หากคุณมีเหตุจำเป็นที่ต้องจอดรถทิ้งไว้นานๆ อาจจะเป็นเดือนหรือเป็นปี เช่น ไปเที่ยวต่างจังหวัด เที่ยวต่างประเทศ หรือบางคนอาจจะมีรถหลายคันที่บ้าน บางคันก็ใช้บ่อย บางคันก็จอดทิ้งไว้เฉยๆไม่ค่อยได้ใช้งาน หากกรณีที่คุณต้องทิ้งรถเอาไว้เช่นนี้และไม่อยากให้รถเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา คุณจะต้องมีวิธีการพิเศษที่จะใช้ในการดูแลรถของคุณให้เหมาะสมเช่นเดิม จะต้องปฏิบัติอย่างไรบ้างตามมาดูกัน
1. ล้างรถให้สะอาด
อย่าคิดว่าการล้างรถไม่สำคัญ หรือคิดว่ากลับมาเดี๋ยวก็สกปรกเหมือนเดิมจะล้างไปทำไม เพราะการที่คุณปล่อยให้รถสกปรกเป็นระยะเวลานานๆ ฝุ่นและสิ่งสกปรกจะเกาะอยู่ที่สีรถจนยากที่จะล้างออก ดังนั้น หากเป็นไปได้ ก็ควรเอารถไปล้างให้สะอาดเอี่ยมอ่อง เช็ดให้แห้ง ชะโลมน้ำมันจักรตามส่วนที่คาดว่าจะขึ้นสนิมได้ง่าย ดูดฝุ่นภายในรถ และถอดซักพรมปูพื้นไปซักด้วยยิ่งดี การกำจัดสิ่งสกปรกตั้งแต่ต้นจะช่วยให้คุณดูแลรักษารถได้ง่ายกว่า
อีกอย่างก็คือ หากคุณได้ล้างรถด้วยตัวเอง คุณจะมีเวลาได้ตรวจสอบจุดที่บกพร่องตามส่วนต่างๆ ของรถได้อย่างทั่วถึงทุกซอกทุกมุม และแก้ไขความผิดปกติได้เลยทันที
2. จอดรถไว้ในที่ร่ม
การที่คุณไม่ใช้รถนานๆ การจอดรถไว้ในร่ม มีที่กันแดดกันฝนน่าจะเป็นสิ่งที่ดีมากกว่า หรือถ้าหาไม่ได้จริงๆ ก็ควรมีผ้าคลุมรถมาคลุมไว้ และไม่ควรจอดใกล้กับสถานที่ที่ชื้นแฉะหรือใกล้ถังขยะ เพราะอาจมีโอกาสที่หนูหรือสัตว์พาหะอื่นๆจะเข้ามาขออาศัยหรือทำรังใต้กระโปรงรถของคุณได้ ที่สำคัญมันอาจจะกัดสายไฟหรือทำลายข้าวของของคุณจนพังยับเยินไปเลยก็ได้
3. เติมลมยางให้แข็งกว่าปกติ
หากคุณต้องจอดรถทิ้งไว้นานๆ น้ำหนักของรถที่กดทับที่เดิมๆอาจทำให้ยางเสียรูปได้ ดังนั้น จึงควรเติมลมยางให้มากกว่าปกติ เพื่อให้มีลมมากพอที่จะรักษารูปทรงของโครงสร้างยางให้เป็นปกติได้มากที่สุด แต่ถ้าจอดทิ้งไว้นานๆ โดยที่ไม่มีใครมาช่วยดูแลให้เลย ก็ควรหาที่จอดที่มั่นคง และเอาแม่แรงมายกรถให้ลอยไว้ จากนั้นก็หาขาหยั่งชนิดสามขามาหนุนรถตามจุดต่างๆให้ล้อทุกล้อลอยขึ้นจากพื้น เพื่อถนอมยางให้ได้นานที่สุด
4. ถอดแบตเตอรี่ออก
ถ้าไม่อยากให้แบตเตอรี่รถยนต์หมด ก็ถอดแบตฯออกเสีย เนื่องจากถ้ายังมีแบตฯอยู่ในรถยนต์ รถยนต์จะยังคงดึงไฟจากแบตเตอรี่อยู่ตลอดเวลาแม้ว่าเราจะไม่ได้สตาร์ทเครื่องยนต์สักแก๊กเดียว อย่างไรก็ตาม ควรศึกษาข้อมูลก่อนถอดแบตเตอรี่ออกให้ดีเสียก่อนด้วย
5. หาคนมาสตาร์ทเครื่องให้สัปดาห์ละครั้ง
