ถึงเวลาลดน้ำหนักกันจริงจัง เมื่อกระทรวงการคลังเล็งขึ้นภาษี “เครื่องดื่มผสมน้ำตาล”



 


          เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมกรมสรรพสามิตว่า ได้สั่งการให้สรรพสามิตไปจัดทำแผนการเพิ่มรายได้ในช่วง 5 ปีข้างหน้ามานำเสนอภายใน 2 เดือน โดยอาจจะทำแผนร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) เพื่อจะได้นำเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณาต่อไป โดยในช่วง 5 ปีข้างหน้า กรมสรรพสามิตจะต้องเพิ่มการจัดเก็บรายได้ให้ได้ 8 แสนล้านบาทต่อปี จากปีงบประมาณ2559 ที่คาดว่าจะมีการจัดเก็บรายได้ 4.9 แสนล้านบาท ซึ่งแน่นอนว่าการปรับเพิ่มรายได้จะต้องมีการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตในหลายรายการ ซึ่งภายใน 2 เดือนจะทราบรายละเอียดว่าจะปรับขึ้นตัวไหนบ้าง

          นายสมชัย กล่าวต่อว่า นอกจากการปรับขึ้นภาษีแล้ว ยังจะมีการศึกษาการจัดเก็บภาษีจากสินค้าประเภทอื่นเพิ่มเติม โดยเฉพาะสินค้าที่มีผลเสียต่อสุขภาพ เช่น เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมน้ำตาล อย่างไรก็ตามก่อนจะมีการจัดเก็บจะต้องมีการพิสูจน์แล้วว่าการบริโภคน้ำตาลเป็นโทษ ซึ่งต่อไปในอนาคตภาษีเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค ซึ่งกรมสรรพสามิตอาจจะทำการศึกษาไว้ก่อน ถ้าวันใดมั่นใจ 100% ว่าการบริโภคน้ำตาลเป็นโทษ ก็สามารถหยิบผลการศึกษาที่ทำไว้มาเสนอกับฝ่ายนโยบายได้ เพราะการตัดสินใจในเรื่องนี้อยู่ที่ฝ่ายนโยบาย

         ซึ่งการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลครั้งนี้ ตั้งเป้าเพื่อเพิ่มรายได้ให้รัฐ ซึ่งต่างจากต่างประเทศ เช่น ประเทศอังกฤษ ที่ตั้งเป้าขึ้นภาษีเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาล เพื่อป้องกันปัญหา "โรคอ้วน" ที่จะเกิดขึ้นกับผู้คนในอนาคตกว่า 3.7 ล้านรายในอีกสิบปีข้างหน้า อ้างอิงจากเว็บไซต์ Independent UK

 

[ads=center]
ข้อมูลจาก มติชน