ปีนี้ได้ใช้แน่ ! บัตรใบเดียวใช้ได้ทั้ง BTS-MRT-ทางด่วน-รถเมล์ และอื่นๆ



คนกรุงหลายคนคงเบื่อที่จะต้องพกบัตรหลายใบในการโดยสารรถไฟฟ้า รถโดยสารประจำทาง หรือขนส่งอื่นๆ แต่เร็วๆนี้ชีวิตของคุณกำลังจะเปลี่ยนไปแล้ว เพราะประเทศไทยกำลังก้าวไปสู่อีกหนึ่งขั้นของการพัฒนาระบบการคมนาคม โดยการใช้บัตรโดยสารเพียงใบเดียวก็สามารถท่องเที่ยวได้ทั่วทุกเส้นทางแล้ว

 

ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2559 จะมีการเสนอโครงการลงทุนระบบบริหารจัดการกลางของระบบตั๋วร่วมให้กับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติ โดยจะใช้รูปแบบรัฐร่วมลงทุนกับเอกชน ในการเลือกเพื่อจัดตั้งบริษัท ตั๋วร่วม จำกัด เป็นผู้บริหารจัดการและบำรุงรักษาตั๋วร่วม (CTC) ร่วมกัน

 

831.1

แผนและระยะเวลาในการดำเนินการ

 

ในหลักการ รัฐจะถือหุ้นไม่เกิน 50% เพื่อไม่ให้เป็นรัฐวิสาหกิจ โดยร่วมทุน 3 ฝ่าย คือ 1.ภาครัฐ ถือหุ้นประมาณ 40% 2.ภาคเอกชนที่ให้บริการเดินรถไฟฟ้า เช่น บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ BTS, บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือ BEM สัดส่วนประมาณ 20% และ 3.ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการระบบ จากต่างประเทศ สัดส่วนประมาณ 40% ใช้วิธีเปิดประกวดราคานานาชาติ ซึ่งสัดส่วนหุ้นดังกล่าวยังไม่สรุป อยู่ระหว่างประเมินความเหมาะสม

 

โดยโครงสร้างอัตราค่าโดยสาร จะมี 3 รูปแบบ คือ 1.คิดอัตราเดียว เช่น 20 บาท 30 บาท 40 บาท 2.เก็บตามระยะทาง โดยคิดค่าแรกเข้าครั้งเดียว 3.เก็บตามระยะทาง ลดค่าแรกเข้าครั้งที่ 2 เช่น 10-30% อยู่ที่นโยบายรัฐบาล

 

การจัดตั้งบริษัทใช้ทุนเริ่มต้น 600 ล้านบาท ในจำนวนนี้จะใช้เป็นเงินปรับปรุงระบบเดิมวงเงิน 244 ล้านบาท เพื่อรองรับระบบตั๋วร่วม จะเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมนี้และให้แล้วเสร็จใน 6 เดือน ประกอบด้วย ค่าปรับปรุงระบบรถไฟฟ้าใต้ดิน 80 ล้านบาท ระบบบีทีเอส 60 ล้านบาท รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ 60 ล้านบาท ที่เหลือจะเป็นเงินทุนหมุนเวียน และค่าบริหารจัดการอีกกว่า 160 ล้านบาทต่อปี และค่าจัดตั้งสำนักงาน

 

[ads]

 

 “6 เดือนจากนี้จะทดสอบระบบที่ติดตั้งเสร็จ ปรับปรุงระบบเดิม คือ ระบบบีทีเอส รถไฟฟ้าใต้ดิน แอร์พอร์ตเรลลิงก์ และ Easy Pass ของทางด่วน ให้รองรับระบบตั๋วร่วมที่ออกแบบเป็นมาตรฐานกลาง ให้เริ่มใช้บริการในเดือนสิงหาคมนี้ โดยจะเป็นการทยอยใช้ตามความพร้อมของระบบที่ปรับปรุงเสร็จ ส่วนระบบใหม่จะเปิดใช้ปีนี้ เช่น รถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงเตาปูน-บางใหญ่ ทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอกตะวันตกหรือรถเมล์เอ็นจีวีที่ซื้อใหม่ก็สามารถนำระบบไปติดตั้งได้เลย คาดว่าจะเริ่มใช้ได้ในปีนี้คือรถไฟฟ้าและทางด่วน

 

สำหรับร้านสะดวกซื้อที่ไม่ใช่ธุรกิจขนส่งจะเป็นลำดับถัดไป เช่น บัตรสมาร์ทเพิร์สของบริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด ธุรกิจในเครือของกลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี ที่มีฐานลูกค้าเป็นสมาชิกใช้ซื้อสินค้าในร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น หากสนใจก็สามารถเข้าได้ ในเดือนมีนาคมนี้เป็นต้นไป จะเชิญผู้ประกอบการภาคธุรกิจค้าปลีกหรือที่เกี่ยวข้องมารับฟังความพร้อมของระบบที่สนข.ติดตั้งเสร็จ ซึ่งการดำเนินการจะทำคู่ขนานกันไปกับการคัดเลือกเอกชนมาบริหารจัดการ

 

831.2

ตัวอย่างบัตร "MANGMOOM (แมงมุม)"

 

 

ผลงาน “MANGMOOM” เกิดจากการนำเอาลักษณะทางกายภาพของแมงมุมมาเป็นแนวคิดหลักในการออกแบบ ทั้งชื่อ และตราสัญลักษณ์ จึงได้ออกมาเป็นบัตร

เพราะแมงมุมเป็นสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนที่ และดำรงชีวิตอยู่ด้วยการสร้างเส้นใยเชื่อมต่อกันไป ซึ่งเส้นใยนอกจากจะช่วยในการดักจับอาหารแล้ว ยังช่วยเป็นเส้นสายในการเดินทางไปสู่จุดต่าง ๆ ได้อีกด้วย

 

นับว่าเป็นบัตรที่สื่อได้ตรงจุดเข้ากับโครงข่ายรถไฟฟ้าที่มีหลากสีหลากสายทางกระจาย4 มุมเมือง ตามที่ปรากฏในแผนแม่บทรถไฟฟ้าหรือ M Map และสิ่งนี้น่าจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้นได้แน่ๆ

 

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก thebkkresidence.com

เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com

[ads=center]