คนที่ไปเที่ยวพม่าหรือไปเที่ยวในภาคเหนือแถบชายแดนพม่า มักจะต้องซื้อของฝากเป็นกระปุกแป้งติดไม้ติดมือมาด้วยเสมอ แป้งตัวนี้ก็คือ “ทานาคา” แป้งที่โด่งดังอย่างมากในพม่า และเป็นเครื่องสำอางที่สาวพม่าใช้กันมาตั้งแต่สมัยโบราณจวบจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังถูกพัฒนาต่อยอดจนกลายเป็นเครื่องสำอางที่วางขายทั้งในประเทศและประเทศใกล้เคียง ทำไมทานาคาจึงเป็นที่รู้จักของคนหลายชาติ ตามมาหาคำตอบกันเลย
ทานาคา คืออะไร
ทานาคา เป็นต้นไม้ที่มีต้นกำเนิดในพม่า ซึ่งส่วนที่นำมาใช้คือเปลือกของต้น โดยรูปแบบการใช้งานจะเป็นการนำเอาท่อนไม้ทานาคามาฝนกับแผ่นหิน ผสมน้ำเล็กน้อย ก่อนใช้ทาหรือพอกเพื่อบำรุงเรือนร่างโดยเฉพาะใบหน้า
สรรพคุณอันแสนโดดเด่น
ทานาคา ขึ้นชื่อว่าช่วยบำรุงผิวหน้าให้เนียนสวย ลดความมัน ไม่ทำให้ผิวแห้ง ลดรอยเหี่ยวย่น ป้องกันผิวหน้าจากแสงแดด และช่วยรักษาสิวฝ้าได้เป็นอย่างดี
ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ ทานาคาประกอบไปด้วยสารสำคัญ ได้แก่
“marmesin” เป็นสารที่ช่วยกรองรังสีอัลตร้าไวโอเลต (UV) ในแสงแดด ป้องกันการเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง ยับยั้งการสลายคอลลาเจน ต้านการออกซิเดชั่น และต้านการอักเสบ
“สารอาร์บูติน” เป็นสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานิน ป้องกันฝ้า กระ และรอยหมองคล้ำด่างดำของผิว
“suberosin” เป็นสารที่มีฤทธิ์ในการต้านเชื้อแบคทีเรีย ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดสิวบนผิวหน้า
[ads]
วิธีใช้
ปัจจุบัน รูปแบบของทานาคาถูกพัฒนาให้ใช้งานง่ายมากขึ้น ดังจะเห็นวางขายเป็นผงบรรจุในกระปุกที่สามารถใช้ได้เลยทันทีไม่ต้องฝน ซึ่งผงทานาคาที่ดีจะต้องมาจากไม้ทานาคาที่ตากแห้งตามธรรมชาติและนำมาบดเป็นผงให้ละเอียด นอกจากนี้ อาจพบเห็นได้ในรูปของครีมทาผิวด้วย เพื่อเพิ่มความสะดวกใช้มากขึ้นไปอีก
วิธีการใช้ทานาคาในแต่ละรูปแบบ เป็นดังนี้
1. แบบทานาคาอัดแข็ง
– ล้างหน้าให้สะอาด ซับหน้าพอหมาด
– ทา ‘ทานาคา’ ทั่วหน้า โดยเว้นรอบดวงตาและริมฝีปากไว้
– ทิ้งไว้สัก 15-30 นาที หรือมากกว่านั้น
– ล้างออกด้วยน้ำสะอาด
2. แบบผงทานาคา
– ผสมผงทานาคากับน้ำสะอาดที่อุณหภูมิห้อง หรืออาจผสมกับนมสด น้ำผึ้ง หรือน้ำมะนาว ก็ได้ คนให้เข้ากัน
– ทา ‘ทานาคา’ ที่ผสมแล้วให้ทั่วใบหน้า โดยเว้นรอบดวงตาและริมฝีปากไว้
– ทิ้งไว้สัก 15-30 นาที หรือมากกว่านั้น
– ล้างออกด้วยน้ำสะอาด
เมื่อทาเสร็จจะรู้สึกว่าหน้าตึง เพราะว่าทานาคาที่เราทาไปเริ่มเกาะตัวเป็นก้อน พยายามทำหน้านิ่งๆ สบายๆ อย่าเครียด อย่าพูด หรืออย่าหัวเราะ เพื่อป้องกันไม่ให้หน้าเหี่ยวย่น หลังจากล้างหน้าเสร็จให้ทามอยเจอร์ไรเซอร์ได้ตามปกติ ซึ่งจะรู้สึกได้ว่าหน้าเนียนนุ่มขึ้นทันตา ทำต่อเนื่องสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ภายใน 1 เดือน คุณจะเห็นผลได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น
หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อคุณไม่มากก็น้อยนะคะ ทั้งนี้ ผลลัพธ์ที่ได้ในแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน แล้วแต่สภาพผิวตั้งต้น บางคนอาจจะแพ้ บางคนเกิดสิวอุดตัน ในขณะที่บางคนไม่มีปัญหาอะไรเลย เพราะฉะนั้น ก็ต้องลองใช้กันดู ใครใช้ดีก็ใช้ต่อ ใครใช้ไม่ดีก็ต้องลองค้นหาตัวใหม่ที่ดีกว่าเดิม เพื่อความสวยงามที่เราออกแบบได้เอง
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก carewhite.blogspot.com
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
[ads=center]