สาวๆหลายคนมีปัญหาเรื่องรูปร่างที่ไม่กระชับได้สัดส่วน ทั้งที่เมื่อขึ้นกิโลชั่งน้ำหนักแล้ว ก็ไม่ได้เกินเกณฑ์มาตรฐานแต่อย่างใด จนทำให้หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าตัวเองนั้นเข้าขั้น “อ้วน” และพยายามลดอาหารอย่างหนัก แต่นั่นก็ไม่ได้มีผลให้เธอผอมลง แถมยังมีผลเสียด้านอารมณ์ที่ทำให้คนรอบข้างพลอยได้รับความเดือนร้อนตามไปด้วย
ความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับคุณนี้อาจเกิดขึ้นเพราะคุณ “บวมน้ำ” อาการที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆเมื่อคุณทำตัวแบบผิดๆ ถ้าอยากจะเปลี่ยนตัวเองทำได้ไม่ยากเลย แค่หยุดทำสิ่งเหล่านี้ แล้วคุณก็จะมีรูปร่างที่ฟิตกระชับมากขึ้นแบบไม่ต้องอดให้เหนื่อยใจหรือเหนื่อยกายอีกต่อไป
1. ตัวบวมเพราะฮอร์โมนเพศ
หนึ่งในปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากอาการตัวบวม ก็คือ การบวมน้ำในช่วงการมีประจำเดือน เนื่องจากเป็นช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน ทั้งฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรนซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศจะเกิดความไม่สมดุล และส่งผลให้ร่างกายกักเก็บของเหลวเอาไว้ในร่างกายมากกว่าปกติ แต่เมื่อเราห้ามการมีประจำเดือนไม่ได้ ก็ให้ใช้วิธีการรับประทานแมกนีเซียมวันละ 200 มิลลิกรัมแทน ซึ่งสามารถหาสารตัวนี้ได้ในอาหารประเภทถั่ว เมล็ดทานตะวัน ผักโขม จมูกข้าว และอโวคาโด
2. ดื่มน้ำมีไม่เหมาะสม
ไม่จริง! ถ้าคุณคิดว่าการดื่มน้ำจะเพิ่มอาการบวมน้ำในร่างกาย แต่ตรงกันข้ามกันเลยต่างหากเพราะ “ยิ่งดื่มน้ำน้อยเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้เกิดอาการบวมน้ำได้มากขึ้นเท่านั้น” เนื่องจากการมีปริมาณน้ำในร่างกายน้อยจะทำให้เลือดข้น จนทำให้ของเหลวในร่างกายไหลเวียนไม่สะดวก และเกิดเป็นอาการตัวบวมอย่างที่คุณเห็นนั่นละ ดังนั้น ทางแก้ที่ตรงประเด็นที่สุด จึงเป็นการดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละประมาณ 8 แก้ว เท่านี้ก็ช่วยลดระดับสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย ลดความรู้สึกท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้อง หรืออึดอัด ได้เป็นอย่างดี
3. ลดอาหารเค็ม สาเหตุสำคัญของอาการบวมน้ำ
อาหารที่มีรสเค็มส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วย ‘โซเดียม’ ในปริมาณสูง และโซเดียมก็เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้คนเราเกิดการบวมน้ำได้แบบทันตาเห็น ทั้งนี้ก็เพราะโซเดียมเกี่ยวข้องกับการควบคุมสมดุลของเหลวในร่างกาย เมื่อร่างกายมีโซเดียมมากเกินไป ร่างกายจะทำการเก็บน้ำไว้อย่างอัตโนมัติ เพื่อขับเอาโซเดียมส่วนเกินออกทางไต ซึ่งเป็นที่มาของอาการตัวบวมนั่นเอง ดังนั้น การลด ละ เลิกทานอาหารเค็มจัด จึงเป็นวิธีการที่ดีที่จะช่วยลดอาการตัวบวมได้
