้งจัดเรียงใส่จานให้สวยงามตามชอบ

5.  หลังจากเตรียมกุ้งเสร็จแล้ว มาต่อที่น้ำราดรสเด็ดกันบ้าน เครื่องปรุงได้แก่ พริกขี้หนูสับ 1 ช้อนโต๊ะ , กระเทียมสับ 5 กลีบ , น้ำปลา 1.5 ช้อนโต๊ะ , น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ , รากผักชีสับ 2 ราก น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ  คนให้เข้ากัน ชิมรสชาติและปรุงเพิ่มตามชอบ โดยเน้นรสจัดๆ สักหน่อย

6. นำน้ำราดไปราดบนตัวกุ้ง ฝานมะระบางๆ ตกแต่งจานให้สวยงาม เท่านี้ก็เสิร์ฟได้เลย

 

1143.2

 

วิธีการทำกุ้งแช่น้ำปลาไม่ยากเลยใช่ไหมค่ะ คนไหนที่ชอบทานเมนูนี้คงต้องลองนำไปทำทานกันดู แล้วคุณจะรู้ว่ากุ้งแช่น้ำปลาที่เนื้อกุ้งกรอบ อร่อย หวาน มันเป็นอย่างไร แถมทานแล้วปลอดภัยไม่มีท้องเสียหรือเป็นพยาธิด้วย สุดสัปดาห์นี้คงต้องไปทำทานกันสักหน่อยแล้ว

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก paicooker.blogspot.com และ meinethaikuche.blogspot.com

 

[ads=center]