กลิ่นปาก เป็นความลำบากใจของคนรอบข้างที่ส่วนใหญ่จะไม่กล้าบอกให้เจ้าตัวรู้ว่าคุณนั้นมีลมหายใจที่ร้ายกาจแค่ไหน กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เขาเมินหน้าหนีจากคุณไปเสียแล้ว หรือบางคนอาจจะยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าตัวเองนั้นมีกลิ่นปากที่รุนแรงมากแค่ไหน ถ้าไม่อยากให้มองหน้ากันไม่ติดลองมาตรวจดูกลิ่นปากของคุณกันสักหน่อย จะได้หาแนวทางการแก้ไขได้ทัน
หลังจากที่รับรู้ความเหม็นของกลิ่นปากของคุณไปแล้ว ก็ต้องลองมาหาสาเหตุกันก่อนว่ากลิ่นปากที่คุณมีเกิดมาจากอะไรกันแน่ เป็นกลิ่นแบบชั่วคราวหรือถาวร ซึ่งสามารถแบ่งสาเหตุของกลิ่นปากได้ดังนี้
1. สาเหตุจากในช่องปาก
โดยส่วนมาก คนที่มีกลิ่นปากก็เป็นเหตุผลมาจากการรักษาสุขภาพในช่องปากได้ไม่ดี แปรงฟันไม่สะอาด มีแผลร้อนใน มีฟันผุ ทำให้มีเศษอาหารตกค้างตามซอกฟัน เป็นโรคเหงือกอักเสบ มีหินปูนรอบๆ ฟัน รวมไปถึงคนที่ใส่ฟันปลอมที่ขาดการดูแลทำความสะอาดอย่างเหมาะสม ทำให้มีคราบอาหารติดอยู่จนเกิดเป็นกลิ่นบูดในปากได้
2. สาเหตุจากอย่างอื่น
ยกตัวอย่างเช่น การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน โพรงไซนัสอักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ วัณโรคปอด เป็นฝีในปาก กรดไหลย้อน มีเนื้องอกในช่องปาก ช่องคอ หรือหลังโพรงจมูก รวมไปถึงพฤติกรรมส่วนบุคคล เช่น การรับประทานอาหารที่มีกลิ่นรุนแรง การดื่มสุรา หรือการสูบบุหรี่
[ads]
กลิ่นปากจะโชยออกมามากในช่วงเวลาหลังการตื่นนอนตอนเช้า เนื่องจากขณะที่เรานอนหลับจะมีการขับน้ำลายออกมาน้อย ทำให้มีการสะสมของเชื้อโรคในช่องปากมากที่สุด หากไม่อยากมีกลิ่นปากตั้งแต่เริ่มต้นวัน มาลองทำตามวิธีเหล่านี้เพื่อแก้ไขกลิ่นปากกันได้เลย
เคล็ดลับดับ “กลิ่นปาก”
1. ดื่มน้ำเยอะ ๆ
แม้ว่าน้ำลายจะช่วยชะล้างสิ่งสกปรกที่เป็นสาเหตุของกลิ่นปากได้ แต่ถ้าหากเราดื่มน้ำไม่เพียงพอ ก็จะทำให้น้ำลายหลั่งออกมาน้อยและส่งผลให้ปากเหม็นได้เช่นกัน ดังนั้น การดื่มน้ำเยอะ ๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพราะนอกจากจะช่วยให้ร่างกายสร้างน้ำลายได้มากขึ้นแล้ว ยังช่วยชะล้างเศษอาหารในปากให้ออกไปได้อีกด้วย
2. เปลี่ยนแปรงสีฟันทุก 2-3 เดือน
เชื่อว่าหลายคนจะไม่ยอมเปลี่ยนแปรงสีฟันจนกว่าขนแปรงจะบานหรือร่วงหลุดไปข้างหนึ่ง แต่รู้ไว้เลยว่าแปรงสีฟันถือเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคชั้นดีที่มีทั้งอาหารและความชื้นอยู่ครบ ทำให้เชื้อแบคทีเรียเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว และเมื่อเชื้อแบคทีเรียมีอยู่เต็มไปหมดบนแปรงสีฟัน การที่เราหยิบแปรงขึ้นมาสีฟัน ก็ย่อมทำให้ได้รับเชื้อพวกนั้นเข้าไปได้ง่าย ดังนั้น การตัดวงจรการเจริญเติบโตโดยการเปลี่ยนแปรงสีฟันทุกๆ 2-3 เดือน จึงเป็นวิธีการที่ดีที่จะช่วยลดปัญหากลิ่นปากได้
3. รับประทานผักสด ๆ ให้มากขึ้น
