8 อาการเบรกมีปัญหา อย่าช้า! เรื่องนี้รอไม่ได้



คันเร่ง ถือเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยให้รถขับเคลื่อนไปได้ แต่เบรกถือเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญกว่า เพราะถ้าเบรกมีปัญหา ชีวิตบนท้องถนนของคุณก็จะไม่ปลอดภัยทันที วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่า หลากหลายอาการที่บ่งบอกว่า “เบรกมีปัญหา” มีอะไรกันบ้าง จะได้รีบแก้ปัญหาได้ทัน

 

8 อาการเบรกมีปัญหา

1. เบรกดัง หากเหยียบเบรกรถแล้วมีเสียงดังอี๊ดๆ แสดงว่าเบรกกำลังมีปัญหาแล้ว ลองสังเกตดูหน่อยว่า เสียงที่ดัง ดังมาจากตรงไหน ดังทุกล้อ ล้อเดียว ดังแค่ล้อคู่หน้า หรือดังที่ล้อคู่หลัง ถ้าหากพบว่าดังเป็นคู่ แสดงว่า ‘ผ้าเบรคหรือจานเบรคหมด’ แต่หากดังจุดเดียวแสดงว่า ‘ผ้าเบรคไม่ได้มาตรฐาน’ หรือ ‘อาจมีเศษหินต่างๆเข้าไปติด’

แนะนำ ให้นำรถเข้าตรวจซ่อม และเปลี่ยนไปใช้ผ้าเบรคที่ได้มาตรฐาน

783.2

 

2. เบรกสั่น หากเหยียบเบรกแล้วรู้สึกว่าเบรกมีอาการสั่นๆ สั่นไปถึงพวงมาลัย หรือสั่นไปทางคัน สามารถตีความได้ว่า ‘จานเบรคมีปัญหา’ เสียแล้ว ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการใช้งานอย่างหนัก หรือเหยียบเบรกอย่างรุนแรง

แนะนำ นำรถไปตรวจเช็คจานเบรก หากเบรกสั่นสามารถแก้ได้โดยการเจียจานเบรกหรือเปลี่ยนใหม่

 

3. เบรกทื่อ หากเหยียบเบรกไปแล้วรู้สึกว่าเบรกแข็ง ต้องออกแรงมากกว่าปกติ แสดงว่า ‘หม้อลมเบรกในรถมีอาการรั่วซึม’ ซึ่งอาจเกิดจากชุดผ้าใบภายใน วาล์ว PVC หรือ Combo Vale เสีย จนทำให้แรงสุญญากาศของหม้อลมน้อย สำหรับรถเครื่องยนต์ดีเซลอาจเป็นที่ปั๊มสุญญากาศที่บริเวณตูดไดชาร์จเสียหรือสายลมรั่ว เป็นต้น

แนะนำ อาการนี้ควรรีบแก้ไขโดยด่วนเพราะเป็นที่มาของการเบรกไม่อยู่ โดยให้ตรวจสอบที่หม้อลมเบรกเป็นหลัก

 

4. เบรกจม หากเหยียบเบรกแล้วรู้สึกว่าลึกผิดปกติ หากเหยียบค้างไว้จะค่อยๆจมลง ต้องเบรกซ้ำๆถึงจะอยู่ แสดงว่า ‘ลูกยางแม่ปั๊มเบรกตัวบนสึกหรอหรือบวม’ ทำให้แรงดันเบรกลดลง

แนะนำ รีบซ่อมแซมชุดลูกยางแม่ปั้มเบรกโดยด่วน เพราะหากปล่อยไว้นานๆ จะเกิดอาการเบรกแตกได้

 

[ads]

5. เบรกแตก ถ้าเหยียบเบรกไปแล้ว แต่ไม่เกิดปฏิกริยาใดๆ ทั้งๆที่แป้นเบรคลงไปติดพื้นอย่างง่ายดายแล้ว แน่นอนว่าคุณเจอกับอาการเบรกแตกเสียแล้ว สาเหตุที่ทำให้เกิดเช่นนี้ เช่น ‘การรั่วของน้ำมันเบรก’ , ‘ท่อทางเดินระบบเบรกแตก’ , ‘น้ำมันเบรกรั่วซึมมาเป็นเวลานาน’ , ‘ลูกยางแม่ปั๊มเบรกชำรุด’ , ‘ตัวแม่ปั๊มเบรกเสียหายจนน้ำมันเบรกรั่วไหลออกจนหมด’ , ‘ชิ้นส่วนของระบบเบรกหลุดหลวม’ หรือ ‘เกิดจากสายอ่อนเบรกแตก’ เป็นต้น

