งานราชการเป็นงานที่หลายคนใฝ่ฝัน ด้วยเพราะเป็นอาชีพที่ได้รับการยอมรับเป็นวงกว้าง, เป็นที่นับหน้าถือตากับคนทุกชนชั้น, เหมือนได้สนองราชการแผ่นดิน, ไปตลอดจนสวัสดิการที่คุ้มครองได้ครอบคลุมมาก ตั้งแต่เงินกู้ดอกเบี้ยถูก การรักษาพยาบาล เงินบำนาญหลังเกษียณ ไปจนกระทั่งเงินค่าทำศพก็ยังมี.
ถึงแม้ว่าThaijobsgovจะเป็นเพจหลักที่นำเสนอข่าวการสอบราชการ แต่ก็ต้องการให้หลายคนคิดทบทวนให้ดีว่างานไหน 'เหมาะ' กับตนเองที่สุด เพราะข้อจำกัดของงานราชการก็มีอยู่บ้าง ลองฟังเหตุผลอีกด้านกันว่า เหตุใดคนบางส่วนถึงหันหลังให้งานราชการ ? ทั้งที่มันก็เป็นงานที่เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง
หมายเหตุ : Thaijobsgovไม่ได้มีเจตนาจะโจมตีงานราชการเพียงแต่อย่างใด แค่เสนอเหตุผลอีกด้านไว้ชั่งน้ำหนักแต่ละอาชีพในสังคมดูก็เท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณส่วนบุคคล
ภาพประกอบจาก www.springnews.co.th
1. งานราชการเป็นงานที่เหนื่อยมาก เพราะเสียสละมาก
ฟังดูเหมือนสบาย ทำงานตามเวลาราชการ มีวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ มีวันหยุดนักขัตฤกษ์ แต่ความจริงไม่เป็นอย่างนั้นทุกสายงาน
บางสายงาน เช่น ครู, หมอ, พยาบาล, ทหาร, ตำรวจ นอกจากมาทำงานตามเวลาราชการแล้ว ยังต้องแบ่งเวลามาเข้าเวรหรือหอบงานกลับไปทำที่บ้านด้วย กว่าจะได้พักผ่อนก็ตอนพักเที่ยงหรือนอน หรือไม่ก็ได้วันหยุดที่ไม่เหมือนคนอื่น
ยิ่งมันเป็นงานที่ต้องรับใช้ประชาชนเต็มๆ นั่นก็หมายความว่า คนเป็นจำนวนหลายพันคนต้องแวะเวียนมาหาเราตลอด แต่ละคนก็มีปัญหาไม่เหมือนกันอีก ใครที่ไม่มีจิตบริการที่ดี (service mind) รับรองเลยว่าภายในไม่กี่ปีจะรู้สึกเหนื่อยมาก ไม่ทำก็ไม่ได้ บกพร่องนิดเดียวก็โดนสอบสวน ไหนจะต้องแข่งขันกับการประเมิน การทำรายงานต่างๆ เพื่อรับรองคุณภาพการทำงานของตัวเองเรื่อยๆ ไป (คล้ายกับว่า สร้างเครดิตเข้าไว้เพื่อให้ต่ออายุราชการได้ ย้ายไปที่อื่นได้ง่าย)
[ads]
2. อัตราการแข่งขันสูงตั้งแต่สอบ
แม้แต่ตำแหน่งเล็กๆ หรือการสอบพื้นฐานง่ายๆ มันก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะอัตราการสมัครสอบสูงมาก สวนทางกับอัตราการรับที่มีน้อยมาก บางสนามสอบสมัครเป็นหลักพัน แต่รับเพียงหลักหน่วย บางสนามสอบสมัครเป็นหลักร้อย รับเพียงหลักสิบก็ใช่ว่าจะง่าย เราจึงมักจะพบคนที่สอบแล้วสอบอีกจนรู้สึกท้อ หันไปสมัครงานอาชีพอื่นไปพลางๆ ก่อนดีกว่า
