ยางรถยนต์เป็นชิ้นส่วนที่สัมผัสกับพื้นถนนโดยตรง แถมยังต้องรองรับน้ำหนักโหลดทั้งหมดของตัวรถ อีกด้วย และเพราะว่าเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญขนาดนี้ การเติมลมยางจึงมีผลกับการขับรถอย่างยิ่ง หากคุณปล่อยให้ลมยางมีความดันที่สูงหรือต่ำกว่ามาตรฐานไปมากๆ จะทำให้เกิดความสิ้นเปลืองพลังงานเชื้อเพลิง มีผลต่ออายุการใช้งานของยางรถยนต์ และที่สำคัญที่สุดก็คืออาจทำให้การขับขี่นั้นๆได้รับอันตราย รถไม่ยึดติดถนน และอาจเกิดการระเบิดของยางได้
หากไม่ต้องการให้เกิดสิ่งไม่ดีขึ้น คุณสามารถป้องกันได้ง่ายๆด้วยการตรวจเช็คลมยาง ด้วยวิธีดังต่อไปนี้
เติมลมยางอย่างไรให้ถูกต้อง
1. เติมลมตามสเปคของรถที่กำหนด โดยสามารถศึกษาได้จากคู่มือของรถนั้น ๆ หรือมีค่ามาตรฐานติดอยู่ที่ขอบประตูรถฝั่งคนขับแทบทุกรุ่น
2. ควรเติมลมยางในขณะที่ยางไม่ร้อนเกินไป
3. หากต้องเดินทางไกล หรือเดินทางนาน ๆ ควรเพิ่มลมยางอีกประมาณ 3-5 PSI (ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) เพราะการเติมลมแข็งกว่าสเปคจะขับดีกว่าการเติมลมน้อยกว่าสเปค แต่ก็ต้องไม่มากเกินไปด้วย
4. หมั่นเช็คลมยางเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ถ้าขับไม่บ่อย 2 สัปดาห์ครั้งก็ได้
ผู้ขับขี่รถยนต์ควรเข้าใจการเติมลมยางในทุกครั้ง โดยควรจะเติมตามมาตรฐานที่กำหนด เพื่อผลประโยชน์ต่อคุณและยานพาหนะของคุณเอง
[ads]
ยางอ่อนไป – แข็งไป จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง?
แรงดันลมยางที่อ่อน จะทำให้รู้สึกนุ่มนวล ขับแล้วหนึบขึ้น แต่ก็กินน้ำมันกว่าปกติ เพราะเครื่องยนต์ต้องออกแรงมากขึ้น ในการเร่งให้รถพุ่งไปข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ลมยางอ่อนมากเกินไป รถจะมีอาการโคลงและย้วยแบบรู้สึกได้ ยิ่งถ้าเป็นโค้งรอยต่อถนนจะรู้สึกได้อย่างชัดเจนมากๆ
ส่วนในด้านความทนทานของยางถ้าลมยางอ่อนเกินไป ยางด้านนอกจะสึกมากกว่ายางด้านในอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ยางเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร เมื่อเจอหลุมหรือมีการกระแทก โอกาสที่ยางจะยุบตัวจนกระแทกกับกระทะล้อก็มีสูง
ที่สำคัญหากใช้ลมยางอ่อนมากๆ วิ่งทางไกล และใช้ความเร็วสูง แก้มยางอาจบิดตัว ยางร้อนจัด ทำให้แรงดันในลมยางจะขยายตัวอย่างมหาศาล มีสิทธิ์เสี่ยงต่ออาการยางระเบิดได้
แรงดันลมยางที่แข็ง จะทำให้รถออกตัวได้ดีขึ้น แต่ทำให้การยึดเกาะถนนต่ำลง เพราะหน้ายางสัมผัสพื้นได้น้อยกว่า นอกจากนี้จะมีอาการกระด้างหรือมีการสั่นสะเทือนของรถสูงขึ้น ส่งผลให้ชิ้นส่วนต่างๆในรถต้องทำงานหนักขึ้น
ยางที่เติมลมมากเกินไปจะทำให้ส่วนกลางของดอกยางสึกมากกว่า เพราะรองรับน้ำหนักอยู่จุดเดียว โอกาสที่ยางจะระเบิดก็มีเหมือนกันหากโดนกระแทกแรงๆ เช่น ตกหลุมในขณะที่ใช้ความเร็วสูง แต่โอกาสระเบิดจะน้อยกว่าการเติมลมยางอ่อน
อย่าชะล่าใจในการเติมลมยาง จนปล่อยให้ลมยางอ่อนเกินไปเลยค่ะ เพราะคนที่โชคร้ายก็คือตัวคุณทั้งนั้น หวังว่าข้อมูลเหล่านี้น่าจะเป็นสิ่งที่ดีสำหรับทุกคนที่ใช้รถยนต์ เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนนทุกครั้งที่ขับรถนะคะ
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก deestone.com และ streetuseinfo.com
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
[ads=center]