แนะนำ หากเกิดอาการนี้ขึ้นต้องพยายามหาวิธีหยุดรถให้ได้เสียก่อนเป็นอันดับแรก โดยแนะนำให้ใช้วิธีการลดเกียร์ไปเรื่อยๆ รวมไปถึงดึงเบรกมือ (หากเบรกมือเป็นระบบไฟฟ้าห้ามใช้เด็ดขาด)

 

6. เบรกติด ถ้าคุณยกเท้าออกจากแป้นเบรกแล้ว แต่รู้สึกว่าเบรกยังคงทำงานอยู่ ลองสังเกตเพิ่มเติมดูก่อนว่า เบรกร้อนมากจนมีกลิ่นไหม้ออกมาหรือไม่ หรืออีกวิธีคือ จอดรถแล้วใส่เกียร์ว่าง จากนั้นลงไปเข็นรถดูว่าฝืดไหม หากมีอาการดังกล่าวมาแสดงว่า ลูกยางกันฝุ่นของแม่ปั๊มเบรกอาจจะฉีกขาด ทำให้มีน้ำซึมเข้าไปในกระบอกเบรกจนก่อให้เกิดสนิม ลูกสูบเบรกจึงไม่สามารถเคลื่อนตัวเข้า-ออกได้ หรืออีกกรณีก็คือ ซีนยางบวมผิดรูป ทำให้ลูกสูบที่คาลิปเปอร์เบรกไม่เลื่อนกลับ ส่งผลให้เบรกติดนั่นเอง

แนะนำ เปลี่ยนชุดซ่อมแม่ปั้มเบรกล่างโดยการถอดออกมาขัดสนิม แต่ถ้ามีสนิมมากเกินไปก็ควรเปลี่ยนลูกสูบเบรกหรือแม่ปั้มทั้งชุดไปเลย

783.1

 

7. เบรกปัด หากเหยียบเบรกแล้วรถเบี้ยวไปด้านใดด้านหนึ่ง แสดงว่าอาจมีคราบน้ำมันหรือสารหล่อลื่นของชุดช่วงล่างกระเด็นมาโดนจานเบรก ทำให้ผิวลื่นมัน และมีความฝืดลดลง หรืออาจเกิดจากประสิทธิภาพการสึกหรอของชุดคาลิปเปอร์เบรกที่มีแรงกดในแต่ละฝั่งแตกต่างกัน จนทำให้ไม่สมดุลและเกิดอาการเบรกปัดนั่นเอง

แนะนำ เริ่มต้นจากการสังเกตก่อนว่าเบรกปัดทางไหน หากปัดซ้ายต้องซ่อมระบบเบรกด้านขวา หากเบรกแล้วปัดขวาก็ต้องซ่อมด้านซ้าย

 

8. เบรกเฟด หากเหยียบเบรกแล้วมีอาการแป้นเบรกลื่น เมื่อใช้ความเร็วสูงหรือเส้นทางขึ้นลงเขาจะเบรกไม่ค่อยอยู่ ซึ่งอาจเป็นเพราะใช้เบรกต่อเนื่องนานเกินไป หรือในช่วงที่ใช้ความเร็วสูงมากๆ สาเหตุนี้เกิดจากความร้อนของจานเบรกกับผ้าเบรกที่สูงเกินไป หรือใช้งานหนักเกินไป

แนะนำ ปรับเปลี่ยนไปใช้ผ้าเบรกที่คุณภาพสูงขึ้น และใช้น้ำมันเบรกที่มีค่า DOT สูงขึ้นกว่าเดิม

 

8 อาการสำคัญนี้ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะหากคุณใช้งานรถอย่างหนักและขาดการดูแล เบรกก็สามารถมีปัญหาได้ตลอดเวลา ดังนั้น อย่าลืมนำรถไปตรวจเช็คและซ่อมแซมทันทีที่มีปัญหานะคะ

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก thaicarlover.com

เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com

[ads=center]