ครเคยขึ้นสะพานลอยแล้วพบว่ามีสายไฟระโยงระยางพาดทะลุทะลวงสะพานลอยบ้างหรือไม่ค่ะ บางทีคนที่เดินผ่านไปผ่านมาถึงกับต้องก้มหัว ยกขา ตีลังกา เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการสัมผัสสายไฟเหล่านี้ พร้อมกับตั้งคำถามว่า ทำไมถึงต้องมาพาดผ่านทางสัญจรแบบนี้ และสายเหล่านี้มีอันตรายหรือไม่ แต่ก็คงไม่มีใครกล้าพิสูจน์ความอันตรายด้วยการเอามือไปจับเสียเท่าไร เพราะถ้าเกิดอันตรายขึ้นมาจริงๆ อาจจะรู้ตัวอีกทีตอนที่อยู่โรงพยาบาลไปแล้วก็เป็นได้
วันนี้เราจะมาตอบคำถามกันว่า จริงๆแล้วสายที่พาดระหว่างเสาไฟฟ้าทั้งหลายมีกี่แบบ อันไหนอันตราย อันไหนไม่อันตราย เพื่อที่เมื่อเห็นความผิดปกติเกิดขึ้นจะได้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ทันท่วงที ถ้าพร้อมแล้วตามมาหาคำตอบกันได้เลยค่ะ
ข้อมูลจากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ระบุว่า เสาไฟฟ้าหนึ่งต้นจะมีสายพาดผ่านอยู่ 3 ชนิด ได้แก่
1. สายไฟฟ้าแรงสูง
สายไฟฟ้าแรงสูงคือ ระบบไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าระหว่างสายไฟฟ้าสูงเกินกว่า 1,000 โวลต์ขึ้นไป สายนี้จะอยู่ด้านบนสุดของเสาไฟฟ้า จะไม่มาพาดผ่านบ้านช่องหรือสะพานลอยให้คุณหนักใจ นอกจากนี้ ทางกฟน. ก็ได้มีการกำหนดมาตรฐานระยะห่างระหว่างสายไฟฟ้ากับสิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาต่างๆไว้ด้วย ดังนี้
– สายไฟฟ้าขนาดแรงดันไฟฟ้า 12,000-24,000 โวลต์ ต้องอยู่ห่างจากอาคารและระเบียงมากกว่า 1.8 เมตร อยู่ห่างจากป้ายโฆษณามากกว่า 1.5 เมตร
– สายไฟฟ้าขนาดแรงดันไฟฟ้า 69,000 โวลต์ ต้องอยู่ห่างจากอาคารและระเบียงมากกว่า 2.13 เมตร อยู่ห่างจากป้ายโฆษณามากกว่า 1.8 เมตร
– สายไฟฟ้าขนาดแรงดันไฟฟ้า 115,000 โวลต์ ต้องอยู่ห่างจากอาคารและระเบียงมากกว่า 2.3 เมตร อยู่ห่างจากป้ายโฆษณามากกว่า 2.3 เมตร
การจะสังเกตว่าสายไฟฟ้านั้นเป็นสายไฟฟ้าแรงสูงหรือไม่ หรือแรงที่ระดับแรงดันเท่าใด สามารถสังเกตได้ 2 วิธี คือ
1. ดูจำนวนชั้นของลูกถ้วยคว่ำ หรือฉนวนไฟฟ้าที่ทำด้วยกระเบื้องเคลือบ ยิ่งมีจำนวนชั้นมากแสดงว่าแรงดันยิ่งมาก เช่น ถ้ามี 2-3 ชั้น แสดงว่ามีแรงดันขนาด 12,000-24,000 โวลต์ แต่ถ้ามี 14 ชั้น แสดงว่ามีแรงดันขนาด 230,000 โวลต์ เป็นต้น
2. สังเกตจากความสูงของสายไฟฟ้า ยิ่งสายไฟอยู่สูง ก็ยิ่งเป็นสายไฟที่มีแรงดันสูงมากๆ เช่น ถ้าสายไฟอยู่ในระดับความสูงประมาณอาคาร 2-3 ชั้น แสดงว่ามีแรงดันขนาด 12,000-24,000 โวลต์ ถ้าสูงตั้งแต่อาคารชั้น 6 ขึ้นไป แสดงว่ามีแรงดันขนาด 230,000 โวลต์
2. สายไฟฟ้าแรงต่ำ
เป็นสายไฟฟ้าที่อยู่ในชั้นถัดลงมา ซึ่งปัจจุบัน กฟน. จะจ่ายด้วยระบบแรงดันไฟฟ้าขนาด 230 และ 400 โวลต์
3. สายสื่อสารโทรคมนาคม
เป็นสายที่อยู่ชั้นล่างสุด ส่วนนี้จะประกอบไปด้วย สายโทรศัพท์ สายเคเบิลทีวี สายอินเทอร์เน็ต ฯลฯ ซึ่งรวมมาจากหลากหลายผู้ประกอบการ และนั่นก็เป็นเหตุให้เราเห็นว่าสายสื่อสารเหล่านี้มักจะพาดระโยงระยางห้อยพันวุ่นวายกันไปหมด บางจุดห้อยลงมาแทบจะชิดตัวบ้าน บางจุดห้อยกีดขวางการสัญจร ซึ่งล้วนแต่สร้างความหวาดเสียวให้แก่ประชาชนผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก
[ads]
ภายหลังมานี้ หน่วยงานต่าง ๆ ก็พยายามให้ความร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าภูมิภาค เพื่อจัดระเบียบสายสื่อสารโทรคมนาคมเหล่านี้เสียใหม่ สายไหนไม่ใช้ก็มีการเอาออกไป ซึ่งช่วยปรับปรุงทัศนียภาพให้ดูน่ามองมากยิ่งขึ้น และเป็นการเพิ่มความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน รวมทั้งผู้คนที่เดินผ่านตามจุดต่าง ๆ ด้วย
ทราบกันแล้วว่าสายไหนเป็นสายไหน และทำไมต้องมีสายมากมายขนาดนี้ คราวหลังหากพบเห็นว่าสายไหนชำรุด หรือเกิดความผิดปกติขึ้น ก็ช่วยโทรแจ้งผู้ให้บริการด้วยแล้วกันนะคะ เพื่อบ้านเมืองที่เป็นระเบียบและสวยงามตลอดไป
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก hilight.kapook.com และ mea.or.th
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
[ads=center]