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมการทานผักจึงช่วยให้กลิ่นปากดีขึ้น ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะไฟเบอร์จากผักผลไม้จะช่วยกำจัดคราบแบคทีเรียในช่องปาก และช่วยกลบกลิ่นปากให้หายไปได้ อีกทั้งวิตามินและแร่ธาตุยังเข้าไปช่วยสร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ทำให้สามารถต่อสู้กับแบคทีเรียในร่างกายได้มากขึ้นด้วย
4. บ้วนปากด้วยน้ำเกลือ
หากการดื่มน้ำมากๆยังไม่ช่วยอะไร ก็ให้ใช้เกลือเล็กน้อยผสมน้ำแล้วนำมาบ้วนปาก การบ้วนปากด้วยน้ำเกลือจะเข้าไปช่วยชะล้างเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในปากและคอออกไปได้มากขึ้น และทำให้ปากหอมสะอาดได้มากกว่าที่เคย
5. เคี้ยวเปลือกส้มหรือเปลือกมะนาว
เพราะกรดซิตริกในมะนาวมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในช่องปากได้ ดังนั้น การนำเปลือกมะนาวหรือเปลือกส้มที่คั้นน้ำแล้วมาเคี้ยวสักครู่ จึงทำให้ช่วยลดแบคทีเรียสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดกลิ่นปากได้ แต่ต้องอย่าลืมบ้วนปากด้วยน้ำสะอาดด้วยนะ เพราะกรดที่หลงเหลืออยู่ในปากอาจกัดกร่อนเนื้อฟันได้เช่นกัน
6. รับประทานอาหารที่มีโปรไบโอติกส์ให้มากขึ้น
การรับประทานอาหารที่มีโปรไบโอติกส์ เช่น โยเกิร์ต ก็เพื่อทำให้เราขับถ่ายได้ง่าย แต่มันเกี่ยวอะไรกับกลิ่นปาก คำตอบก็คือ เมื่อร่างกายสามารถขจัดสารพิษในร่างกายออกไปได้หมด ก็จะไม่มีกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ตลบอบอวลอยู่ในกระเพาะและลำไส้ และไม่ลอยขึ้นมาถึงระบบทางเดินอาหารจนเกิดเป็นกลิ่นปากเหม็นตุ ๆ ได้
7. รับประทานอาหารที่มีแร่ธาตุสังกะสีให้เพียงพอ
เชื่อหรือไม่ว่าการขาดแร่ธาตุสังกะสีก็ทำให้เกิดกลิ่นปากได้ เพราะสังกะสีมีคุณสมบัติในการกำจัดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อโรคที่เป็นอันตราย หากสามารถเพิ่มเติมแร่ธาตุตัวนี้เข้าไปได้อย่างเพียงพอโดยการรับประทานอาหารประเภทฟักทอง โกโก้ และเครื่องในสัตว์ ร่างกายก็จะมีความสามารถในการต่อสู้กับแบคทีเรียได้มากขึ้น และไม่ต้องมีกลิ่นปากเหม็นๆมากวนใจ
8. เคี้ยวสมุนไพรหรือเครื่องเทศสด ๆ
สมุนไพรและเครื่องเทศที่ว่านี้ ก็คือ ใบพาสลีย์ โหระพา สะระแหน่ เพราะนอกจากจะใช้กลิ่นหอมของสมุนไพรกลบกลิ่นปากแล้ว คลอโรฟิลล์ในสมุนไพรก็ยังช่วยลดกลิ่นปากอันไม่พึงประสงค์ได้อีกด้วย
ที่สำคัญต้องแปรงฟันอย่างถูกวิธี ใช้ไหมขัดฟันช่วยขจัดเศษอาหารตามซอกฟัน และถ้าเป็นไปได้ก็ควรทำความสะอาดลิ้นบ่อย ๆ เพราะคราบฝ้าขาว ๆ บนลิ้นก็เป็นตัวการทำให้เกิดกลิ่นปากได้เหมือนกัน นอกจากนี้ อย่าลืมเข้าพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็คสุขภาพฟันทุกๆ 6 เดือนด้วย เพราะปัญหาบางอย่างเราอาจไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการแปรงฟันเพียงอย่างเดียว
กลิ่นปากไม่ใช่เรื่องตลก แต่ก็ไม่ยากเกินกว่าที่จะแก้ไข หากคุณมีเพื่อนปากเหม็นแต่ไม่อยากบอกพวกเขาตรงๆ ลองให้เขาทำตามวิธีเหล่านี้ก็ได้ เผื่อว่าอะไรๆจะดีมากขึ้น
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก si.mahidol.ac.th และ si.mahidol.ac.th
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
[ads=center]


