คงเป็นเรื่องที่ดีหากเราได้มีโอกาสอุปการะเลี้ยงดูเด็กด้อยโอกาสคนหนึ่งจากมูลนิธิ เพราะเท่ากับว่าเราได้ช่วยให้ชีวิตหนึ่งได้เติบโตขึ้นมามีโอกาสดีๆ เหมือนกับคนอื่นในสังคม แต่แน่ใจหรือว่าสิ่งที่คุณช่วยเหลืออยู่นั้น เด็กจะได้รับความช่วยเหลืออย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย?
มูลนิธิที่อุปการะเด็กส่วนใหญ่ก็เหมือนบ้านหลังหนึ่ง แต่ในแง่ของธุรกิจก็ไม่ต่างอะไรกับ ‘นายหน้า’ รับเงินผู้บริจาคเข้ามา แต่ไม่ได้แจกแจงรายละเอียดอย่างซื่อตรงและโปร่งใสมาว่าเอาไปใช้กับอะไรบ้าง ก่อนที่คุณจะช่วยเหลือชีวิตใครสักคนหนึ่ง โปรดเช็คกับคนที่คุณให้ความช่วยเหลือให้ดีว่าเขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจริงรึเปล่า? ได้รับความช่วยเหลือครบตามที่เราส่งไปให้หรือไม่? มิฉะนั้นจะเป็นอย่างเรื่องราวของคุณ Susita Lueksuengsukoom (โพสต์ต้นฉบับถูกลบไปแล้ว Thaijobsgovขอแชร์จากโพสต์ของคุณเนตรนภา เลิศมาลัยมาลย์ และ Teerarin Kkant Suttikornworarat )
——-
พลอย :
พลอย คือ น้องที่เราอุปถัมภ์ผ่านศุภนิมิตร มา 4 ปี 9 เดือน
ทุกปี จะมีจดหมายลายมือไม่ซ้ำกันจากศุภนิมิตร พร้อมรูปอัพเดทและผลการเรียนของน้อง ปีล่าสุดน้องอยู่ ป.4 ได่เกรด 3.7 เก่งสุดๆ บางปีน้องพลอยก็วาดรูปมาให้ น้องขอบคุณ และอวยพรเราเสมอ
มีอยู่ปีนึง เราส่งกล้องให้น้องพร้อมฟิล์ม
น้องส่งกลับมาให้เราล้าง
ก่อนเราจะส่งรูปเหล่านั้นให้น้องเก็บไว้
เราเห็นความเป็นอยู่ เหมือนได้รู้จักน้อง
เหมือนเราเกี่ยวข้องกับน้อง
จนวันนี้มาถึง เราเดินทางไปเยี่ยมน้องพลอย พร้อมหอบความรักจากเพื่อนทางนี้ไปให้น้องคนอื่นๆ ที่นั่นด้วย
จนท. ศุภนิมิตรพาน้องพลอยมาหาเรา…น้องได้แต่ทำหน้างงว่าอีหัวทองนี่ใคร…เราอธิบาย ชีได้แต่งง คิดว่าชีคงยังเด็ก…
ชักภาพกับชีสักภาพ…จนท. ให้เราเซ็นเอกสารการเยี่ยม คุยไปคุยมาจึงรู้ว่า…
Product ของโครงการนี้คือ ความรู้สึกสุขจากการให้…ที่โปะหน้าด้วย รูป การ์ด จดหมาย และเรื่องราวของเด็กนักเรียนที่สมัครเข้าโครงการ
น้องไม่เคยได้เงินจากเราสักบาท
เปล่า มูลนิธิเค้าเอาเงินไปพัฒนาชุมชนนะ…
ถามจนท. "แล้วงี้แมทช์น้องกับคนบริจาคทำไมหรอคะ"
จนท. ตอบ "เรามองเด็กเป็นตัวแทนของชุมชนค่ะ"
อืม…โอเค…
มาเยี่ยมน้องพลอยคราวนี้ เลยพลอยได้รู้ว่า #ก่อนทำอะไรควรศึกษาหาดีเทล
ปล. ไม่เป็นไร จากตรงนี้ เราทำความรู้จักกันใหม่ แบบไม่ผ่านใคร ตรงไปตรงมา
ดีเทลเพิ่มเติมจาก Kanpapak Veever Lueksuengsukoom
ใครรู้บ้างว่า ศุภนิมิตร หรือ worldvision ได้นำเงินบริจาคเราไปทำอะไรบ้าง?????
