รอไม่ได้เลยกับอาการป่วยที่มีลักษณะเช่นนี้ นั่นคือ ‘ปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด’ เพราะนี่คือสัญญาณเตือนภัยที่บ่งบอกว่า คุณอาจจะเป็นหนึ่งในผู้ป่วยที่มีอาการเส้นเลือดในสมองตีบได้ ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ สปสช. จะเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยรายนั้นๆได้มีโอกาสเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายร้ายแรงถึงแก่ชีวิต
โรคหลอดเลือดสมอง คือ ภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยงเนื่องจากหลอดเลือดตีบ หลอดเลือดอุดตัน หรือหลอดเลือดแตก ส่งผลให้เนื้อเยื่อในสมองถูกทำลาย การทำงานของสมองหยุดชะงัก ซึ่งถือเป็นโรคฉุกเฉินที่ปัจจุบันมีอัตราการเจ็บป่วยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆทุกปี
[ads]
ญาติใกล้ชิดหรือบุคคลที่พบคนใกล้ตัวมีอาการ แขนขาอ่อนแรงเฉียบพลัน มึนงง วิงเวียน ทรงตัวไม่ได้ ให้รีบขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ด้วยการโทรสายด่วน 1669 เพื่อนำผู้ป่วยเข้ารับการรักษาอย่างทันที โดยต้องระลึกเสมอว่า “หากสามารถนำผู้ป่วยเข้ารับการรักษาได้ภายในเวลา3 ชั่วโมง จะทำให้ผู้ป่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเสียชีวิต หรือพิการได้”
โดยหากสามารถส่งผู้ป่วยให้โรงพยาบาลได้ภายใน 3 ชั่วโมง ผู้ป่วยจะได้รับการตรวจสมองผ่าน CT scan และฉีดยาสลายลิ่มเลือด ชื่อ Rt-PA (มูลค่า 20,000 บาท ต่อขวด) ฟรี ซึ่งสาเหตุที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนเนื่องจาก ภายในช่วง 3 ชั่วโมงแรกเซลล์สมองจะยังไม่ถูกทำลายอย่างถาวร ตัวยาจะเข้าไปละลายลิ่มเลือดที่อุดตันในสมองได้ทันที และสามารถทำให้เลือดกลับไปเลี้ยงสมองได้ดังเดิม
อย่างไรก็ตาม การได้รับยาตัวนี้จะมีข้อแม้บางประการ เพราะผู้ป่วยบางรายอาจไม่สามารถรับยาสลายลิ่มเลือด Rt-PA ได้ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
ผู้ป่วยที่มีประวัติโรค หรือมีอาการอื่นๆบางอย่างที่อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง จนเกิดอันตรายมากกว่าอาการเส้นเลือดในสมองตีบ จะไม่สามารถรับยาสลายลิ่มเลือด Rt-PA ได้ ผู้ป่วยกลุ่มต่อไปนี้ เช่น
– มีประวัติเลือดออกในสมอง
– มีเกล็ดเลือดต่ำกว่า 100,000 ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร
– มีปัญหาการแข็งตัวของเลือด
– ได้รับยาในกลุ่ม เฮพาริน ในช่วงระยะเวลา 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา
– ความดันโลหิตสูงกว่า 185/110
– เคยมีประวัติบาดเจ็บที่ศีรษะ หรือมีโรคเส้นเลือดในสมองในช่วงระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา
– มีอาการเส้นเลือดในสมองตีบเป็นบริเวณกว้าง
ยาสลายลิ่มเลือดนี้จึงไม่ได้แจกฟรีในผู้ป่วยทุกคน ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัย และป้องกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดอันตรายขึ้นกับผู้ป่วยได้นั่นเอง
การป้องกันโรคหลอดเลือดสมองที่ดีที่สุด จะต้องพยายามควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่ส่งเสริมให้หลอดเลือดเกิดการตีบ อุดตัน หรือแตก ได้แก่ การหมั่นออกกำลังกาย การควบคุมระดับความดันโลหิต การควบคุมระดับไขมันและน้ำตาลในเลือด หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็ม หวาน มัน งดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้ชีวิตก็ปลอดภัยขึ้นอีกเยอะแล้ว
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก เฟซบุ๊ค Drama-Addict และ manager.co.th
ภาพจาก : phyathai.com
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
[ads=center]