4. ออกกำลังกายผิดเวลาก็ทำให้ตัวบวมน้ำได้
งานวิจัยชี้ว่า “การออกกำลังกายหลังรับประทานอาหาร จะทำให้เกิดแก๊สในระบบย่อยอาหารได้อย่างรวดเร็ว และเป็นผลให้เกิดอาการท้องอืด อึดอัด แน่นท้อง เนื่องจากระบบการย่อยอาหารกำลังทำงานอย่างต่อเนื่อง ไปพร้อมๆกับระบบกล้ามเนื้อที่เริ่มทำงานตอนที่คุณออกกำลังกาย” ดังนั้น คุณจึงควรเว้นช่วงเวลาให้อาหารได้ย่อยหมดก่อน แล้วจึงค่อยเริ่มต้นออกกำลังกาย นอกจากจะลดอาการตัวบวมแล้ว ยังป้องกันไม่เกิดอาการจุกได้ด้วย
[ads]
5. กินอาหารให้ช้าลง
ไม่น่าเชื่อว่าแต่การทานอาหารให้ช้าลง ก็ช่วยให้คุณลดอาการตัวบวมได้ ทั้งนี้เพราะเมื่อคุณรีบร้อนในการเคี้ยวข้าว จะทำให้คุณรับเอาอากาศเข้าไปมาก ซึ่งเวลาที่คุณกลืนอาหารลงไป อากาศก็จะตามเข้าไปในระบบย่อยอาหารมากด้วย ดังนั้น จึงควรฝึกทานข้าวให้ช้าลง เคี้ยวอาหารให้ละเอียดมากขึ้น และควรฝึกเคี้ยวแบบไม่อ้าปาก เพื่อลดแก๊สที่จะเข้าสู่ระบบทางเดินอาหาร ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ดูผอมลงได้แล้ว ยังช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ง่าย และเพิ่มมารยาททางสังคมได้ด้วย
6. ลดอาหารที่มีแก๊สสูง
การงดรับประทานอาหารที่มีแก๊สสูงสามารถช่วยคุณในเรื่องนี้ได้มาก เพราะยิ่งทานอาหารเหล่านี้เข้าไปมากๆ แก๊สในอาหารก็จะยิ่งไปเพิ่มแก๊สในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งมีผลให้คุณตัวบวมขึ้นได้ ดังนั้น การหลีกเลี่ยงการรับประทานผักดิบ เช่น กะหล่ำปลี ชะอม สะตอ บล็อกโคลี่ หน่อไม้ฝรั่ง ถั่วงอก เป็นต้น จึงช่วยคุณได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม คุณสามารถทานผักเหล่านี้ได้หากนำไปผ่านความร้อนให้สุก เพราะความร้อนจะไล่แก็สออกจากอาหารได้เป็นอย่างดี
7. คับเกินไปหรือป่าว
ตรวจตัวเองดูว่า คุณนั้นสวมใส่เสื้อผ้าหรือรองเท้าที่คับมากจนเกินไปหรือไม่ เพราะการใส่เครื่องแต่งกายที่รัดแน่น จะทำให้เลือดลมไหลเวียนไม่สะดวก และอาจส่งผลให้เกิดอาการบวมเฉพาะที่ได้ ดังนั้น การเลือกรองเท้าที่สวมใส่สบายที่สุด พอดีกับเท้า ไม่เล็กหรือไม่ใหญ่มากจนเกินไป รวมถึงเสื้อผ้าที่พอดีตัว ไม่รัดติ้ว น่าจะช่วยให้คุณไม่กลายเป็นแหนมตัวบวมๆได้ง่ายๆ
7 ข้อนี้ รับประกันผลได้แน่ว่าคุณจะตัวบวมน้อยลง แต่ถ้ายังไม่ดีขึ้นอาจมีเหตุผลจากโรคประจำตัวอื่นๆ ที่จำเป็นต้องให้คุณหมอวินิจฉัยความผิดปกติโดยเร็วมากที่สุด ก่อนที่โรคร้ายจะบานปลายจนรักษาได้ไม่ทันเวลา
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก lovefitt.com
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
[ads=center]