ใครที่บริจาคอยู่แล้วหรือกำลังสนใจ โปรดทำความเข้าใจและหาข้อมูล ว่ามันใช่อย่างที่เราอยากให้จริงมั้ย เงินของเราทุกๆ 600 บาทต่อเดือนต่อคน บางคนบริจาคหลายคน คิดเป็นอย่างน้อย 7200 ต่อปี อาจจะเอาไปทำอะไรได้มากกว่า ที่ให้ศุภนิมิตร และตรงใจเรากว่า
หรือการทำงานของศุภนิตรอาจจะไม่เหมือนที่เค้าสื่อสารออกมา อยากให้สอบถามรายละเอียดก่อนทำบุญก่อน
เรื่องนี้วีและน้องได้พบเจอกับตัวเองและ hurt มาก อย่างกับอกหัก
– จากการสอบถามน้อง เงินที่ให้น้อง น้องไม่เคยได้สักบาท
– จากการสอบถามโรงเรียน เงินไม่เคยถึงโรงเรียนที่อยู่ในโครงการ
– เจ้าหน้าที่พื้นที่บอกว่าเราไว้จัดกิจกรรมให้ ครูให้ครูเอามาพัฒนาต่อ หลักๆเงินที่เอาไป ไม่ได้ใช้โดยตรงกับเด็ก เอาไปใช้กับชุมชน
– จากการไปโรงเรียน : โรงเรียนยังขาดอีกหลายอย่าง เงินไปไม่ถึง แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าโรงเรียนนี้ดี องคมนตรีมาช่วยสร้างห้องวิชาการแล้ว แต่ครูใหญ่บอก ครูไปหาเงินมายังไม่ครบเลย ยังขาดอยู่ etc.
-จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ HQ, มีผู้บริจาค 200,000 คน มีเด็กในโครงการทั้งหมด 90,000 คน แปลว่าผู้บริจาคจะมีเด็กซ้ำกัน 1:2 คนนะคะ เค้ามาเป็นตัวแทน หรือเป็นสินค้าขายให้ผู้บริจาค รู้ว่าสินค้าเค้าคือ "เด็กผู้ด้อยโอกาสเป็นคนๆ"
-ใน 1 เดือน: เราบริจาค 600 บาท
200,000 คนเป็นเงิน 120 ล้านต่อเดือน
-120 ล้านต่อเดือน
– ค่าใช้จ่าย กระดาษและจดหมาย กี่บาทดี?
– เงินเดือน ค่าใช้จ่ายเจ้าหน้าที่ กี่บาทดี?
– ค่าจัดกิจกรรมเป็นครั้งคราวกี่บาทดี?
– มูลนิธิเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ดังนั้นจะมีเงินเหลือมาพัฒนาชุมชนอีก ไม่ต่ำกว่า 50-80 ล้านต่อเดือน? 600 ล้านต่อปี นี่มันไม่ธรรมดา
– โรงเรียนที่อยู่ในเครือขาดเงินอีก 30,000 ในการสร้างห้องวิชาการ ขาดห้องพยาบาล หรือขาดห้องวิทยาศาตร์ ยังไม่ได้รับการสนับสนุน
– จากตรงนี้อยากให้เพื่อนๆ ศึกษาข้อมูลกันก่อนบริจาค ว่าใช่ที่เราต้องการหรือไม่
– จากตรงนี้วีผิดเองที่ศึกษาไม่ละเอียดให้ดี ก็ทิ้งเงินไปกับกระดาษและเรื่องราวของศุภนิมิตรที่สร้างขึ้นให้เรากับเด็กมีตัวตนที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น สร้างให้เราเป็นผู้ให้ เป็นระยะเวลากว่า 5 ปี
เพิ่งรู้ว่าเงินที่ให้ไป ไปให้เงินเดือนหรือ "อุปการะ" เจ้าหน้าที่ ฮ่าๆๆ
#ตาสว่าง
#โปรดศึกษารายละเอียดก่อนบริจาค
บุญจะเกิดก้อต้องเต็มตั้งแต่ ก่อนให้ ระหว่างให้ และหลังให้
หลังจากเรื่องราวดังกล่าวได้มีการแชร์ออกไป ก็มีหลายคนเข้ามาคอมเม้นท์ว่าเป็นเช่นนี้จริง
และบางคอมเม้นท์ก็ให้คำตอบจากการสอบถามคนของมูลนิธิไว้ดังนี้
อย่างไรก็ดี ในฐานะผู้ใจบุญทุกท่านก็คงต้องมีการเช็คให้ชัวร์ก่อนทำการบริจาคมากขึ้น เพราะเจตนาบริสุทธิ์ของเรา บางทีกลับสร้างผลประโยชน์ให้กับองค์กรมากกว่าจะถึงตัวบุคคลจริงๆ และไม่ตรงตามความต้องการของผู้ให้การช่วยเหลือ
ขอบคุณข้อมูลจาก
เฟซบุ๊ก Susita Lueksuengsukoom
เฟซบุ๊ก เนตรนภา เลิศมาลัยมาลย์
เฟซบุ๊ก Teerarin Kkant Suttikornworarat
เพจ ศาสนวิทยา dr.Sinchai Chaojaroenrat
เรียบเรียงใหม่โดย
Thaijobsgov