ขึ้นชื่อว่าการสร้างบ้าน หลายคนมักจะคิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่เกินตัวมากๆ ตั้งแต่งบประมาณที่วางไว้ ไปจนกระทั่งค่าแรง ยิ่งถ้าเอาในแบบที่ดูดีด้วยยิ่งแพงไปใหญ่ ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาไอเดียสร้างบ้านเล็กๆ แต่ออกมาแล้วดูดี ทนทาน งบไม่หนักมาก ไอเดียของคุณ JPJ ที่สร้างบ้านให้พ่อด้วยงบเพียง 2 แสนบาท อาจช่วยคุณได้
หมายเหตุ
แนวคิดนี้เป็นแนวคิดที่เกิดขึ้นเมื่อปี 56-57 หากจะนำไปปรับใช้ ค่าใช้จ่ายอาจมีการเปลี่ยนแปลงกันได้ตามยุคสมัย
———
ถ้ามีเงิน 200,000 เราเอาไปทำอะไรได้บ้าง ????
– ซื้อชาเขียวสตาร์บัคแสนอร่อยได้ 1,666 แก้ว
– เที่ยวผับหารค่าเหล้า+มิกซ์กับเพื่อนๆ ได้ 400 ครั้ง
– ดาวน์รถเก๋งงามๆซักคัน
– ซื้อทัวร์เที่ยวยุโรปได้ครึ่งเดือน
ฯลฯ
– แต่ที่คุ้มที่สุด คือทำบ้านขนาด 36 ตร.ม. 1ห้องนอน 1ห้องน้ำ 1ห้องนั่งเล่น และโรงจอดรถ(มอเตอร์ไซค์) ให้พ่อได้
แต่ ถามว่ามีเงินก้อน 200,000บาท มั้ย!? … ตอบได้เลยว่าไม่มี!!!
แล้วทำไงถึงจะสร้างได้ ก็ต้องกู้สิคะ…. คิดได้จึงหวังจะไปพึ่งธนาคาร ลงมือเดินเข้าไปปรึกษาว่า "พี่คะๆ ถ้าจะกู้เงินมาสร้างบ้านขนาด 6*6ม.ต้องใช้หลักฐานอะไรบ้างคะ" พนักงานตอบว่า "ต้องใช้เยอะอะครับ ..แต่โทษทีนะครับ 6*6ม.นี่ บ้านหรือร้านกาแฟ" เงิบค่ะ… อยากจะถามว่านี่พี่กวนตรี…หนูรึป่าวคะ ![]()
ในเมื่อไปธนาคารแล้วไม่ได้เรื่องได้ราวอะไร จึงต้องหันกลับมาพึ่งตนเองอย่างแท้จริง เลยฮึดสู้ว่า "เอาวะ ทำการใหญ่ ใจต้องนิ่ง!!!" ลองทำงานเก็บเงินไปอีกซักพักน่าจะสร้างได้ก่อนสิ้นปี 2013แน่ๆ สภาพบ้านพ่อก็เหลือเกิน ปลวกคงไม่รู่จัะกินส่วนไหนได้แล้วเนื่องจากผุพังไปทั้งหลัง
สภาพบ้านพ่อก่อนรื้อ สร้างใหม่ …อายุอานามก็ราวๆ 50ปี ถือได้ว่าเป็นโบราณสถานได้เลยอะค่ะ (ทั้งหมดเป็นบริเวณบ้านค่ะ แต่ส่วนที่พ่อใช้อยู่อาศัยคือด้านหลังค่ะ ด้านหน้าเป็น(อดีต)ห้องครัวค่ะ)
ความโย้เกินจะบรรยาย เอียงยิ่งกว่าหอเอนเมืองปีซ่า
เห็นบันไดแล้วนึกถึง ชินในหนังเรื่องพี่มาก… กลัวว่าพ่อจะร่วงลงมาซักวัน