ในกรณีที่ไม่ได้ถอดแบตเตอรี่ออก ก็ควรจะไหว้วานให้คนรู้จักช่วยมาสตาร์ทเครื่องทิ้งไว้สัก 10-15 นาที หรือติดเครื่องเดินเบาสลับเหยียบคันเร่ง และเดินหน้าถอยหลังเพื่อเปลี่ยนจุดสัมผัสระหว่างยางกับพื้นถนน เพื่อทำให้รถเหมือนถูกใช้งานตลอดเวลา
6. เช็คระดับของเหลวในเครื่องยนต์
ไม่ว่าจะเป็น น้ำมันเครื่อง หรือน้ำในหม้อน้ำเพื่อหล่อเลี้ยงชิ้นส่วนต่างๆ ก็ควรตรวจสอบให้ดีก่อนที่คุณจะจากรถไปเป็นเวลานาน รวมไปถึงน้ำมันที่ควรเติมให้เต็มถังด้วย เพราะว่าโดยปกติแล้ว น้ำมันเชื้อเพลิงจะมีอุณหภูมิต่ำกว่าบรรยากาศภายนอก ซึ่งอาจก่อให้เกิดการควบแน่นกลายเป็นหยดและเกาะในถังน้ำมันได้ การเติมน้ำมันให้เต็มถัง จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดหยดน้ำเหล่านี้ และป้องกันการเกิดสนิมได้
[ads]
สิ่งที่ต้องตรวจเช็คก่อนจะนำรถกลับมาใช้อีก
หลังจากที่คุณไม่ใช้รถเป็นเวลานานๆ การดูแลสภาพรถก่อนใช้งานอีกครั้งก็มีความสำคัญไม่แพ้กันเลย สิ่งที่คุณต้องทำการตรวจสอบ มีดังต่อไปนี้
1. แบตเตอรี่
หากยังคงสตาร์ทติดได้ดี หรือสตาร์ททีเดียวก็ติด แสดงว่าแบตเตอรี่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ดีอยู่ แต่ถ้าเป็นรถเก่าหรือมีปัญหาไฟรั่ว อาจจะมีปัญหารถสตาร์ทไม่ติด หรืออาจต้องเสียแรงเข็นสตาร์ท หรือพ่วงแบตสตาร์ทจึงจะสามารถใช้งานได้ดังเดิม
2. ระดับของเหลว
ก่อนใช้รถ คุณควรเปิดฝากระโปรงเพื่อตรวจเช็คระดับน้ำในหม้อน้ำ ระดับน้ำมันเครื่อง และน้ำมันเบรก ว่ายังอยู่ในระดับปกติหรือไม่ หรือมีการรั่วซึมบ้างหรือไม่
3. ยาง
ลมยางที่เติมไว้ตอนแรกอาจมีการพร่องลงไปบ้างเล็กน้อย เพราะโดยปกติแล้ว ถ้ายางไม่ได้ใช้งานเลย ลมยางจะลดลงเฉลี่ยเดือนละประมาณ 1-2 ปอนด์ ดังนั้น ก็นำรถไปเติมลมยางให้กลับมาเป็นปกติซะก็สิ้นเรื่อง
4. ระบบไฟ
ทดลองเปิดไฟหน้า ไฟเลี้ยว ไฟเบรก ดูสิว่ายังสามารทำงานได้ตามปกติหรือไม่ มีหลอดไฟดวงไหนขาดไปบ้างหรือไม่ เพื่อความปลอดภัยขณะขับรถบนท้องถนนของคุณและเพื่อนร่วมทาง
5. ยางปัดน้ำฝน
ความร้อนที่สะสมนานๆ อาจทำให้ยางปัดน้ำฝนเสื่อมสภาพหรือเสียรูปทรงไปได้ ดังนั้น หากคุณพบว่าใบปัดเสื่อมสภาพ แตกร้าว หรือไม่สามารถกวาดน้ำได้เกลี้ยงเหมือนเดิม ก็คงต้องเปลี่ยนใหม่เพื่อทัศนวิสัยที่ดียามฝนตกหนัก
สละเวลาของคุณสักเล็กน้อยเพื่อดูแลรถยนต์ที่ต้องจอดทิ้งไว้นานๆ เพราะหากคุณดูแลสภาพรถได้อย่างสมบูรณ์ตลอดเวลา การขับขี่บนท้องถนนของคุณก็จะปลอดภัยและไร้อุบัติเหตุมากวนใจได้อย่างแน่นอน
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก blog.kaidee.com
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
[ads=center]