สำรวจตัวเองเสียหน่อย ว่าคุณเป็นคนที่ชอบง่วงนอนบ่อยๆหรือไม่? อย่าคิดว่านี่เป็นเหตุผลของการนอนดึกหรืออารมณ์ขี้เกียจเพียงอย่างเดียว เพราะอาการตาปรือหรือสัปหงกจนต้องแอบงีบตอนกลางวัน หรือพึ่งกาแฟแก้ง่วงทุกๆบ่าย อาจเป็นสัญญาณร้ายแรงของโรคอันตรายดังต่อไปนี้ได้
1. โรคโลหิตจาง
โรคโลหิตจาง เป็นโรคที่มีสาเหตุมาจากการได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์บางอย่างไม่เพียงพอ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นกับผู้หญิงได้ง่ายกว่าผู้ชาย เนื่องจากผู้หญิงมักเลือกกินอาหารมากกว่า และผู้หญิงยังมีการสูญเสียโลหิตจากการมีประจำเดือนทุกๆเดือนอีกด้วย นอกจากนี้ ก็อาจมีสาเหตุมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ จึงทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย หน้ามืดบ่อยๆ เหนื่อยง่าย เชื่องช้า เซื่องซึม และไม่สดใส
ดังนั้น หากคุณเป็นคนที่ง่วงนอนบ่อยๆ ให้ลองไปตรวจเลือดเพื่อวินิจฉัยโรคโลหิตจางดู จะได้รู้และหาทางป้องกันและแก้ไขได้ถูก ก่อนที่จะเกิดโรคที่ร้ายแรงมากขึ้นในอนาคต
2. เป็นแผลในกระเพาะอาหาร หรืออวัยวะส่วนอื่นๆ ในร่างกาย
การสูญเสียเลือดในปริมาณมากๆ หรือบ่อยๆ เช่น มีเลือดออกจากแผลในกระเพาะอาหาร หรืออาจจะสูญเสียเลือดจากการเป็นโรคริดสีดวงทวารบ่อยๆ อาจเป็นสาเหตุของอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หน้ามืด เป็นลมง่าย อ่อนแรง และง่วงหงาวหาวนอนได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม โรคเหล่านี้ต้องสังเกตอาการอย่างอื่นร่วมด้วย เพื่อใช้ในการตัดสินใจว่าคุณเป็นโรคอะไรอยู่
3. โรคนอนไม่หลับ
อันนี้ตรงตัวเลย ก็เพราะนอนไม่หลับ ก็เลยง่วงตลอด ลองสังเกตตัวเองดูนะคะว่าที่นอนไม่หลับหรือนอนดึกมากๆ เนี่ย เป็นเพราะทำงานหนักเกินไป งานเยอะเกินไป หรือเครียดจนเกินไป หรือเปล่า? ถึงทำให้วันต่อมาง่วงนอน
ถ้าเป็นอย่างนั้น คุณก็ควรหาทางคลายเครียด ลดการทำงานในตอนกลางคืนลง เพิ่มเวลานอนในตอนกลางคืนให้ยาวนานขึ้น หรือปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางรักษาที่ตรงจุดต่อไป
4. โรคอ่อนเพลียเรื้อรัง
โรคนี้เป็นขั้นกว่าของโรคนอนไม่หลับ ซึ่งหมายถึงการนอนไม่หลับติดต่อกันเป็นระยะเวลายาวนานนั่นเอง เมื่อร่างกายสะสมความอ่อนเพลียหนักขึ้นเรื่อยๆ ก็จะเกิดโรคอ่อนเพลียเรื้อรังขึ้นได้ นอกจากนี้ยังอาจมีสาเหตุจากการบริโภคอาหารประเภทแป้ง และน้ำตาลมากเกินไป จนส่งผลให้มีอาการเพลีย ล้า ง่วงนอน ความจำไม่ค่อยดี ปวดหัว ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หลับไม่สนิท และนอนเท่าไรก็ไม่พอ
โรคนี้มักเกิดขึ้นกับกลุ่มวัยทำงาน หรือมีความเสี่ยงสูงที่สุด เนื่องจากมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายตามที่กล่าวมาข้างต้น หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เป็นเช่นนี้ด้วยเช่นกัน ก็ให้ลดพฤติกรรมเหล่านี้ลง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่พอเหมาะพอดี อย่าเน้นบุฟเฟต์ให้มากเกินไป วิธีนี้น่าจะช่วยให้อาการง่วงลดน้อยลงได้
[ads]
5. โรคเบาหวาน
การบริโภคอาหารที่มีแป้งและน้ำตาลสูง ทำให้เกิดอาการง่วงนอนได้ ซึ่งหากทำต่อกันไปเรื่อยๆก็จะเกิดเป็นโรคเบาหวานในที่สุด โดยอาการง่วงนอนจะเป็นสัญญาณแรกๆ ที่แสดง หรือเตือนให้ร่างกายทราบว่า คุณกำลังอยู่ในภาวะน้ำตาลในเลือดสูง และอาจนำไปสู่โรคเบาหวานได้ในอนาคต
และยิ่งคุณมีคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคนี้แล้วด้วย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการตรวจน้ำตาลในเลือด เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงของการเป็นโรคเบาหวาน จะได้ควบคุมอาหารหรือทานยาได้ทันท่วงที
6. โรคลมหลับ
โรคนี้จะมีอาการง่วงนอนมากๆในตอนกลางวัน แต่พอตกกลางคืนกลับตาแป๋ว นอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิท ซึ่งจะทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลงเรื่อยๆ พัฒนาการสมองช้า เรียนไม่เก่ง ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง หรือแม้กระทั่งเป็นอันตรายต่อการใช้ชีวิต เช่น ระหว่างขับรถ หรือระหว่างการใช้เครื่องจักรกลต่างๆ นอกจากนี้ ยังส่งผลให้เป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือสุขภาพจิตไม่ดีด้วย
คุณต้องพยายามปรับนาฬิกาชีวิตให้หมุนในทิศกลับกับ ใช้เวลาตอนกลางวันกับการทำงาน และเวลาตอนกลางคืนในการพักผ่อน เมื่อทำได้จนติดเป็นนิสัย ปัญหาเหล่านี้ก็จะหมดไปเอง
แต่ละโรคไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และอันตรายไม่ใช่น้อย ทางที่ดีคุณควรจะลองปรับนาฬิกาชีวิตให้เป็นปกติ นอนให้เร็ว ตื่นให้เช้า ทานอาหารที่มีคุณภาพ และตรวจร่างกายประจำปีอยู่เสมอ เพียงเท่านี้ก็ยืดอายุให้คุณได้นานขึ้นแล้วละค่ะ
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก Sanook.com
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
[ads=center]