แต่ที่ปวดใจเวลาไปเยี่ยมพ่อทุกครั้งคือ หลังคาบ้านแบบเปิดประทุนเป็นจุดๆ ฝนตกทีต้องหากะละมัง กระป๋อง แผ่นพลาสติกมารองไม่ให้หัวเปียก
ในเมื่อแหล่งเงินทุนใหญ่อย่างธนาคาร ไม่สามารถเป็นที่พึ่งพาให้เราได้ …เราเลยต้องหันไปหาที่พึ่งที่ดีที่สุดในโลก นั่นก็คือ แม่ผู้ให้ตลอดกาล … แต่เรื่องมันมีอยู่ว่า แม่เลิกกะพ่อมา 20 กว่าปีแล้ว ก็เป็นการยากมากถึงมากที่สุดที่เค้าจะลงทุนเงินหลักแสนสร้างบ้านให้กะอดีตแฟน… เฮ้อออออออ ทำยังไงหละทีนี้… เราก็เลยทำตาละห้อย เดินคอตกเข้าไปคุยกะแม่ว่าอยากทำบ้านให้พ่อจริงๆ ช่วยหน่อย ด้วยความที่แกคงจะเห็นลูกพยายามเก็บเงินมาสาม 3-4 เดือนก็แล้ว ไปถามกู้ธนาคารก็แล้ว ลงทุนไปทำงาน กทม.ลำบากลำบนก็แล้ว ไม่น่ามีเงินเก็บ 200,000 ทันสิ้นปี 2013 แกเลยออกปากว่า "เอา… แม่จะช่วยละกัน แต่ลูกต้องผ่อนใช้นะ" สิ้นประโยคนั้น เราตอบตกลงทันที!!!!
หลังจากที่นายทุนใหญ่(แม่) อนุมัติงบประมาณ… ทีนี้เราก็ต้องทำการเตรียมพื้นที่ค่ะ ตัดหญ้า ถอนวัชพืช ตึงโคนต้นไม้ที่รกรุงรังรอบๆบริเวณที่จะสร้างบ้านออกไปให้หมดค่ะ …ต่อไปก็ไปคุยกับช่างที่ไว้ใจได้ ช่างแนะนำมาว่า เอาแบบตามนี้นะ พร้อมเมื่อไหร่ลงมือได้ทันที!!!
ช่างแจงรายละเอียดมาให้ตามนี้ค่ะ รวมๆแล้วไม่ถึง 2 แสน …. เออ ดีแฮะ แต่เอาเข้าจริง ก็อย่างว่าแหละค่ะ แม่บอกว่าทำบ้าน ตัดไม้โทออกก็กลายเป็น"บาน" ตัดนอ.หนูออก ก็กลายเป็น "บ้า" ….รู้ซึ้งแล้วทั้งสองอย่างค่ะ
ฤกษ์งามยามดี วันที่ 9 มกราคม 2557 …ช่างมาลงเสาเอกเสาโท เทคาน… แต่เราไม่ได้ไปเช็คความเรียบร้อยเนื่องจากอยู่ไกล(กทม.) (บ้านพ่ออยู่เชียงใหม่) จะรบกวนแม่ไปก็เกรงใจ เลยให้ช่างทำๆ ไป
กลับบ้านไปเช็คความเรียบร้อยอีกที พร้อมพาเพื่อนที่เป็นสถาปนิคไปด้วย… ปรากฎว่าคานเบี้ยว เพื่อนบอกว่าถ้าเป็นงานที่เราคุม เราจะสั่งทุบนะ ไม่ผ่านมาตราฐานที่เค้าตั้งไว้ ..โถ ที่นี้เอาไงหละ กังวลมากถามเพื่อนว่ามีปัญหาต่อโครงสร้างมากรึเปล่า บ้านจะถล่มมั้ย เพื่อนบอกจริงๆ แล้วก็ไม่มีมาก แต่จะมีปัญหาในเรื่องของความสวยงามเวลาปูกระเบื้องด้วย เพื่อนบอกว่าไหวอยู่ ok …เราจึงให้ดำเนินการต่อได้ แต่ก็แอบนอยด์ กลัวว่าบ้านจะออกมาไม่ได้ตามที่ตั้งใจไว้
