3เดือนที่มือถือโดนขโมย นี่คือสิ่งที่ผมทำและอยากแชร์ บุกจับถึงตัวโจร-ได้มือถือคืนจริง



ถึงสมาร์ทโฟนจะราคาถูกลงเรื่อยๆ แต่มันก็ยังเป็นสินค้าที่น่าสนใจสำหรับทุกคน และล่อตาต่อใจโจรอยู่เสมอ เพราะมันยังมีมูลค่าสูงพอสำหรับการซื้อขาย-แลกเปลี่ยน หรือนำไปใช้เองเพื่อยกระดับตัวเอง ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่มีสมาร์ทโฟนไว้ในครอบครอง ดูแลรักษาของมีค่าของคุณไว้ให้ดี อย่าหลงลืม เพราะบางทีคุณอาจโชคร้ายเสียแล้วเสียเลย ถ้าจะตามเอาคืนก็ยากหน่อย

 

อย่างเช่นประสบการณ์ของสมาชิกArtaria EpisodeII เว็บไซต์http://pantip.com/topic/33523569 ได้แชร์ประสบการณ์แฟนทำมือถือหายแล้วตามไปทวงคืนภายในเวลา 3 เดือน มันดูเหมือนเป็นเวลาอันสั้น ประสบความสำเร็จได้ง่าย แต่เมื่อดูขั้นตอนแล้วมันไม่ง่ายเลยจริงๆ และก็ใช่ว่าจะมองไม่เห็นทางออก ถ้าคุณมีสติมากพอกับมีความหวัง 

 


119281489_smart_pho_371268c

ภาพประกอบจาก blog.clove.co.uk

 

แชร์ประสบการณ์ มือถือโดนขโมยแล้วพาตำรวจบุกบ้านคนขโมยและได้คืนหลังจาก 3 เดือนครับ 

มื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว แฟนผมได้ทำ Galaxy Note 3 หายแถวๆ แฟลตดินแดง วางโทรศัพท์ไว้ในรถ ลงไปซื้อของไม่ถึง 2 นาที กลับมาโทรศัพท์หายไปแล้ว ดีที่มันไม่ได้ขับรถออกไปด้วย กว่าจะรู้ตัวอีกทีมันก็ปิดเครื่องหนีไปแล้ว 

 

เลยเอาหลักฐานความเป็นเจ้าของโทรศัพท์ไปแจ้งความได้เอกสารตราครุฑมา 3 ฉบับ แล้วเอาเอกสารที่ได้มาแฟ็กซ์ไปที่ฝ่ายกฏหมายของเครือข่ายโทรศัพท์ AIS, True, และ Dtac (ขั้นตอนนี้สำคัญมากนะครับ ควรจะแฟ็กซ์ไปหลังจากโทรศัพท์หายสักประมาณ 3-4 สัปดาห์ เผื่อคนขโมยเอาโทรศัพท์ไปขาย แล้วช่วงสัปดาห์แรกที่อยู่ในตู้ขายเครือข่ายจะไม่สามารถจับสัญญาณการใช้งานได้ แล้วเคสของเราจะตกไป)

 

หลังจากที่แฟ็กซ์เรื่องไป ก็จะเป็นหน้าที่เราที่ต้องคอยโทรติดตามแต่ละเครือข่ายว่ามีการเปิดใช้สัญญาณบ้างหรือไม่ ผมโทรสัปดาห์ละ 2 ครั้ง/เครือข่าย เวลาผ่านไปเป็นเดือนๆ ผมก็ไม่ได้คิดจะได้คืนเท่าไร แต่ก็ทำไปเพลินๆ ครับ คิดว่าถ้าได้คืนก็ดี

 

จนประมาณเดือนที่ 2 เครือข่าย AIS ก็แจ้งว่าเจอการใช้งานแต่เเป็นซิม 12call ซึ่งเป็นแบบเติมเงินและไม่สามารถระบุได้ว่าใครเป็นผู้ใช้งาน แต่สามารถระบุได้ว่าใช้งานอยู่แถวไหน ผมจึงออกอุบายโทรไปหาเบอร์ที่ใช้เครื่องของแฟนผมอยู่ แล้วอำว่าเป็นพนักงานติดต่อมาจากร้านติ่มซำมี gift voucher แจกให้ฟรี สุ่มผู้โชคดีดีสัปดาห์ละ 1 ท่าน และจำเป็นต้องข้อชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ในการจัดส่ง voucher นี้ไปให้ลูกค้า พอผมพูดไปแบบนั้นรัวๆ เค้าก็คงตั้งตัวไม่ทันและก็ให้ข้อมูลมาครบถ้วนถูกต้องเรียบร้อย

 

ผมจึงเดินทางไป สน. ในเขตครับ เข้าไปถึงตรงนี้ต้องทำการบ้านนิดนึงว่าใครเป็นหัวหน้าหน่วยสืบสวนที่นี่ พอทราบชื่อก็เดินเข้าไปเลยครับว่าขอพบหัวหน้าฝ่ายสืบส่วนคนนี้ พอดีมีพี่ที่รู้จักแนะนำมาบลาๆๆ ตำรวจหน้าเค้าเตอร์เค้าก็จะพาเราไปห้องสืบสวนครับ เราก็อธิบายสถานการณ์ทุกอย่างให้เค้าฟังพร้อมทั้งบอกว่าเค้าไปเลยว่าถ้าจับผู้ต้องหาได้ ผมจะทำการเรียกร้องค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินเท่ากับโทรศัพท์มือถือ และจะบริจาคช่วยบำรุง สน. ครึ่งนึง (หมื่นกว่าบาท) 