3. หาความก้าวหน้าและท้าทายได้ยากมาก
ชีวิตราชการเป็นชีวิตที่ค่อนข้างติดในกรอบ ทำอะไรเป็นระเบียบ วนเวียนกับวงจรเดิมๆ ซ้ำๆ เช่น ถ้าทำธุรการก็อยู่เอกสารไปเรื่อยๆ จนแก่ ต้องทำตามคำสั่ง มีความคิดหรือการกระทำที่นอกกรอบแหวกแนวมากไม่ได้ บางคนจึงยอมที่จะเบนเข็มไปทำอาชีพอื่นเพื่อหนีความซ้ำซากจำเจ ออกไปค้นหาตัวเองในหลายด้านให้เก่งมากกว่าจะทำอะไรเพียงไม่กี่อย่าง
หากจะเดินเรื่องเพื่อขอเลื่อนขั้นก็ค่อนข้างยุ่งยากและใช้เวลามาก บางคนในบางสายวิชาชีพจึงขอย้ายตัวเองออกไปทำงานในเอกชน เพื่อให้ได้สวัสดิการที่ดีกว่า ความก้าวหน้าที่รวดเร็ว ไม่ซับซ้อน เช่น หมอ-พยาบาล ที่ย้ายจาก ร.พ. รัฐ ไปทำงานใน ร.พ.เอกชน
4. มีความเครียดสูง
งานราชการไม่เพียงแต่จะรับภาระหนักจากการรับใช้ประชาชน บางครั้งก็ต้องอดทนกับระบบอาวุโสและการคอรัปชันภายในที่รับรู้ว่าไม่ดีแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ พักผ่อนน้อย วินัยเข้มข้น ที่ลำพังพนักงานราชการตัวน้อยๆ ก็มีทางเลือกไม่มากนัก ระหว่างอดทนเพื่อรอสิ่งที่ดีกว่า หรือลาออกเพื่อไปหาสิ่งที่คิดว่าใช่ว่านี้
5. สวัสดิการแค่พอมีพอกิน ไม่ได้ครอบคลุมทุกอย่าง
ในหลายปีก่อน ที่พักฟรี (บางแห่ง บางสายงาน) ค่ารักษาพยาบาลเบิกได้ ค่าเล่าเรียนบุตรเบิกได้ มีบำนาญให้ยามแก่อาจเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตข้าราชการหลายคนดีขึ้นเยอะ แต่สำหรับ ' พนักงานราชการ ' ยุคปัจจุบัน มันแทบจะเป็นสิ่งที่น้อยนิดจนเกือบพึ่งพาไม่ได้เท่าไหร่ หลายคนยอมเช่าบ้านหรือซื้อบ้านเป็นของตัวเองดีกว่าอยู่บ้านหลวงเล็กๆ ที่ไม่สะดวกสบาย บางคนต้องหันไปทำกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อได้เบี้ยประกันที่สูงกว่านี้ รักษากับสถานพยาบาลที่มีหลายทางเลือกดีกว่า ร.พ.รัฐ บางคนหันไปต่อยอดทางการเงินที่หลากหลายกว่านี้ เช่น ทำธุรกิจส่วนตัว, ลงทุนอสังหาริมทรัพย์, เปิดบัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูง ดีกว่าหวังน้ำบ่อหน้าจากเงินบำนาญเพียงอย่างเดียว
ในโลกนี้ทุกอาชีพมีเกียรติ มีศักดิ์ศรีเท่าๆ กัน
ไม่มีอาชีพไหนดีกว่ากัน มีแต่ ' อาชีพไหนที่ทำแล้วรู้สึกใช่กว่ากัน ?'
หาตัวเองให้เจอ หาทางเลือกที่ใช่
อะไรก็ตามที่เราทำแล้วมีความสุข เราจะอยู่กับมันได้นาน
แล้วจะไม่รู้สึกเลยว่าการทำงานมันคือการถูกบังคับให้ทำงาน
หากแต่มันคืออีกด้านของชีวิตที่สนุก ให้แง่คิด ให้อะไรหลายอย่างชีวิตมากกว่าเงินดีนะ
[ads=center]