ช่างเริ่มก่อหล่อเสา ขึ้นโครงหลังคา ก่อผนังแล้วค่ะ…. ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ดีใจ ที่ได้สร้างบ้านจนเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง+กังวลใจกลัวว่าเงินจะไม่พอ กลัวงบบาน กลัวบ้านไม่ตรงสเป็ค กลัวว่าช่างจะทำให้ไม่ดี ความรู้สึกปนๆ กันไปหมด… จนแม่ออกปากว่า "ไม่เป็นไร แม่จะไปคุมงานเอง" ฮ่าๆ พระผู้มีพระคุณต่อลูกตลอดชีวิตจริงๆ
รูปทั้งหมดนี้ที่ได้มาก็เนื่องด้วยคุณแม่นี่หละที่ค่อยไปถ่ายภาพ ติดตามสถานการณ์และรายงานข่าวผ่านทาง line ตลอดเวลา

อ่อ… ลืมเล่าไปว่า จริงๆ แล้วตอนแรกช่างแนะนำว่าหากใช้ไม้จากบ้านหลังเก่ามาสร้างจะช่วยประหยัดงบเป็นอย่างมาก แต่พอช่างมาเห็นสภาพจริงของบ้านหลังเก่าถึงขั้นออกปากว่าขายเอาเงินมาสมทบทุนบ้านใหม่ก่อปูนเถอะ เพราะบ้านทรุดจนโย้มาเป็นเวลานาน ทำให้ไม้แผ่นส่วนใหญ่โดนบิดจนผิดรูป โก่ง งอ ไม่สามารถเอามาใช้ได้..เราจึงตัดสินใจขายไปในราคาที่นายหน้าเค้าเสนอให้สูงสุดที่ 20,000บาทค่ะ
อันนี้เป็นสีบ้านที่อยากได้ค่ะ ช่วงที่ช่างถามว่าสีภายนอกเอาสีอะไร ภายในจะให้ทาสีอะไร ห้องน้ำปูกระเบื้องแบบไหน …เราก็หาแบบบ้าน่น่ารักๆ เป็นบ้าเป็นหลัง ได้ไอเดียมาจากภาพเหล่านี้แหละค่ะ หลังนี้สีแหล่มมาก ขาวเหลือง สว่างสดใสดี
ส่วนภายในอยากได้สีฟ้าสบายตาแบบนี้ เลยบอกเพื่อนที่เป็นสถาปนิคให้ช่วยๆ หน่อย เนื่องจากคุณแม่เองก็เลือกของไม่ค่อยเป็นค่ะ
ส่วนห้องน้ำ… อยากได้ทำนองนี้ น่ารักสดใสเหมาะกับชายสูงวัยอายุ 53ปี (จริงๆ แล้วเป็นความต้องการของลูกทั้งน๊าน ทั้งสีภายใน ภายนอก โดยอ้างจากความชอบของคุณพ่อเล็กน้อยถึงปานกลางค่ะ อิอิ) แต่ถ้าเอาแบบนี้เป๊ะ คาดว่าเงิน 2แสนคงเอาไม่อยู่ จึงรบกวนเพื่อน(อีกแล้ว) ให้ช่วยคิดแบบประยุกต์เอาจากภาพนี้แต่ใช้ทุนต่ำจะได้หรือไม่

ทั้งหมดนี้ (รูปล่างนี้) เป็นของที่เพื่อนๆ และคุณแม่ไปช่วยกันหาซื้อมาให้ใกล้เคียงสเป็คที่อยากได้ค่ะ….





