เมื่อไม่นานมานี้ ในสังคมโซเชียลออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ค ได้มีการแชร์เรื่องราวความมีน้ำใจนักกีฬาของนักวิ่งชาวสเปนคนหนึ่ง
เรื่องมีอยู่ว่า ตั้งแต่ออกสตาร์ท เขาวิ่งมาเรื่อยๆจนอยู่อันดับสอง และมีชายชาวเคนย่าอีกคนวิ่งนำมาเป็นที่หนึ่งตลอด
ส่วนรายละเอียดจะเป็นเช่นไรนั้น เชิญอ่าน
<< เขาสมควรชนะ >>
"ผมไม่คู่ควรกับชัยชนะครั้งนี้ เขาเป็นผู้ชนะที่แท้จริง เขาวิ่งทิ้งห่างผู้แข่งคนอื่นๆ และผมคงไม่สามารถวิ่งแซงเขาได้ถ้าเขาไม่ได้ทำผิดพลาด ทันทีที่ผมเห็นเขาหยุด ผมรู้ทันทีว่าผมไม่ควรวิ่งแซง วิ่งแซงแล้วได้อะไร ได้ชัยชนะแบบปลอมๆมานั่นเหรอ ผมมาออกกำลังกาย ไม่ได้มาแข่งขันกับใคร"
นั่นคือคำบอกเล่าจาก อิวาน เฟร์นันเดซ (Ivan Fernandez) ยอดนักวิ่งมาราธอนชาวสเปน ผู้ที่ซึ่งเข้าแข่งขันวิ่งครอสคันทรี่ 2013 ที่เบอร์ยาด้า และวิ่งมาเป็นอันดับ 2 เกือบถึงเส้นชัยแล้ว อิวานคิดว่าเขาแพ้แน่นอน แต่แล้วเขาก็มองเห็นคู่แข่งอย่าง อเดล มูทาอิ (Abel Mutai) ชาวเคนย่า ที่นำโด่งเป็นที่ 1 มาตลอดระยะทางการแข่งขัน แต่อเดลกลับเข้าใจผิดว่าเข้าเส้นชัยไปแล้วทั้งๆที่ยังเหลือระยะทางอีกถึง 10 เมตร อิวาน เห็น อเดล หยุดวิ่ง เขาจึงวิ่งไปสะกิดอเดลแล้วพูดเป็นภาษาสเปนว่า
"ยังไม่ถึงเส้นชัยนะครับลูกพี่ วิ่งต่อไปอีกนิดละกัน"
อเดลไม่รู้ว่าอิวานพูดอะไร แต่รับรู้ได้ว่าเขาควรจะวิ่งต่อแน่ๆ เขาจึงซอยเท้าวิ่งต่อไปอีกทั้งๆที่เครื่องเริ่มเย็นแล้ว โดยมีอิวาน ที่ยังเครื่องร้อนอยู่วิ่งตามหลังไปติดๆและไม่ยอมวิ่งแซงทั้งๆที่เขาจะทำก็ย่อมได้ สองคนวิ่งไล่ๆกันไปจนเข้าเส้นชัย อเดลคว้าแชมป์ได้สำเร็จ ส่วนอิวาน เข้ามาเป็นที่สอง สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ปอดเหล็กชาวสเปนผู้นั้น ดูเหมือนเขาจะพกหัวใจแห่งนักกีฬามาเต็มเปี่ยม เพราะเขารู้ตัวดีว่าชัยชนะนี้มันไม่ใช่ของเขามาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
"อเดล คือผู้ชนะอย่างแท้จริง เขาควรได้มันมากกว่าใคร" อิวานย้ำ! เสียงปรบมือโห่ร้องเพื่อแสดงความเคารพให้นักวิ่งแดนกระทิงดุผู้นี้ แม้ว่าเขาจะได้เพียงที่สอง แต่ในความเป็นจริงเขาได้เอาชนะใจคนดู และเอาชนะใจผู้ที่ได้อันดับหนึ่งอย่าง อเดล ไปแล้วอีกด้วย
ในโลกยุคปัจจุบันที่มีการขับเคี่ยวทางกีฬาแบบเอาเป็นเอาตายจนบางทีพวกเขาทำสิ่งเลวร้ายกลโกงสารพัดเพื่อที่จะได้มาซึ่งคำว่าชัยชนะ และการที่ อิวาน ทำแบบนี้นั่นมันน่าจะเป็นการส่งข้อความให้คนบนโลกนี้รับรู้ว่า
"โลกนี้มันเสื่อมสภาพแล้ว แต่มันยังน่าอยู่นะถ้าเรามีน้ำใจให้กัน"
ทั้งนี้ อเดล มูทาติ เคยคว้าเหรียญทองแดงโอลิมปิกมาแล้ว
เรื่องราวดีๆจาก Referee no 4