ไม่มีใครอยากป่วย แต่บางครั้งเราก็เลือกชีวิตที่สมบูรณ์แบบไม่ค่อยจะได้ โดยเฉพาะเรื่องของอาหารการกินที่เป็นสิ่งที่เราต้องกินเข้าไปทุกวัน และมีผลอย่างยิ่งต่อการสุขภาพโดยตรง ซึ่งไม่เพียงแต่การเลือกชนิดอาหารเท่านั้นที่ส่งผลต่อสารอาหารที่ร่างกายจะได้รับ แต่กระบวนการในการปรุงอาหาร ก็มีส่วนไม่น้อยต่อสุขภาพและการเกิดโรค เพราะหากเลือกที่จะรับประทานอาหารที่ผ่านกระบวนการมากๆ โอกาสที่คุณจะได้รับประโยชน์ก็จะน้อยลง ในทางตรงข้าม สิ่งที่จะได้รับกลับมากลับกลายเป็นสารพิษที่มีผลอย่างยิ่งต่อสุขภาพในอนาคต
นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การกินอาหารค้างคืนหรือมีการอุ่นซ้ำไม่ใช่เรื่องดีต่อสุขภาพ เพราะการอุ่นอาหารซ้ำซากหรือตุ๋นเป็นระยะเวลาเกิน 4 ชั่วโมง จะทำให้คุณค่าโภชนาการในอาหารลดลง
ปัจจุบันเรามักพบว่า ประชาชนมักจะนิยมซื้ออาหารสำเร็จรูปมาในปริมาณมาก เมื่อรับประทานไม่หมดก็จะนำไปเก็บไว้ในตู้เย็น เพื่อรออุ่นกินใหม่ในมื้อถัดไป ซึ่งการอุ่นซ้ำเช่นนี้อาจทำให้คุณค่าทางโภชนากาลดลง โดยเฉพาะอาหารจำพวกพะโล้ ซึ่งขณะปรุงจะมีต้องมีการเคี่ยวด้วยน้ำตาล เพื่อเพิ่มรสชาติให้อร่อยมากขึ้น
นอกจากนี้ นพ.พรเทพ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เมื่อโปรตีนจากเนื้อสัตว์ถูกความร้อนจากการเคี่ยว ต้ม และตุ๋นเป็นเวลานาน จะทำให้อาหารจานนั้นมีโอกาสตรวจพบสารกลุ่มเฮตเตอโรไซคลิกเอมีน (heterocyclic amine) ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งได้ โดยสามารแบ่งสารพิษที่ว่านี้ออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ
1. กลุ่มที่เกิดขึ้นในระดับความร้อนไม่สูง จะเป็นการรวมตัวระหว่างครีเอตินีน ซึ่งเป็นองค์ประกอบของน้ำในเนื้อสัตว์ ที่มักไหลออกมาเวลาเอาเนื้อสัตว์ออกจากตู้แช่แข็ง กับเมลลาร์ดรีแอคชันโพรดักซ์ ซึ่งเป็นสารสีน้ำตาลในเนื้อที่ถูกทอดหรือตุ๋น
2. กลุ่มที่เกิดขึ้นในระดับความร้อนสูงมากกว่า 300 องศาเซลเซียส จากการเปลี่ยนแปลงของกรดอะมิโนในเนื้อสัตว์ระหว่างปรุงอาหาร เช่น การปิ้งหมู การย่างหมู เป็นต้น
[ads]
“ส่วนอาหารประเภทผักสด ผัดผัก ผักลวก นึ่ง ต้ม ถ้าเหลือแล้วนำไปเก็บไว้กินมื้อต่อไป คุณค่าทางโภชนาการของผักก็จะลดลง และรสชาติเปลี่ยนไป หากมีการเก็บรักษาไม่ดีพอ อุณหภูมิไม่เหมาะสม จุลินทรีย์ที่ปนเปื้อนจะทำให้ท้องเสีย และยิ่งกินเนื้อแดงมากๆ จะมีแนวโน้มทำให้การกินผักและผลไม้ลดลง ทำให้การป้องกันเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายไปจากกระบวนการ oxidation หรือการเกิดอนุมูลอิสระ เมื่อเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องก็จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งบางชนิด” อธิบดีกรมอนามัย
นพ.พรเทพ กล่าวว่า ขอแนะนำให้กินผักสดเป็นประจำ อย่างน้อยมื้อละ 2 ทัพพี เพราะในผักมีวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร รวมทั้งสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อร่างกาย นอกจากนี้ การกินอาหารประเภทกะทิค้างคืนที่มีส่วนประกอบเป็นเนื้อสัตว์ หากมีการเก็บรักษาไม่ดีพอ หรืออุ่นด้วยความร้อนไม่ทั่วถึง อาจทำให้เน่าเสียได้
สุดท้าย อยากจะขอแนะนำวิธีการปฏิบัติตนให้มีสุขภาพดีด้วยการกินอาหารตามหลักโภชนาการ ดังนี้ค่ะ
1. กินอาหารให้หลากหลายครบ 5 หมู่
2. กินผักต่างๆ มื้อละ 2 ทัพพี
3. กินผลไม้มื้อละ 1 – 2 ส่วน
4. เลือกวัตถุดิบในการปรุงที่ปลอดภัยจากการปนเปื้อนสารเคมี
5. ลดอาหารหวาน มัน เค็ม หรือใช้กะทิและน้ำมันทอดซ้ำ
6. ลดการกินอาหารแปรรูป หรืออาหารที่ใส่สีมากเกินธรรมชาติ
7. หลีกเลี่ยงการทานอาหารที่ปรุงค้างคืน
8. รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ (ผู้ชายควรมีรอบเอวไม่เกิน 90 ซม. ผู้หญิงไม่เกิน 80 ซม.)
9. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
10. ทำใจให้สบาย คิดบวกเสมอ
หากคุณเลือกที่จะรับประทานอาหารที่ดีได้อย่างสม่ำเสมอ โอกาสที่จะมีสุขภาพที่แข็งแรงและไร้โรคภัยก็คงเป็นไปได้ ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก manager.co.th
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
[ads=center]