และเมื่อของพร้อม!! คนพร้อม!! ทั้งหมดจึงพร้อมที่จะประกอบร่างค่ะ บ้านหลังเล็กสีเหลืองขาว ประตูขาว ผนังด้านในสีฟ้าอ่อน ห้องน้ำสีฟ้าขาวจึงเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง
ในเรื่องการสร้างบ้านเราจะต้องมีการตรวจเช็คงานกันตลอดเพื่อให้แน่ใจว่างานเรียบร้อยดี ก่อนที่จะมีการจ่ายเงินค่ามือให้กับช่างเป็นงวดๆไป โดยคุณแม่ก็จะคอยส่งรูปบ้านให้… เราเองก็จะค่อยคอมเม้นแล้ววงๆๆๆ จุดที่คิดว่าไม่เรียบร้อยกลับไปทาง line แล้วก็จะคอยโทรคุยกับช่าง่ว่าจุดนี้อยากให้เพิ่มหรือปรับปรุงอะไรยังไง

เรื่องงบบานก็เกิดขึ้นอีกจนได้ค่ะ
ช่างบอกว่าเรื่องฝ้าเพดานที่ยังดูไม่เรียบร้อย จริงๆ คือเสร็จแล้ว เพราะไม่ได้ตกลงกันไว้แต่แรกว่าจะติด ถ้าจะติดต้องเพิ่มอีก 10,000 บาท!!!! เฮ้ย!! คุณพระ!! เราตกใจเลยกลับไม่ดูใบแจงรายละเอียดที่ช่างเคยให้ไว้ก่อนหน้าจะสร้างบ้านอีกที เออออออ..ไม่มีจริงๆ ด้วยแฮะ งั้นไหนๆ ก็ไหนๆ ติดๆให้(เงิน)หมดๆ ไป เพื่อความสวยงามและเรียบร้อย
และแล้ววันนี้ที่รอคอยก็มาถึงค่ะ… จ่ายค่ามืองวดสุดท้ายเพื่อรับงาน บ้านเสร็จเรียบร้อย (ยังไม่ได้จัดสวนหรือทำรอบๆ บ้านให้เขียวเพราะงบหมดจริงๆ ค่ะ แหะๆ) เย้!!!! พ่อยิ้มหน้าบาน แม่พาตากะป้าไปเยี่ยมพ่อ ครึ้กครื้นกันใหญ่เลยค่ะ



เคยเห็นภาพๆ หนึ่งในFacebook เป็นคล้ายๆ ภาพวาด 3คนพ่อแม่ลูกเดินจับมือกันโดยมีลูกอายุซัก 3-4 ขวบอยู่ตรงกลาง …เด็กคนนั้นกำลังก้มลงมองรองเท้าขนาดใหญ่ขาดๆ ที่เท้าของตัวเองทั้งสองข้าง โดยรองเท้าข้างหนึ่งเป็นรองเท้าข้างซ้ายของพ่อ และอีกข้างหนึ่งเป็นรองเท้าข้างขวาของแม่ โดยที่พ่อกับแม่ก็เหลือรองเท้าขาดๆใส่กันคนละหนึ่งข้าง … เค้าบรรยายภาพประมาณว่า "อย่าน้อยใจเลยกับสิ่งที่พ่อแม่มีให้ เพราะนั่นอาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ท่านมี" พอได้เห็นภาพๆนี้ก็เลยคิดว่าถ้าเราพอมีแล้วก็ควรให้ท่านคืนบ้าง พยายามให้ในสิ่งที่ดีกว่าที่ท่านเคยมีบ้างน่าจะดี ![]()
ยังไงแล้วก็จะเป็นกำลังใจสำหรับทุกๆท่านที่จะสร้างบ้าน ลูกทุกๆคนที่กำลังคิดจะทำอะไรซักอย่างให้พ่อกับแม่ และพ่อแม่ทุกๆท่านที่พยายามเลี้ยงลูกให้ดีที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้ … ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก คุณJPJ เว็บไซต์http://pantip.com/topic/31754110/
เรียบเรียงใหม่โดย Thaijobsgov