จากการที่มีคนแชร์ภาพเด็กปั๊มเทน้ำมันพืชเข้าตัวถัง จนเกิดความเข้าใจผิดว่าน้ำมันพืชใช้แทนน้ำมันรถได้จริง ล่าสุด (1 มี.ค.) รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ หรือ อ.อ๊อด อาจารย์ภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ได้ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กWeerachai Phutdhawong แล้วว่า น้ำมันดังกล่าวไม่สามารถใช้ได้จริง หากนำไปใช้อาจเกิดอันตรายกับตัวรถและผู้ขับขี่ พร้อมทั้งอธิบายกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่แท้จริง
การเอาน้ำมันพืชมาเติมรถเครื่องดีเซล มันวิ่งได้ครับ แต่หัวฉีดอาจตัน เครื่องน็อค อายุสั้นทั้งรถและคน อันตรายเวลาขับขี่ทางไกลนะครับ (ขับอยู่ดีๆเครื่องดับ) อ.อ๊อด จะอธิบายทางเคมีนะครับ
อ.อ๊อด คิดว่า ผู้ใช้คงสับสนระหว่าง น้ำมันปาล์ม ที่เอามาทำไบโอดีเซล กับ น้ำมันปาล์ม ที่เอาไปทำน้ำมันพืช… มันเป็นน้ำมันปาล์มเหมือนกัน ก็เลยเอามาใช้ แต่การเอาน้ำมันปาล์มมาเติมรถโดยตรง อาจอันตรายนะครับ…
น้ำมันปาล์มที่เอามาทำไบโอดีเซลนั้น นักเคมีเขาหั่นโมเลดุลมันลงให้เล็ก กลายเป็นอัลคิลเอสเทอร์(Alkyl ester) ที่มีศักยภาพเหมือนน้ำมันดีเซล โดยผ่านปฏิกิริยา ทรานซ์เอสเทอริฟิเคชั่น(Trans esterification reaction) ครับ ดังนั้น ความหนืดจะน้อย และไม่เป็นปัญหาในเรื่องการอุดตันหัวฉีด แถมยังทำให้ค่าซีเทน ปกติ ไม่ต่ำลง และเครื่องไม่น็อค (ตัวระบุประสิทธิภาพการเผาไหม้ของน้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องเบนซินใช้ อ๊อกเทน / เครื่องดีเซล ใช้ ซีเทน ครับ) ดังนั้น การเอาน้ำมันปาล์ม มาเติมโดยตรง ก็เปรียบเสมือนท่านเอาไตรกลีเซอร์ไรด์ (Triglyceride) เพียวๆมาเติมครับ น้ำหนักโมเลกุล มันสูงกว่า ไบโอดีเซล มากกว่า 3 เท่าตัว ความเสี่ยงเครื่องพัง น็อค ก็ประมาณ 3 เท่าจากปกติครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊กWeerachai Phutdhawong
เรียบเรียงใหม่โดย Thaijobsgov