 

ตำรวจทั้ง สน. ก็เริ่มทำการเอาชื่อ-นามสกุล ผู้ต้องหาค้นหาในระบบ ว่าบ้านอยู่ไหน อยู่กับใครอะไรยังไง แล้วก็มีการส่งเด็กขี่รถไปสืบดูว่าอยู่บ้านหรือป่าว สรุปพอรู้ว่าอยู่บ้านก็เตรียมกองกำลังนั่งรถตำรวจไปประมาณ 5 คน บุกปิดทางเข้าออกแฟลตที่อยู่ของผู้ต้องหาทั้งสองด้าน และทำการเคาะประตูถามหาชื่อผู้ต้องหา เคาะอยู่นานพ่อผู้ต้องหาออกมาเปิดและเห็นท่าไม่ค่อยดีเลยบอกว่าลูกไม่อยู่บ้าน เราก็เลยเดินกันออกมา แล้วก็แอบซุ่มอยู่ครับ ผ่านไป 10 นาที พ่อผู้ต้องหาเปิดประตูออกมาอีกครั้งหันซ้ายหันขวาเช็คว่าไม่มีคนอยู่ก็เดินเข้าไปบอกลูก ตัวลูกก็เลยเดินออกมาดู จังหวะนั้นตำรวจก็เข้าชาร์จครับ ของกลางโทรศัพท์มือถือของแฟนผมอยู่ในมือ 

 

หลังจากจับผู้ต้องหาได้ก็นั่งรถกลับ สน. ผมเลือกที่จะนั่งกับผู้ต้องหาแล้วถามเค้าว่า ได้มาได้ยังไง เค้าบอกซื้อต่อมาจากเด็กพม่าอีกที ตำรวจเลยถามว่าเด็กพม่าที่ไหนติดต่อได้มั้ย ผู้ต้องหาปฏิเสธที่จะติดต่อทำให้ดูมีพิรุธมาก ผมเลยถามว่าตอนที่ได้มือถือมาเนี่ยเห็นรูปหน้าผมกับแฟนผมในโทรศัพท์ใช่มั้ย รูปความทรงจำดีๆ ที่เราเก็บไว้ มันตอบว่ามันเห็น ผมก็เลยถามว่าแล้วมันทำยังไงกับรูป มันก็บอกว่ามันลบออกหมดเลย ..อ้าวอิเวง นี่ถ้ามันไม่ใช่ขโมย มันก็จงใจรับของโจร ผมเลยไม่ปราณี เรียกร้องค่าเสียหายไปเป็นจำนวน 23,000 บาท มันขอต่อราคาครับ แต่ผมไม่ยอม ตำรวจก็ไม่ยอมครับ 55555 ผมบอกเลยถ้าได้ไม่ถึงยอดนี้ ผมไม่เอาและจะเอาเรื่องขึ้นศาล

 

สรุปสุดท้ายมันไปกดเงินแล้วเอามาให้ผม หน้าเสียกันทั้งบ้าน บอกว่าไม่คิดเล้ยว่ามือถือเครื่องเดียวจะตามกันมาถึงบ้านได้ (ก็เพราะพวกเอ็งคิดกันอย่างนี้เนี้ยแหละ เจอหมากัดไม่ปล่อยเข้าหน่อยเป็นไงเอ็ง) สุดท้ายก็จบลงอย่างสวยงามผมแบ่งตำรวจไปครึ่งนึง ใครจะหาว่าผมติดสินบนเจ้าพนักงานก็ได้ครับ แต่ถ้าไม่เสนอส่วนแบ่งตรงนี้ให้ ไม่มีทางออกไปจับให้ผมแน่นอนครับ 

 

ลองดูครับ ขอให้ได้โทรศัพท์คืนไวๆ อย่าไปยอมมัน เพราะพวกเราไปยอมมัน มันเลยได้ใจ อย่างไอคนที่ผมตามจับมาเนี่ย หลังจากนี้คงเข็ดไปอีกนานเรื่องขโมย/รับของโจร

 

*เพิ่มเติมนะครับ: จะบอกว่าถ้าเรารู้ชื่อ ที่อยู่ ของคนที่นำโทรศัพท์เราไปใช้ต่อแล้ว โอกาสที่จะได้คืน หรือได้รับการชดใช้นี่สูงมากครับ เพราะสมมติถ้าเค้าไปซื้อมาจากตู้ เค้าต้องบอกได้ว่าเค้าซื้อมาจากตู้ไหน ไอ้คนที่ตู้ก็ต้องบอกได้ว่ารับมาจากใคร เพราะเดี๋ยวนี้เวลาขายโทรศัพท์ กฏหมายบังคับให้ขอสำเนาบัตรประชาชนจากคนขายทุกครั้งครับ พร้อมจดเลขอีมี่คู่กับเลขบัตรประชาชน เพราะฉะนั้นถ้าคนที่ตู้ขายไม่สามารถให้ข้อมูลผู้ขายเราได้ เท่ากับเค้ารับของโจรมาครับ และเค้านี่แหละจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบครับ

 


ขอบคุณข้อมูลจาก สมาชิกArtaria EpisodeII เว็บไซต์http://pantip.com/topic/33523569 (ความคิดเห็นที่164)
เรียบเรียงโดย Thaijobsgov