5 เทคนิคเก็บไว้อ่านตอนทะเลาะกับแฟน



คนเราพอรักกันไปนาน ๆ ธาตุแท้เริ่มออก บางทีก็รักกันสุดหัวใจแต่พอเห็นพฤติกรรมบางอย่าง ชักรับไม่ไหว อยากขอเคลียร์จริง ๆ เช่น ทิ้งของเรี่ยราดให้เราตามเก็บคนเดียว จานชามไม่เคยช่วยล้าง แถมยังเปิดฝาชักโครกทิ้งไว้อีก

จากการสำรวจพบว่า คู่รัก 45% ทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องเป็นประจำ ในขณะที่ 11% บอกว่า พวกเขาแฮปปี้สุด ๆ กับความรัก จากตัวเลขจะเห็นว่ามีทั้งคู่รักที่ทะเลาะกัน และไม่เคยทะเลาะกันเลย หรือมีบ้างแต่น้อยมาก

797.2

 

แน่นอนว่าเทคนิคง่าย ๆ ในการพยุงความสัมพันธ์ให้ตลอดรอดฝั่ง คือ "ทะเลาะกันให้น้อยลง" "ไม่ทำเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่" หรือ "ถ้าอีกฝ่ายทำอะไรไม่ถูกใจก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นซะ" เพราะการทะเลาะกันบ่อย ๆ ด้วยถ้อยคำร้ายกาจ มันกัดกร่อนความรู้สึก ทำลายความทรงจำดี ๆ ถ้าจะให้ดี ลองเอาคำแนะนำจากเราไปใช้เวลาทะเลาะกันจะได้ไม่กลายเป็นเรื่องใหญ่ หรือเลิกกันเพราะเรื่องขี้ปะติ๋ว

 

1. แข่งกันด้วยเกม

บางคู่คบกันมานานจนลืมไปว่าความเปรี้ยวซ่าหวานซึ้งตอนคบกันใหม่ ๆ นั้นเป็นอย่างไร คราวหน้าแทนที่จะออกไปเดินห้างหรือดูหนัง ลองหากิจกรรมสนุก ๆ ทำร่วมกัน เช่น เล่นเกมกระดานหรือ เล่นไพ่กินตังค์ก็ยังได้

“ถึงมันจะเป็นการแข่งขันก็จริง แต่เป็นการแข่งที่สนุกสนาน” ราเชล ซัสแมน  นักบำบัดด้านชีวิตสมรสในนิวยอร์กบอก พร้อมเสริมว่า คู่รักหลายคู่เลือกที่จะเล่นเกมแข่งกันว่าใครต้องทำงานบ้าน แทนที่จะชี้นิ้วสั่งอย่างเดียว เกมอย่างสงครามนิ้วโป้ง (งัดนิ้วโป้งแข่งกัน) นั้นช่วยคลายบรรยากาศตึงเครียดและทำให้คุณทั้งสองรู้ว่าเรื่องแค่นี้ไม่เห็นต้องทะเลาะกันเลย แถมคนแพ้ยังไม่รู้สึกติดใจด้วย

 

2. โค้ดลับยุติสงคราม

ไม่ได้หมายถึงฉายาขำ ๆ ที่รู้กันแค่สองคน แต่เราอยากจะให้คุณทั้งสองลองตั้งโค้ดลับหรือคำประกาศิตที่ช่วยให้สถานการณ์คลี่คลาย “เมื่อคุณพยายามโฟกัสกับปัญหา พอมีเรื่องอื่นโผล่เข้ามาในหัวอีก คุณอาจรู้สึกว่าทุกอย่างซีเรียสเกินไปหมด” เอมี่ จอห์นสันเสริม ก่อนกล่าวต่อว่า “การใช้โค้ดลับ สามารถยุติสถานการณ์และความตึงเครียด ทำให้อารมณ์เย็นลง และคอยย้ำเตือนให้รู้ว่าคุณทั้งสองเคยรักกันมากเพียงไร”

ถ้าให้แนะนำ ลองเลือกชื่อที่ชวนให้นึกถึงความทรงจำตลก ๆ หรือเรื่องโจ๊กที่รู้กันแค่สองคน และสัญญาว่าเมื่อใดที่ทะเลาะกัน เมื่อฝ่ายแรกเอ่ยคำประกาศิตให้อีกฝ่ายใจเย็นลงหน่อย “อารมณ์คุณไม่ได้ดีขึ้นทันทีทันใดหรอกค่ะ แต่ก็ช่วยให้อารมณ์เย็นลงบ้าง”

 

