ผู้หญิงคนนี้เป็นที่รู้จักของคนไทยหลายคนผ่านโฆษณาประกันโรคร้ายของบริษัทแห่งหนึ่งหน้าจอทีวี เธอดูแข็งแกร่ง สดใส แต่ไม่มีผม เพราะเหตุผลของการป่วยเป็น “เป็นมะเร็ง” เหตุใดเธอจึงไม่เหมือนกับผู้ป่วยหลายอื่นมาทำความรู้จักเธอให้มากขึ้นกันดีกว่าค่ะ
จี๋ จิตรลดา ทรัพย์สุข เป็นผู้หญิงอายุ 30 กว่าๆ เธอไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ และมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงมาตลอด แต่แล้ววันหนึ่งเธอก็เริ่มมีอาการคันแบบไม่ทราบสาเหตุ ตามมาด้วยอาการไอจนเหนื่อยหอบ จนไปตรวจสุขภาพประจำปี และพบว่า “เธอเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง” ที่แม้แต่หมอเองก็ยังตอบไม่ได้ว่า สาเหตุของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเกิดจากอะไร
นับตั้งแต่รู้ว่าเป็นมะเร็ง คุณจี๋บอกตัวเองอยู่เสมอว่า “ฉันตายไม่ได้” เธอเลือกที่จะมีชีวิตอยู่ด้วยรอยยิ้ม แม้ร่างกายจะถูกมะเร็งทำร้าย และในที่สุดหลังผ่านการรักษาด้วยเคมีบำบัด 8 ครั้ง ฉายรังสีอีก 23 ครั้ง ภายในเวลาเกือบปี จนในที่สุด เธอก็สามารถผ่านบททดสอบอันแสนสาหัสนั้นสำเร็จ
[ads]
“หลังจากวันนั้น ช่วงที่ให้ยา เรามีเวลาคิดอยู่กับตัวเอง ทำให้รู้เลยว่า ที่ผ่านมาเราใช้ชีวิตอะไรไปบ้าง ทำไมร่างกายถึงมาเตือนเราว่า เราผิดแล้ว และเหมือนที่ผ่านมา เราให้ความสำคัญกับอะไรมากเกินไป มากกว่าชีวิตของเรา”
เมื่อหาคำตอบไม่ได้ว่าป่วยเป็นโรคนี้เพราะอะไร เธอก็ตัดสินใจไม่คิดถึงมัน แต่คิดว่าจะทำยังไงให้หายดีกว่า…ไม่ได้ จะไปคิดทำไมล่ะ คิดไม่ออกก็ช่างมัน
“การที่เราอยู่บ้าน นั่งดู IG ฝรั่ง เราได้คุยกับเขา ทำไมฝรั่งหัวโล้นแต่งหน้าออกไปข้างนอกได้ ดูเก๋ดี จนรู้สึกว่าเราไม่อยากใส่วิกแล้ว ก็คิดในใจนะ จะมีสักกี่คนที่กล้าโกนผม ลองดูสิ ไปทะเลไม่ต้องใส่วิก ก็มีคนหันมามองบ้าง ยายชีหนีวัดมาหรือเปล่า เราก็เฉยๆ ไม่สนใจ พอทำไปแล้วครั้งหนึ่งเริ่มเห็นว่าไม่เป็นไรนี่หว่า ก็ทำได้หนิ เราก็คิดว่าทำไมล่ะกะอีแค่คนมอง เขาก็ไม่รู้จักเรา สิ่งที่เราแบกเอาไว้ว่า ถ้าฉันไม่มีผมนะ คนจะต้องซุบซิบ คิดไปเองว่าเขาจะต้องสงสัยเราแน่ว่าเป็นอะไร แต่พอวันหนึ่งเราปล่อยออกไป แล้วไงล่ะ แม่ชีไม่มีผมยังเดินไปไหนมาไหนได้ พระก็ไม่มีผม”
พลังใจสำคัญของเธอได้มาจากคนในครอบครัว ทั้งคุณแม่ สามี และเพื่อน ๆ
“สื่อเอาเรื่องเราไปกระจาย อิ่มเอมมาก เหมือนได้ทำบุญกับใครหลายคนโดยที่ไม่รู้จัก ไปเชียร์คนที่ป่วยหลาย ๆ คนให้สู้” การแบ่งปันข้อมูลแบ่งปันความรู้สึกในลักษณะของชุมชนคนที่เจอปัญหาเดียวกัน แม้จะผ่านทางโซเชี่ยลมีเดีย ก็ทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกใบนี้
“เห็นไหมฉันยังหายเลย คุณก็ต้องหายสิ”
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก ขวัญเรือน no.1063 vol.45 March 2016 และ http://women.sanook.com/46365/
[ads=center]