บัตรสำหรับทำธุรกรรมต่างๆ เช่น บัตรเครดิต, บัตรATM, บัตรสมาชิกตามช็อปต่างๆ มักจะมีแถบด้านหลังไว้ให้เจ้าของบัตรเซ็น แต่อาจจะเพราะตอนที่ทำบัตรใหม่ๆ พนักงานไม่ได้บังคับ อาจจะเพราะความขี้เกียจของเจ้าของบัตร หรืออาจจะเพราะความสะดวกใดๆ ก็ตาม หลายคนจึงมักจะเว้นว่างเอาไว้ ไม่เซ็นชื่อตัวเองลงไป ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่มีบัตรเหล่านี้แต่ไม่อยากเซ็นชื่อ ขอให้คิดทบทวนเสียใหม่ เพราะนี่คือระเบียบที่พนักงานและองค์กรทั่วโลกเขาทำกัน และมันก็เป็นการปกป้องสิทธิของคุณไม่ให้ถูกสวมรอยจากมิจฉาชีพ !
ลองฟังจากปากของพนักงานขายในห้างคนหนึ่งกันว่า
เหตุใดเราต้องเซ็นชื่อด้านหลังบัตร
.
.
.
ขอมาตั้งกระทู้เพื่อแนะนำทุกคนหน่อยนะครับ
สืบเนื่องจาก ผมทำงานห้างแล้วพบเจอลูกค้าไม่ยอมที่จะเซ็นหลังบัตรเยอะมาก เช่น วันนี้ก็พบเคสนี้อยู่ ตามกฏของทางห้างจะรับชำระบัตรเครดิตที่มีการเซ็นหลังบัตรเท่านั้น โดยแคชเชียร์จะมีปากกาเขียนแผ่นซีดีไว้ให้บริการ (ขอได้ครับ) แต่วันนี้ลูกค้าเข้ามาเลือกซื้อสินค้า พอถึงขั้นตอนการชำระ แคชเชียร์พบว่าบัตรเครดิตด้านหลังไม่มีการเซ็น จึงได้เอ่ยบอกลูกค้าให้เซ็น แต่ลูกค้าไม่ยอม บอกว่า "ผมซื้อของมาเป็นสิบๆ ปี บัตรหลายใบไม่เคยเซ็น ทำไม! มีปัญหาหรอไง" จากนั้นก็ทางห้างก็พยายามที่จะอธิบายลูกค้า แต่ลูกค้าคว้าบัตรแล้วเดินไป พร้อมบอกว่า "เรื่องมาก ไม่ซื้อแล้วแม่…"
ซึ่งนี้เป็นแค่ 1 ในหลายพันเคส ที่ต้องพบเจอ ถ้าถามว่า ไม่ยินยอมเซ็นหลังบัตรห้างรับชำระได้ไหม คำตอบ คือ ได้ แต่…มีขั้นตอน
คือ ขอถ่ายเอกสารบัตรประชาชนและบัตรเครดิต โดยให้ลงชื่อสำเนาถูกต้องในบัตร พร้อมเซ็นเอกสารยินยอมที่ออกโดยธนาคารแห่งชาติ โดยที่ห้างจะสั่งการให้ CCTV จับภาพลูกค้าไว้ ก่อนชำระบัตร (ยุ่งยากไหมละครับ?)
ก็เข้าใจนะครับที่หลายคนเลือกจะไม่เซ็นหลังบัตร เนื่องจาก
1. ไม่ใช่บัตรตัวเอง อาจจะเป็นบัตร สามี ภรรยา พ่อ แม่ ลูก พี่ น้อง เป็นต้น
2. กลัวว่าถ้าทำหาย คนเก็บได้จะนำไปรูดใช้
3. มิจฉาชีพ ที่เก็บบัตรได้นำมาใช้ (ไม่ได้มองว่าลูกค้าไม่ดี แต่เคสที่คนร้ายนำมารูด พบเจอได้เพียบบบบบบบบบบบบบบ)
พอดีระหว่างจะเขียนกระทู้นี้ พบเจอบทความในเว็บ เลยขออ้างอิงมาเลยละกันครับ
การใช้บัตรเครดิต ให้ปลอดภัยที่สุดคือการเซ็นชื่อในใบสลิปหลังจากที่ได้ทำการรูดบัตรเพื่อซื้อสินค้า ซึ่งบางคนเมื่อได้รับบัตรเครดิตมาใช้ หลีกเลี่ยงที่จะเซ็นชื่อหลังบัตรในทันที เนื่องจากกังวลว่าจะมีบุคคลอื่นนำบัตรของตนเองไปใช้และหลอกเลียนแบบลายเซ็นข้างหลังบัตร หรือลืม ไม่ได้เซ็นหลังบัตรในทันที ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดและอันตรายอย่างมาก
เนื่องจาก หากจะต้องการซื้อสินค้าด้วยบัตรเครดิต ทางร้านค้าจะทำการตรวจสอบบัตรเครดิตนั้น และหากไม่มีลายเซ็นปรากฎบนหลังบัตร ร้านค้านั้นจะทำการปฎิเสธไม่รับบัตรทันที ประการต่อมา หากบัตรเครดิตสูญหาย ผู้ที่เก็บบัตรเครดิตได้ อาจทำการเซ็นชื่อแทน และนำไปซื้อสินค้าหรือบริการ จะนำมาซึ่งการสูญเสีย เพราะความประมาทของเจ้าของบัตร และเจ้าของบัตรจะต้องทำการรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นด้วย
ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย เมื่อได้รับบัตรเครดิตจากธนาคาร ควรทำการเซ็นชื่อหลังบัตรทันที ไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกหลอกเลียนแบบลายเซ็น
เนื่องจาก เจ้าของบัตรสามารถแจ้งของเปิดใช้บริการแจ้งเตือนได้กับทางธนาคารผู้ออกบัตร หากมีการชำระยอดที่เกินกว่า 1 พันบาท ทางธนาคารจะทำการส่ง SMS แจ้งเตือนมาที่โทรศัพท์มือถือเจ้าของบัตรทันที หรือหากเกิดความผิดปรกติกับบัตรเครดิต ทางธนาคารจะโทรมาสอบถามเพื่อทำการยืนยันกับเจ้าของบัตรก่อนอนุมัติ จึงคลายกังวลได้ เพื่อความปลอดภัยควรเซ็นชื่อหลังบัตรในทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น
Credit : http://moneyhub.in.th
นั้นสินะครับ ลูกค้ากลัวว่า ถ้าเซ็นหลังบัตรแล้ว เกิดบัตรหายแล้วคนร้ายจะเอาไปปลอมลายเซ็น แต่ไม่คิดบ้างว่า ไม่เซ็นหลังบัตรเลย คนร้ายไปแกล้งใส่ลายเซ็นปลอมได้เลยทันที ง่ายกว่าเยอะ แล้วถ้าจะให้คนอื่น ออกบัตรเสริมได้ครับ
สุดท้าย ขอฝากจากมุมพนักงานขายเถอะครับ ที่เราทำไปเพราะเป็นระเบียบของทางห้าง ที่มีมาเพื่อป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดกับคุณลูกค้าเอง ดังนั้นโปรดอย่าด่า อย่าว่า อย่าโมโหพวกเราเลยครับ

ภาพประกอบจากสมาชิก khana (http://pantip.com/topic/34447320)
ขอบคุณข้อมูลจาก สมาชิกspirit_of_sun เว็บไซต์ http://pantip.com/topic/34447320
เรียบเรียงโดย Thaijobsgov