3. อีโมติคอนสื่อรัก

เวลาที่ฝ่ายหนึ่งส่งเมสเซจมาถามว่าเย็นนี้อยากกินอะไร นั่นหมายความว่าเขาหรือเธออยากรู้หรืออยากได้คำตอบจริง ๆ ว่าแฟนอยากกินอะไรเป็นมื้อค่ำ แต่หากตอบกลับไปว่า อะไรก็ได้, แล้วแต่, หรือขี้เกียจคิด ฯลฯ คำตอบเหล่านี้อาจสร้างปัญหาให้ชีวิตคู่ ทางแก้คือหลีกเลี่ยงการตอบคำถามที่ไม่ตรงประเด็น และพยายามไม่ใช้อีโมติคอนกวนประสาท ให้ใช้สัญลักษณ์สื่อความหมายที่เข้าใจง่ายอย่างรูปหัวใจ หน้ายิ้ม แก้วเบียร์ หรือต้นไม้ดอกไม้ เพราะมัน ช่วยให้ข้อความนั้น ๆ กุ๊กกิ๊กและมีความหมายยิ่งขึ้น หรือไม่ก็บอกเขาไปเลยว่าคุณอยากกินอะไร ไทย จีน ญี่ปุ่น อิตาเลียน อยากกินเบา ๆ หนัก ๆ หรือไดเอต คือบางทีเขาก็มีคำตอบอยู่แล้วว่าอยากกินอะไร แต่ก็ถามเพื่อให้มั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่ได้อยากกินอะไรเป็นพิเศษ

ถ้าแฟนของคุณไม่อินกับการส่งข้อความกุ๊กกิ๊กหรือไม่เข้าใจว่าอีโมติคอนหน้ายิ้มยักคิ้วมันหมายความว่าอย่างไร บางทีการสื่อสารแบบดั้งเดิมที่รองมาจากการส่งจดหมายอย่างโทรศัพท์ไปหาอาจเหมาะสมที่สุด การได้ยินเสียงหรือน้ำเสียงตอบรับจากอีกฝ่ายช่วยให้คุณเข้าใจเขามากขึ้น อีกวิธีหนึ่งคือคุณอาจเซ็ตหน้าจอมือถือเป็นรูปคู่หรือรูปที่ทำให้คุณอมยิ้มทุกครั้งที่มองเห็น

 

4. แบ๊วอย่างมีสติ

เวลาคู่รักอยู่ด้วยกันตลอดเวลา เรื่องไม่เป็นเรื่องก็สร้างปัญหาใหญ่ได้ เช่น เรื่องที่อีกฝ่ายไม่เคยจัดเตียง ปล่อยให้แฟนทำทุกวัน เป็นต้น เมื่อใดที่ทะเลาะกันเพราะเหตุนี้หรืออยากบ่นเรื่องนี้ ลองทำเสียงเล็กเสียงน้อย หรือออดอ้อนแทนที่จะทำมึนตึง หน้าเป็นยักษ์

ตรองดูให้ดีสิว่าจะมีใครโกรธแฟนที่กำลังบ่น ๆๆ เรื่องงานบ้านด้วยน้ำเสียงเหมือนตัวการ์ตูน เพราะการพูดด้วยน้ำเสียงตลก ๆ ของบุคคลที่สามจะช่วยให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าตัวเองไม่โดนขู่เข็ญ ผู้เชี่ยวชาญอย่างเอมี่ก็เคยใช้วิธีนี้บำบัดลูกค้า “เมื่อใดที่ไม่ค่อยมีปัญหา คุณจะเห็นว่าไม่จำเป็นเลยที่ต้องมาทะเลาะกับคนรัก หรือความสัมพันธ์แตกร้าวเพียงเพราะปัญหาเล็ก ๆ จะว่าไปก็เป็นเรื่องปกติที่แต่ละฝ่ายจะมองเห็นรายละเอียดปลีกย่อยในการครองชีวิตคู่ที่แตกต่างกัน” คุณอาจรู้สึกขำตัวเองที่ต้องเลียนเสียงพูดตัวการ์ตูนหรือนักพากย์เสียงช่อง 9 แต่เมื่อคิดดูดี ๆ ยังดีกว่าต้องมานั่งทะเลาะกับแฟน หรือทำบึ้งตึงไม่พูดจากันนานนับสัปดาห์

[ads]

 

5. เป็นนางเอกดี ๆ อย่าริเป็นนางร้าย

การกรีดร้องวี้ด ๆ เหมือนนางร้ายในละครนั้นไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น การเปล่งเสียงสูงปรี๊ดหรือขึ้นเสียงเวลาทะเลาะกันมีผลต่อระดับการเต้นของหัวใจและฮอร์โมนคอร์ติซอลหรือฮอร์โมนความเครียด แถมยังฟังไม่รื่นหู ดังนั้น แทนที่จะตะคอกใส่กัน ลองเปลี่ยนมากระซิบแทน 

“การกระซิบหรือพูดเบา ๆ หมายความว่าคุณไม่อยากรุมทึ้งหรือกะเอาเขาให้ตาย การค่อย ๆ พูดจะบังคับให้คุณทั้งสองต้องกระเถิบเข้ามาอยู่ใกล้ ๆ และใส่ใจคำพูดของอีกฝ่าย” หากคุณอยากง้อก็คว้าแก้มเขามาหอมซะเลย

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก never-age.com

เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com

[ads=center]